เรื่องที่กำลังจะเขียนถึงด้านล่างดังกล่าว
ผู้ที่ยังไม่ได้ดู season 3 ตอนที่ 5 โปรดจงระวังการสปอยล์เนื้อหานะครับ
---------------------------------------
หลายท่านที่ดูแล้วอยากให้มา ถก กันถึงตอนกินตับครั้งแรกของ จอน สโนว์กันนิดนึง
ทั้งนี้และทั้งนั้น ผมเองมิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่นนอกเสียจากความสงสัยใคร่รู้
ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เหมือนตอนที่รู้เดียงสาและก้มลองมองดูของตัวเองแล้วเริ่มใช้มือสัมผัส
ฉากที่ว่าเท่าที่ผมเห็น ระหว่างที่ จอนกำลังถูกหลอกถามถึงจำนวน หน่วย พิทักษ์ราตรี ในแต่ละป้อม
ซึ่งผู้ที่ถามก็สามารถถอดจิตไปอยู่ในสัตว์ปีก และสามารถรู้ด้วยตาตัวเองอยู่แล้ว แต่จะเช็ค จอนอีกที ว่าโกหกหรือเปล่า
ในขณะนั้นถ้าจำไม่ผิด ก็เหมือนออกมาประชุมย่อยๆ ในชุดเต็มยศ
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เสื้อผ้าที่ปิดบังกายอย่างมิดชิด
แน่นอน ความอับชื้น หมักหมม ย่อมตามมาเป็นเงาตามตัว
ยังไม่นับถึงว่าเสื้อผ้านั้นใส่ซ้ำกันไปมาหลายวัน พร้อมทั้งยังไม่มีการบ่งชี้เด่นชัดถึงการชำระล้างร่างกายของเหล่า คนเถื่อน ว่าบ่อยครั้งแค่ไหน
ตามประสบการณ์โดยตรงของผมเอง ตอนที่ได้ขึ้นไปพบ เฒ่ายูเร บนเทือกเขา อะคอนคากัวอากาศหนาวจัดจนมือแข็ง
การจะอาบน้ำซักครั้งเป็นเรื่องลำบากยากเย็นแสนเข็น ขนาดจะปัสสาวะยังแทบไม่อยากจะทำเลย
กลับมาถึงตอนที่ อิกริด ลากจอน สโนว์ไปกินตับในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแอ่งน้ำ หรือจะเรียกว่าบ่อน้ำธรรมชาติดี
ผมนึกย้อนไปถึงเกร็ดบางตอนที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง เมื่อครั้งที่ แบรนดอนผู้สร้าง ส่ง ธอรัสผู้ช่วยของขุนคลังเดินทางไปแลกเกลือและเครื่องเทศ
ที่ดินแดนเวสเทอรอส โดยนำขนสัตว์ของตัว ออร๊อค และไดร์วูฟสีแดง(สัตว์หายากหนึ่งใน 9 ประเภท โดยขนของมันมีค่าพอๆกับ เขี้ยวมังกรดำอายุ 5 ปี) เป็นของแลกเปลี่ยน , เกลือจากดินแดนทางใต้ และหมู่เกาะติดทะเลมีค่ากับชาวเหนือมากเพราะช่วยไม่ให้เป็นโรค คอหนอกวัว(คอหอยพอก ตามสมัยปัจจุบัน)
ธอรัสเดินทางไปถึงตลาด โซบอนเนียร์ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชนเผ่าต่างๆ รวมถึง โดรธราคี ชนเผ่าบนหลังม้า
ในระหว่างกำลังดื่ม เอล ด้วยจอกเหล็กจากวาเลเรียกันอย่างครื้นเครง หนึ่งในชนเผ่าโดรธราคี ได้นำเอาปอดของม้าสดๆ คลุกกับ ใบกระวาน และพริกป่นทอง แห่งเมืองดอว์น ยื่นให้ธอรัส ลองกิน พร้อมกับตบบ่าและพูดว่า "หัวใจม้านั้น เอาไว้รอพิธีสำคัญ สหายข้า วันนี้ลอง ปอดม้าดูก่อน"
ธอรัส ได้รับการตัดแบ่งปอดคลุกเครื่องเทศจาก เพื่อนต่างเผ่า ก้มลงสูดดมกลิ่นก่อน พร้อมทำหน้าย่นและพูดประโยคทองคำ
ที่หลายปีผ่านไป ชนชาวเวสเตอรอสใช้เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบกลิ่นที่เหม็นมากๆ ว่า
"โอ กลิ่นนี้เหม็นราวกับ ปัสสาวะ ของคนเถื่อนเลย สหาย"
.
.
.
ดังที่กล่าวมาข้างต้น กลิ่นปัสสาวะ ของคนเถื่อนมีได้กล่าวอ้างอย่างเกินเลย
ด้วยวิถีชีวิต การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ และหมักหมม
ผมตีขลุมเอาเองด้วยว่าน้ำท่า ก็คงไม่น่าจะอาบกันบ่อย
ตัดมาถึงข้อสงสัย ในฉากกินตับของ จอน สโนว์
บ่อน้ำ แอ่งน้ำก็มีอยู่ ทำไมถึงไม่ล้างกันก่อน เจ้าจอน เปลี่ยนจากหน่วยพิทักษ์ราตรี เป็นช่างทาสี อย่างง่ายดาย
คำถามที่ผู้เขียนอยากถามคือ จากคำร่ำลือถึงกลิ่น ของคนเถื่อน เจ้าจอนไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ?
หรือ คนเหนือขาดเกลืออยู่แล้ว จึงรู้สึกว่า 'ความเค็มนั้นทำให้โรคคอหนอกวัวนั้นไม่มากร้ำกราย'
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เรื่องราวของ ธอรัส นั้นมั่วขึ้นมาล้วนๆ พร้อมกับ ผมไม่เคยไปที่ เทือกเขา อะคอน คากัว
ขำๆ ไม่เครียดนะคัฟ ^_^
(spoil) ว่าด้วยเรื่องสุขอนามัยทางช่องปากของ จอน สโนว์ : Game of Throne Se 3 Ep 5
ผู้ที่ยังไม่ได้ดู season 3 ตอนที่ 5 โปรดจงระวังการสปอยล์เนื้อหานะครับ
---------------------------------------
หลายท่านที่ดูแล้วอยากให้มา ถก กันถึงตอนกินตับครั้งแรกของ จอน สโนว์กันนิดนึง
ทั้งนี้และทั้งนั้น ผมเองมิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่นนอกเสียจากความสงสัยใคร่รู้
ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เหมือนตอนที่รู้เดียงสาและก้มลองมองดูของตัวเองแล้วเริ่มใช้มือสัมผัส
ฉากที่ว่าเท่าที่ผมเห็น ระหว่างที่ จอนกำลังถูกหลอกถามถึงจำนวน หน่วย พิทักษ์ราตรี ในแต่ละป้อม
ซึ่งผู้ที่ถามก็สามารถถอดจิตไปอยู่ในสัตว์ปีก และสามารถรู้ด้วยตาตัวเองอยู่แล้ว แต่จะเช็ค จอนอีกที ว่าโกหกหรือเปล่า
ในขณะนั้นถ้าจำไม่ผิด ก็เหมือนออกมาประชุมย่อยๆ ในชุดเต็มยศ
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เสื้อผ้าที่ปิดบังกายอย่างมิดชิด
แน่นอน ความอับชื้น หมักหมม ย่อมตามมาเป็นเงาตามตัว
ยังไม่นับถึงว่าเสื้อผ้านั้นใส่ซ้ำกันไปมาหลายวัน พร้อมทั้งยังไม่มีการบ่งชี้เด่นชัดถึงการชำระล้างร่างกายของเหล่า คนเถื่อน ว่าบ่อยครั้งแค่ไหน
ตามประสบการณ์โดยตรงของผมเอง ตอนที่ได้ขึ้นไปพบ เฒ่ายูเร บนเทือกเขา อะคอนคากัวอากาศหนาวจัดจนมือแข็ง
การจะอาบน้ำซักครั้งเป็นเรื่องลำบากยากเย็นแสนเข็น ขนาดจะปัสสาวะยังแทบไม่อยากจะทำเลย
กลับมาถึงตอนที่ อิกริด ลากจอน สโนว์ไปกินตับในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแอ่งน้ำ หรือจะเรียกว่าบ่อน้ำธรรมชาติดี
ผมนึกย้อนไปถึงเกร็ดบางตอนที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง เมื่อครั้งที่ แบรนดอนผู้สร้าง ส่ง ธอรัสผู้ช่วยของขุนคลังเดินทางไปแลกเกลือและเครื่องเทศ
ที่ดินแดนเวสเทอรอส โดยนำขนสัตว์ของตัว ออร๊อค และไดร์วูฟสีแดง(สัตว์หายากหนึ่งใน 9 ประเภท โดยขนของมันมีค่าพอๆกับ เขี้ยวมังกรดำอายุ 5 ปี) เป็นของแลกเปลี่ยน , เกลือจากดินแดนทางใต้ และหมู่เกาะติดทะเลมีค่ากับชาวเหนือมากเพราะช่วยไม่ให้เป็นโรค คอหนอกวัว(คอหอยพอก ตามสมัยปัจจุบัน)
ธอรัสเดินทางไปถึงตลาด โซบอนเนียร์ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชนเผ่าต่างๆ รวมถึง โดรธราคี ชนเผ่าบนหลังม้า
ในระหว่างกำลังดื่ม เอล ด้วยจอกเหล็กจากวาเลเรียกันอย่างครื้นเครง หนึ่งในชนเผ่าโดรธราคี ได้นำเอาปอดของม้าสดๆ คลุกกับ ใบกระวาน และพริกป่นทอง แห่งเมืองดอว์น ยื่นให้ธอรัส ลองกิน พร้อมกับตบบ่าและพูดว่า "หัวใจม้านั้น เอาไว้รอพิธีสำคัญ สหายข้า วันนี้ลอง ปอดม้าดูก่อน"
ธอรัส ได้รับการตัดแบ่งปอดคลุกเครื่องเทศจาก เพื่อนต่างเผ่า ก้มลงสูดดมกลิ่นก่อน พร้อมทำหน้าย่นและพูดประโยคทองคำ
ที่หลายปีผ่านไป ชนชาวเวสเตอรอสใช้เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบกลิ่นที่เหม็นมากๆ ว่า
"โอ กลิ่นนี้เหม็นราวกับ ปัสสาวะ ของคนเถื่อนเลย สหาย"
.
.
.
ดังที่กล่าวมาข้างต้น กลิ่นปัสสาวะ ของคนเถื่อนมีได้กล่าวอ้างอย่างเกินเลย
ด้วยวิถีชีวิต การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น ใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ และหมักหมม
ผมตีขลุมเอาเองด้วยว่าน้ำท่า ก็คงไม่น่าจะอาบกันบ่อย
ตัดมาถึงข้อสงสัย ในฉากกินตับของ จอน สโนว์
บ่อน้ำ แอ่งน้ำก็มีอยู่ ทำไมถึงไม่ล้างกันก่อน เจ้าจอน เปลี่ยนจากหน่วยพิทักษ์ราตรี เป็นช่างทาสี อย่างง่ายดาย
คำถามที่ผู้เขียนอยากถามคือ จากคำร่ำลือถึงกลิ่น ของคนเถื่อน เจ้าจอนไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ?
หรือ คนเหนือขาดเกลืออยู่แล้ว จึงรู้สึกว่า 'ความเค็มนั้นทำให้โรคคอหนอกวัวนั้นไม่มากร้ำกราย'
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้