Siam Business : ฅนกรุง_จ๊าก! กทม. รีดภาษีเพิ่ม หาเงิน สานนโยบาย " โรงแรม - น้ำเสีย - สวล. ” ยันแต่งต้นไม้ โดน... โหม๊ด!
กรุงเทพฯ เล็งถอนขนห่าน ฅนกทม. หวังนำไปใช้ ในการขับเคลื่อน นโยบาย_คุณชาย เหตุเพราะ งบฯ ลงทุนแต่ละปี มีจำกัด ขณะที่งบจัดสรรจากรัฐบาลก็เพียงจิ๊บจ๊อย , "จุมพล" เผยภาษีจัดเก็บใหม่ประกอบด้วย ภาษีหัวจ่ายน้ำมัน - ภาษีธุรกิจโรงแรม - ภาษีบำบัดน้ำเสีย - ภาษีจัดแต่งต้นไม้ ฯลฯ เตรียมหารือรัฐบาลขอ งบฯ_เพิ่ม โดยเฉพาะกรณี การออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน ในการแก้ปัญหาเมืองกรุง
การกลับมานั่งบริหารกทม. ในคำรบสองของ มรว.สุขุมพันธุ์ ด้วยคะแนนที่ สูงกว่า 1.2ล้าน
ได้ถูกกระแสสังคม เฝ้าจับตามองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของ การสร้างผลงานให้เห็นเป็น ที่ประจักษ์ ภายใต้ข้อจำกัด ของงบฯ ที่มีอยู่ในมือ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถยิ่งนัก โดยเฉพาะต่อ ขุนพลข้างกายคนสำคัญอย่าง จุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม.หมาดๆ ที่คลุกคลีโลดแล่น อยู่ในชีวิตการรับราชการมาหลายสิบปี
ล่าสุด นายจุมพล เผยกับว่า... ปัจจุบันกทม.มีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 5.6 - 5.7ล้านฅน แต่ถ้ามองจากภาพรวมของผู้ที่อยู่อาศัยพบว่า มีจำนวนมากถึง 10 - 12ล้านฅน ขณะเดียวกันยังมีในส่วนของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในแต่ละปีเป็น ล้านๆ ฅน ถือเป็นความหนัก ใจอย่างยิ่ง เพราะ กทม.ต้องเตรียมการในเรื่อง ของ สาธารณูปโภค_สาธารณูปการ ในการรองรับ ขณะเดียวกันก็มีการกำหนดในเรื่องของยุทธศาสตร์ไว้ 6 - 7ด้าน ในการพัฒนาให้เมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสีเขียว มีคุณภาพชีวิต การศึกษา ตามที่ผู้ว่าฯ ได้กำหนดไว้ในตอนหาเสียง อาทิ... มหานครแห่งความปลอดภัย , มหานครแห่งโอกาส , มหานครแห่งAsean ฯลฯ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องปรับตัว ขณะเดียวกัน ถ้าไม่มีเงินเราก็ทำอะไรไม่ได้ในการแก้ปัญหา ให้ปชช.
" บทบาทของกทม. ในการจัดเก็บภาษีนั้นถือว่า... น้อยมาก ขณะที่โครงสร้างภาษีนั้น ไม่ได้ต่างจาก อบต.หรือเทศบาลเมืองอื่นๆ การจะจัดเก็บภาษีให้แตกต่างกัน ก็ทำไม่ได้ เพราะมันเป็น กม.ของประเทศ ที่กำหนดให้กับท้องถิ่นในการจัดเก็บ จากกรอบโครงสร้างภาษี เราไม่ได้มี กม._เฉพาะ ที่จะให้กับกทม. สิ่งที่กทม.ทำอยู่ขณะนี้ก็คือ การเร่งรัดจัดเก็บภาษีต้อง เต็มเม็ด_เต็มหน่วย การจัดเก็บต้องไม่มีการรั่วไหลหรือตกหล่น แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับปชช.ด้วย , ขณะที่ในส่วนของรายได้ส่วนหนึ่ง ก็มาจากส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ อาทิ... กรมการขนส่ทางบก - กรมที่ดิน - กรมสรรพากร ฯลฯ , นอกจากนี้ ยังมีในส่วนที่รัฐบาลจัดสรรให้ ซึ่งจะคิดต่อหัวของประชากร ที่มีอยู่ในทะเบียนราษฎร ซึ่งก็คือ 5.6ล้านคน เราก็เสียเปรียบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ กทม.อาจจะต้องทำความตกลงกับรัฐบาลว่า อันไหนที่เรามีความจำเป็นที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่ม หรืออาจจะต้องมาหารือในการ ปรับ กม._เฉพาะ ในส่วนของกทม.ให้มีความยืดหยุ่น หรือ อาจจะออกกฎกระทรวงเฉพาะพื้นที่บางส่วนที่จะทำให้กทม.มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีมากขึ้นๆ "
" ความจำเป็นในการหาเม็ดเงินก็คง จะหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะหาแหล่งเงิน เหมือนเช่นรัฐบาล ก็ยังไม่มีเงินที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้เต็มที่ เพราะรัฐบาลมีเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปีละแค่แสนล้าน เท่านั้น , กทม.ก็ไม่ต่างจากรัฐบาล ซึ่งกทม. มีงบประมาณทั้งงบอุดหนุน & งบของกทม.อยู่ประมาณ 80,000ล้านบ. ขณะที่งบฯ ในการลงทุนมีอยู่ประมาณ... หมื่นล้านเศษ ซึ่งไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนัก กทม. จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งเงินในการดำเนินงาน ใน 4ปี "
(1) โดยในส่วนแรก ที่จะดำเนินการสำหรับ การจัดหางบประมาณ เพื่อ... " การลงทุน " นั้น
รอง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ในส่วนแรก นอกจากจะเร่งรัดการจัดเก็บภาษีไม่ให้รั่วไหลแล้ว ยังจะต้องพิจารณาจัดหารายได้จากภาษีอื่นๆ ที่กทม. ยังไม่เคยดำเนินการจัดเก็บไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษีค่าธรรมเนียมหัวจ่ายน้ำมัน จากปั๊มน้ำมัน, ภาษีธุรกิจโรงแรม หรือแม้แต่ค่าธรรมเนียมบริการในการบำบัดน้ำเสีย, ค่าธรรมเนียมบริการจัดเก็บขยะ, ค่าธรรมเนียม บริการในการจัดแต่งต้นไม้ ซึ่งปัจจุบันเราให้บริการอยู่แล้วแต่เราไม่มีวิธีการที่จะจัดเก็บ หรือจะเป็นกรณีเศษวัสดุในการก่อสร้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมีการเร่งรัดการจัดเก็บมาเป็น รายได้ ขณะนี้กทม.กำลังเร่งดำเนินการในการออกข้อบัญญัติว่าด้วยการบริการ
(2) ประเด็นเรื่อง ของการออกพันธบัตร อีกหนึ่งช่องทาง ในการแก้ปัญหาเรื่องของงบประมาณ โดยได้ระบุว่า...
ถ้าจะรอนานเป็น 10 - 20ปี ถึงจะแก้ปัญหา ให้ปชช.ได้ ก็คงต้องหาแหล่งเงินมาดำเนินงานที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ก็คงหนีไม่พ้นสำหรับการออกพันธบัตรในการกู้เงินจากตลาดทุน จากธนาคาร หรือจะเป็นการออกพันธบัตร ให้ปชช.เข้ามามีส่วนร่วม แต่เรื่องเหล่านี้ จะต้องขอความเห็นชอบกับรัฐบาล รวมถึงจะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง และสบน., ธนาคารแห่งประเทศไทยเพราะเข้าข่ายของการกู้เงิน
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ กทม.จะต้องปรับองค์กร ให้เป็นหน่วยงานที่โปร่งใสมากขึ้น มีระบบการเงินบัญชี กทม. กำลังเตรียมปรับปรุงองค์การตรวจสอบ เพื่อให้หน่วยงานเป็นมาตรฐานในระดับที่บริษัทมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีการคุยกันมาบ้างแล้ว ซึ่งเราต้องเตรียม แต่ทั้งหมด ต้องตกลงกับก.การคลัง เพราะคลังเป็นผู้ค้ำประกันในการกู้เงิน ซึ่งต้องมีคำถามว่า หากกทม. กู้เงินจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายคืน ------- ? ? ?
.
*** เซ่น นโยบาย_ผู้ว่าฯ >> ฅนBangkok_ร้องจ๊าก กทม. เก็บ... " ภาษีฯ_เพิ่ม "
กรุงเทพฯ เล็งถอนขนห่าน ฅนกทม. หวังนำไปใช้ ในการขับเคลื่อน นโยบาย_คุณชาย เหตุเพราะ งบฯ ลงทุนแต่ละปี มีจำกัด ขณะที่งบจัดสรรจากรัฐบาลก็เพียงจิ๊บจ๊อย , "จุมพล" เผยภาษีจัดเก็บใหม่ประกอบด้วย ภาษีหัวจ่ายน้ำมัน - ภาษีธุรกิจโรงแรม - ภาษีบำบัดน้ำเสีย - ภาษีจัดแต่งต้นไม้ ฯลฯ เตรียมหารือรัฐบาลขอ งบฯ_เพิ่ม โดยเฉพาะกรณี การออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน ในการแก้ปัญหาเมืองกรุง
การกลับมานั่งบริหารกทม. ในคำรบสองของ มรว.สุขุมพันธุ์ ด้วยคะแนนที่ สูงกว่า 1.2ล้าน
ได้ถูกกระแสสังคม เฝ้าจับตามองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของ การสร้างผลงานให้เห็นเป็น ที่ประจักษ์ ภายใต้ข้อจำกัด ของงบฯ ที่มีอยู่ในมือ ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถยิ่งนัก โดยเฉพาะต่อ ขุนพลข้างกายคนสำคัญอย่าง จุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯ กทม.หมาดๆ ที่คลุกคลีโลดแล่น อยู่ในชีวิตการรับราชการมาหลายสิบปี
ล่าสุด นายจุมพล เผยกับว่า... ปัจจุบันกทม.มีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 5.6 - 5.7ล้านฅน แต่ถ้ามองจากภาพรวมของผู้ที่อยู่อาศัยพบว่า มีจำนวนมากถึง 10 - 12ล้านฅน ขณะเดียวกันยังมีในส่วนของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในแต่ละปีเป็น ล้านๆ ฅน ถือเป็นความหนัก ใจอย่างยิ่ง เพราะ กทม.ต้องเตรียมการในเรื่อง ของ สาธารณูปโภค_สาธารณูปการ ในการรองรับ ขณะเดียวกันก็มีการกำหนดในเรื่องของยุทธศาสตร์ไว้ 6 - 7ด้าน ในการพัฒนาให้เมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสีเขียว มีคุณภาพชีวิต การศึกษา ตามที่ผู้ว่าฯ ได้กำหนดไว้ในตอนหาเสียง อาทิ... มหานครแห่งความปลอดภัย , มหานครแห่งโอกาส , มหานครแห่งAsean ฯลฯ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องปรับตัว ขณะเดียวกัน ถ้าไม่มีเงินเราก็ทำอะไรไม่ได้ในการแก้ปัญหา ให้ปชช.
" บทบาทของกทม. ในการจัดเก็บภาษีนั้นถือว่า... น้อยมาก ขณะที่โครงสร้างภาษีนั้น ไม่ได้ต่างจาก อบต.หรือเทศบาลเมืองอื่นๆ การจะจัดเก็บภาษีให้แตกต่างกัน ก็ทำไม่ได้ เพราะมันเป็น กม.ของประเทศ ที่กำหนดให้กับท้องถิ่นในการจัดเก็บ จากกรอบโครงสร้างภาษี เราไม่ได้มี กม._เฉพาะ ที่จะให้กับกทม. สิ่งที่กทม.ทำอยู่ขณะนี้ก็คือ การเร่งรัดจัดเก็บภาษีต้อง เต็มเม็ด_เต็มหน่วย การจัดเก็บต้องไม่มีการรั่วไหลหรือตกหล่น แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับปชช.ด้วย , ขณะที่ในส่วนของรายได้ส่วนหนึ่ง ก็มาจากส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ อาทิ... กรมการขนส่ทางบก - กรมที่ดิน - กรมสรรพากร ฯลฯ , นอกจากนี้ ยังมีในส่วนที่รัฐบาลจัดสรรให้ ซึ่งจะคิดต่อหัวของประชากร ที่มีอยู่ในทะเบียนราษฎร ซึ่งก็คือ 5.6ล้านคน เราก็เสียเปรียบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ กทม.อาจจะต้องทำความตกลงกับรัฐบาลว่า อันไหนที่เรามีความจำเป็นที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่ม หรืออาจจะต้องมาหารือในการ ปรับ กม._เฉพาะ ในส่วนของกทม.ให้มีความยืดหยุ่น หรือ อาจจะออกกฎกระทรวงเฉพาะพื้นที่บางส่วนที่จะทำให้กทม.มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีมากขึ้นๆ "
" ความจำเป็นในการหาเม็ดเงินก็คง จะหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะหาแหล่งเงิน เหมือนเช่นรัฐบาล ก็ยังไม่มีเงินที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้เต็มที่ เพราะรัฐบาลมีเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปีละแค่แสนล้าน เท่านั้น , กทม.ก็ไม่ต่างจากรัฐบาล ซึ่งกทม. มีงบประมาณทั้งงบอุดหนุน & งบของกทม.อยู่ประมาณ 80,000ล้านบ. ขณะที่งบฯ ในการลงทุนมีอยู่ประมาณ... หมื่นล้านเศษ ซึ่งไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนัก กทม. จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งเงินในการดำเนินงาน ใน 4ปี "
(1) โดยในส่วนแรก ที่จะดำเนินการสำหรับ การจัดหางบประมาณ เพื่อ... " การลงทุน " นั้น
รอง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ในส่วนแรก นอกจากจะเร่งรัดการจัดเก็บภาษีไม่ให้รั่วไหลแล้ว ยังจะต้องพิจารณาจัดหารายได้จากภาษีอื่นๆ ที่กทม. ยังไม่เคยดำเนินการจัดเก็บไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษีค่าธรรมเนียมหัวจ่ายน้ำมัน จากปั๊มน้ำมัน, ภาษีธุรกิจโรงแรม หรือแม้แต่ค่าธรรมเนียมบริการในการบำบัดน้ำเสีย, ค่าธรรมเนียมบริการจัดเก็บขยะ, ค่าธรรมเนียม บริการในการจัดแต่งต้นไม้ ซึ่งปัจจุบันเราให้บริการอยู่แล้วแต่เราไม่มีวิธีการที่จะจัดเก็บ หรือจะเป็นกรณีเศษวัสดุในการก่อสร้าง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมีการเร่งรัดการจัดเก็บมาเป็น รายได้ ขณะนี้กทม.กำลังเร่งดำเนินการในการออกข้อบัญญัติว่าด้วยการบริการ
(2) ประเด็นเรื่อง ของการออกพันธบัตร อีกหนึ่งช่องทาง ในการแก้ปัญหาเรื่องของงบประมาณ โดยได้ระบุว่า...
ถ้าจะรอนานเป็น 10 - 20ปี ถึงจะแก้ปัญหา ให้ปชช.ได้ ก็คงต้องหาแหล่งเงินมาดำเนินงานที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ก็คงหนีไม่พ้นสำหรับการออกพันธบัตรในการกู้เงินจากตลาดทุน จากธนาคาร หรือจะเป็นการออกพันธบัตร ให้ปชช.เข้ามามีส่วนร่วม แต่เรื่องเหล่านี้ จะต้องขอความเห็นชอบกับรัฐบาล รวมถึงจะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง และสบน., ธนาคารแห่งประเทศไทยเพราะเข้าข่ายของการกู้เงิน
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ กทม.จะต้องปรับองค์กร ให้เป็นหน่วยงานที่โปร่งใสมากขึ้น มีระบบการเงินบัญชี กทม. กำลังเตรียมปรับปรุงองค์การตรวจสอบ เพื่อให้หน่วยงานเป็นมาตรฐานในระดับที่บริษัทมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีการคุยกันมาบ้างแล้ว ซึ่งเราต้องเตรียม แต่ทั้งหมด ต้องตกลงกับก.การคลัง เพราะคลังเป็นผู้ค้ำประกันในการกู้เงิน ซึ่งต้องมีคำถามว่า หากกทม. กู้เงินจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายคืน ------- ? ? ?
.