สัมภาษณ์และรายงานพิเศษ
จากที่สถานการณ์ค่าเงินบาททำสถิติแข็งค่าในรอบ 16 ปี จาก 30.62
บาท/ดอลลาร์เมื่อต้นปี มาอยู่ที่ 28.57 บาท/ดอลลาร์ (ณ 22 เม.ย.)
แข็งค่า 6.6% มากที่สุด ใน ภูมิภาค และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้ ธปท.ดำเนินมาตรการดูแลค่าเงิน
เพราะตั้งแต่ต้นปีที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น แม้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าดูแลและจับตาค่าเงินบาท
อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้มีมาตรการใดออกมา และยังไม่สามารถหยุดยั้งการแข็งค่า
ของเงินบาทได้
ล่าสุด ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
และอดีตผู้ว่าการ ธปท. ออกมาแสดงจุดยืนพร้อมเสนอแนวทางสกัด "บาทแข็ง"
เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันของภาคส่งออก
- เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ควรลดดอกเบี้ยหรือไม่
ผม เป็นพวกโรงเรียนที่ใช้อัตราดอกเบี้ยรักษาระดับเสถียรภาพ
ไม่ได้รักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน
และผมคิดว่าอัตราแลกเปลี่ยนควรดูแลผ่านการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
- ถึงเวลาควรออกมาตรการดูแลค่าเงินเพิ่มเติมหรือยัง
มาตรการควบคุมหลายอย่างก็มีผลข้างเคียง
คิดว่าใช้วิธีซื้อเงินตราต่างประเทศเข้าไปเก็บ เงินบาทก็จะอ่อนลงเอง ปัญหามีนิด
ๆหน่อย ๆ แต่จะเสียหายน้อยกว่าปล่อยให้เงินบาทแข็งมาก ๆ
เงิน บาทอ่อนดีกว่าเงินบาทแข็งเสมอ เพราะภาคส่งออกจะค้าขายได้มาก
ส่วนธุรกิจในประเทศยังไงก็ขยายได้แค่นี้ เพราะมีอยู่แค่ 60 ล้านคน
แต่ภาคส่งออกมีกำลังซื้อ 7-8 พันล้านคน ทำให้ดีจะขยายได้มาก
เงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ ถ้าทำให้ภาคส่งออกได้เปรียบ
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโตเร็วกว่าปกติ
- อัตราดอกเบี้ยนโยบายควรจะอยู่ระดับไหน
ผม คิดว่าอัตราดอกเบี้ยควรเอาไว้ใช้กำกับเงินเฟ้อ ตอนนี้เงินเฟ้อก็ค่อนข้างสูง 2%
กว่า ๆ คนที่กินเงินเดือนก็ไล่ไม่ทันเงินเฟ้อแล้ว พวกแรงงานจะเสียเปรียบมาก
- มาตรการดอกเบี้ยยังไม่จำเป็นในขณะนี้
เปล่า แต่ผมบอกว่ามาตรการดอกเบี้ยควรใช้ควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
ควบคุมเสถียรภาพของประเทศ ถ้าประเทศเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ
อัตราแลกเปลี่ยนแข็งเกินไปเพราะมีเงินไหลเข้ามา เราก็ซื้อเก็บ เงินบาทจะไม่แข็งขึ้น
มีปัญหาตามมาบ้าง แต่เป็นปัญหาน้อยกว่าปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็ง จีนก็ทำ 3
ล้านล้านเหรียญสหรัฐใน 30 ปี หลายประเทศก็ทำอยู่
- วิธีนี้ ธปท.จะขาดทุนทางบัญชีเพิ่มขึ้น จะรับได้หรือ
ก็ เป็นตัวเลขขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น มีหนี้สิน แต่ไม่มีสินทรัพย์
แบงก์ชาติก็ต้องเอาทุนลงมา ไม่ได้เสียเงินมากมาย
ถ้าอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนก็ต้องมีต้นทุนบริหาร
ผมอยากเห็นต้นทุนไปอยู่ที่เงินทุนแบงก์ชาติมากกว่าไปอยู่ที่ดอกเบี้ย
เพราะจะกระทบประชาชน ลดดอกเบี้ยจะเกิดผลข้างเคียงคือ เชื้อเชิญให้ประชาชนบริโภคมาก
ๆ คอนโดมิเนียม รถคันแรกจะมีคนซื้อมากขึ้น
- ปัญหาคือฝ่ายบริหารประเทศกับ ธปท.เห็นไปคนละทาง
แม้ กระทั่งแบงก์ชาติก็เห็นไปคนละทางกับผม
เพราะสิ่งที่ผมพูดก็ไม่เคยบอกให้แบงก์ชาติทำสำเร็จ คนแบงก์ชาติคิดอย่างไร
เขาก็มาจากคนละฐานกับผม หรือคนละฐานกับนักการเมือง
- มีข้อเสนอให้ลดดอกเบี้ยสัก 1% แล้วดูผลกระทบ
ความ จริงในระยะยาวเงินจะเข้าประเทศหรือไม่
ขึ้นกับว่าเขาเห็นว่าเราทำนโยบายถูกต้องไหม ถ้าถูกต้องเงินก็ไหลเข้ามาลงทุน
แต่ถ้านโยบายระยะยาวดูไม่ดี วันหลังเราก็ลำบาก
ไม่มีอะไรที่นักลงทุนกลัวเท่ากับเศรษฐกิจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ประเด็นหลักคือทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ ประเด็นที่ 2 ทะเลาะกันน้อย ๆ หน่อย
จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่ามีหลายวิธี
ตอนผมอยู่แบงก์ชาติใช้วิธีซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เมื่อดอลลาร์เข้ามาก็ซื้อไว้
เงินบาทก็ไม่แข็งขึ้น ปัญหาคือเมื่อซื้อดอลลาร์เข้ามามากแล้วจะทำอย่างไร
คนแบงก์ชาติอาจกลัวจุดนี้ 2 ปีที่แล้วผมพยายามตั้ง SWF (Sovereign Wealth Fund)
เห็นแล้วว่าปัญหานี้จะมา เพราะเมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ทุนต่างชาติไหลเข้า
ก็ต้องซื้อดอลลาร์ บาทจะได้ไม่แข็ง แล้วมาดูว่าจะเอาเงินดอลลาร์ไปทำอะไร
ตอนนี้แบงก์ชาติเอาไปลงทุนได้ ผลตอบแทนกลับมา 0.6% กว่าเท่านั้น เพราะฝาก AAA
อย่างเดียว เคยจะทำ SWF ก็มีจุดเสี่ยง เพราะบริหารไม่ดีเงินหาย
จึงเขียนกฎให้บริหารให้ดี ได้ผลตอบแทนสัก 2-3%
ใกล้เคียงพันธบัตรเงินบาทที่แบงก์ชาติออกไป
- มองว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ธปท.จัดการปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างไร
คน แบงก์ชาติคงมองว่าทำดีแล้ว เพราะเขาได้ความอิสระ
พอเลือกตั้งผู้ว่าการแบงก์ชาติแล้วก็ไม่มีวิธีที่จะเอาเขาออก
ส่วนนโยบายเขาก็เคลมได้ว่าไม่ใช่เขาคนเดียว
เพราะมีคณะกรรมการและเอกชนผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันพิจารณา
เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการ ดังนั้น เขาคิดว่าเขาทำดี สร้างเสถียรภาพได้ดี
กลับบ้านตอนกลางคืนก็คงนอนหลับสบายว่าได้ทำหน้าที่
แต่ สำหรับผมเป็นพวกชอบเสี่ยงมากกว่า อยากเห็นประเทศเจริญหน่อย
ซื้อเงินดอลลาร์เข้ามาเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนไม่แข็ง
แล้วเมื่อมีเงินดอลลาร์เกินความจำเป็น ก็หาวิธี Handle ให้ได้ พูดกันให้รู้เรื่อง
อย่าไปกลัว พอทำงานด้วยความกลัวก็เจริญช้าแต่ ธปท.เจริญช้า เจริญนิ่ง ๆ
ก็ดีกว่าหวือหวา ขึ้นลงมาก
- ธปท.ควรเข้าไปแทรกแซงค่าเงินมากกว่านี้ ?
ตอน ผมเป็นประธาน ประชุมทุกครั้ง ก็พูดกับเขาส่วนตัวตลอดว่าควรมีการแทรกแซง
จึงเตะลูกเรื่อง SWF จะได้เข้าไปอินเทอร์วีนสะดวก
แต่ผู้ว่าการบอกว่าถ้างั้นเอาความเสี่ยงไปอยู่กับรัฐบาลสิ
ให้รัฐบาลเอาพันธบัตรมาซื้อ มาแลก ยังไม่เคยพูดกันรู้เรื่อง
- กรณี รมว.คลังบอกว่ามีความคิดจะปลดผู้ว่าการ ธปท.
ผม เป็นคนสุดท้ายที่ถูกปลดนะ ตอนนั้นแบงก์ชาติเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการคลัง
ของรัฐบาล จากนั้นก็เขียนกฎหมายใหม่ ให้เลือกตั้งผู้ว่าการโดยกรรมการ ผมก็มีส่วน
แต่ไม่กล้าเขียนว่าเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รัฐมนตรีจะได้เลือกไม่ได้
และไม่ได้ห้ามกรรมการพูดคุยกับรัฐมนตรี แต่เลือกแล้วไม่มีบทจะให้ออก
รัฐบาลให้ออกไม่ได้ นอกจากทำความผิด คนให้ออกต้องเป็นกรรมการแบงก์ชาติ
คือประธานบอร์ด ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านเอง (นายวีรพงษ์ รามางกูร) ก็นิ่ง ๆ อยู่
ไม่ได้ออกความเห็นอะไร
- รมว.คลังไม่สามารถปลดผู้ว่าการ ธปท.ได้
ต้อง มีความผิด ไม่ใช่ขัดกันเรื่องนโยบาย เพราะเป็นกฎหมาย
ผมก็เตือนแบงก์ชาติเสมอว่า รัฐบาลเป็นคนออกกฎหมาย เขาออกพระราชกำหนดมาตอนเช้า
แล้วปลดตอนบ่าย เดี๋ยวจะบอกว่าผมหลอกให้ทำอะไรแล้วถูกปลด
เพราะกฎหมายเขียนที่สภาซึ่งอยู่ในฝ่ายรัฐบาล กฎหมายแก้ได้ทุกวัน
ขนาดรัฐธรรมนูญก็ยังแก้ได้
- ในฐานะอดีตผู้ว่าการ ธปท.มองปัญหาค่าบาทอย่างไร
ผู้ว่าการแบงก์ชาติให้ความสำคัญกับความมั่นคงของเศรษฐกิจ เรื่องเงินเฟ้อ
เรื่องความแน่นอน มากกว่าความเจริญ เพราะกฎหมายแบงก์ชาติไม่มีคำว่า "การพัฒนา" เลย
ทั้งฉบับมีแต่ "ความมั่นคง" ทั้งมั่นคงในนโยบายการเงิน มั่นคงในสถาบันการเงิน
มั่นคงในระบบชำระเงิน ผมบอกเขาว่าจะมั่นคงได้ก็ต้องมีการพัฒนาบ้างสิ
ไม่พัฒนาจะไปมั่นคงได้อย่างไร แต่มันเป็นผลพลอยได้ของความมั่นคง ไม่ใช่หลัก ฉะนั้น
แบงก์ชาติเวลาทำอะไรจะพยายามให้ทุกอย่างนิ่ง และค่อนข้างทำตามกฎหมาย
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1366907825&grpid=&catid=04&subcatid=0401
เอามาแปะให้อ่านกัน เพื่อให้เห็นความเป็นอิสระของธปท. บาทแข็ง ...จะโจมตี กล่าวหาใคร
รัฐบาล บอกได้เลยว่า งานนี้ ธปท.นะ อย่ามากล่าวหากัน ....
"หม่อมเต่า" สอนมวย "ธปท.-คลัง" แทรกแซงค่าเงิน ...ผ่าทางตัน "บาทแข็ง" .....ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
จากที่สถานการณ์ค่าเงินบาททำสถิติแข็งค่าในรอบ 16 ปี จาก 30.62
บาท/ดอลลาร์เมื่อต้นปี มาอยู่ที่ 28.57 บาท/ดอลลาร์ (ณ 22 เม.ย.)
แข็งค่า 6.6% มากที่สุด ใน ภูมิภาค และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้ ธปท.ดำเนินมาตรการดูแลค่าเงิน
เพราะตั้งแต่ต้นปีที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น แม้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าดูแลและจับตาค่าเงินบาท
อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้มีมาตรการใดออกมา และยังไม่สามารถหยุดยั้งการแข็งค่า
ของเงินบาทได้
ล่าสุด ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
และอดีตผู้ว่าการ ธปท. ออกมาแสดงจุดยืนพร้อมเสนอแนวทางสกัด "บาทแข็ง"
เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันของภาคส่งออก
- เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ควรลดดอกเบี้ยหรือไม่
ผม เป็นพวกโรงเรียนที่ใช้อัตราดอกเบี้ยรักษาระดับเสถียรภาพ
ไม่ได้รักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน
และผมคิดว่าอัตราแลกเปลี่ยนควรดูแลผ่านการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
- ถึงเวลาควรออกมาตรการดูแลค่าเงินเพิ่มเติมหรือยัง
มาตรการควบคุมหลายอย่างก็มีผลข้างเคียง
คิดว่าใช้วิธีซื้อเงินตราต่างประเทศเข้าไปเก็บ เงินบาทก็จะอ่อนลงเอง ปัญหามีนิด
ๆหน่อย ๆ แต่จะเสียหายน้อยกว่าปล่อยให้เงินบาทแข็งมาก ๆ
เงิน บาทอ่อนดีกว่าเงินบาทแข็งเสมอ เพราะภาคส่งออกจะค้าขายได้มาก
ส่วนธุรกิจในประเทศยังไงก็ขยายได้แค่นี้ เพราะมีอยู่แค่ 60 ล้านคน
แต่ภาคส่งออกมีกำลังซื้อ 7-8 พันล้านคน ทำให้ดีจะขยายได้มาก
เงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ ถ้าทำให้ภาคส่งออกได้เปรียบ
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโตเร็วกว่าปกติ
- อัตราดอกเบี้ยนโยบายควรจะอยู่ระดับไหน
ผม คิดว่าอัตราดอกเบี้ยควรเอาไว้ใช้กำกับเงินเฟ้อ ตอนนี้เงินเฟ้อก็ค่อนข้างสูง 2%
กว่า ๆ คนที่กินเงินเดือนก็ไล่ไม่ทันเงินเฟ้อแล้ว พวกแรงงานจะเสียเปรียบมาก
- มาตรการดอกเบี้ยยังไม่จำเป็นในขณะนี้
เปล่า แต่ผมบอกว่ามาตรการดอกเบี้ยควรใช้ควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
ควบคุมเสถียรภาพของประเทศ ถ้าประเทศเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ
อัตราแลกเปลี่ยนแข็งเกินไปเพราะมีเงินไหลเข้ามา เราก็ซื้อเก็บ เงินบาทจะไม่แข็งขึ้น
มีปัญหาตามมาบ้าง แต่เป็นปัญหาน้อยกว่าปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็ง จีนก็ทำ 3
ล้านล้านเหรียญสหรัฐใน 30 ปี หลายประเทศก็ทำอยู่
- วิธีนี้ ธปท.จะขาดทุนทางบัญชีเพิ่มขึ้น จะรับได้หรือ
ก็ เป็นตัวเลขขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น มีหนี้สิน แต่ไม่มีสินทรัพย์
แบงก์ชาติก็ต้องเอาทุนลงมา ไม่ได้เสียเงินมากมาย
ถ้าอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนก็ต้องมีต้นทุนบริหาร
ผมอยากเห็นต้นทุนไปอยู่ที่เงินทุนแบงก์ชาติมากกว่าไปอยู่ที่ดอกเบี้ย
เพราะจะกระทบประชาชน ลดดอกเบี้ยจะเกิดผลข้างเคียงคือ เชื้อเชิญให้ประชาชนบริโภคมาก
ๆ คอนโดมิเนียม รถคันแรกจะมีคนซื้อมากขึ้น
- ปัญหาคือฝ่ายบริหารประเทศกับ ธปท.เห็นไปคนละทาง
แม้ กระทั่งแบงก์ชาติก็เห็นไปคนละทางกับผม
เพราะสิ่งที่ผมพูดก็ไม่เคยบอกให้แบงก์ชาติทำสำเร็จ คนแบงก์ชาติคิดอย่างไร
เขาก็มาจากคนละฐานกับผม หรือคนละฐานกับนักการเมือง
- มีข้อเสนอให้ลดดอกเบี้ยสัก 1% แล้วดูผลกระทบ
ความ จริงในระยะยาวเงินจะเข้าประเทศหรือไม่
ขึ้นกับว่าเขาเห็นว่าเราทำนโยบายถูกต้องไหม ถ้าถูกต้องเงินก็ไหลเข้ามาลงทุน
แต่ถ้านโยบายระยะยาวดูไม่ดี วันหลังเราก็ลำบาก
ไม่มีอะไรที่นักลงทุนกลัวเท่ากับเศรษฐกิจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ประเด็นหลักคือทำให้ประเทศมีเสถียรภาพ ประเด็นที่ 2 ทะเลาะกันน้อย ๆ หน่อย
จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่ามีหลายวิธี
ตอนผมอยู่แบงก์ชาติใช้วิธีซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เมื่อดอลลาร์เข้ามาก็ซื้อไว้
เงินบาทก็ไม่แข็งขึ้น ปัญหาคือเมื่อซื้อดอลลาร์เข้ามามากแล้วจะทำอย่างไร
คนแบงก์ชาติอาจกลัวจุดนี้ 2 ปีที่แล้วผมพยายามตั้ง SWF (Sovereign Wealth Fund)
เห็นแล้วว่าปัญหานี้จะมา เพราะเมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ทุนต่างชาติไหลเข้า
ก็ต้องซื้อดอลลาร์ บาทจะได้ไม่แข็ง แล้วมาดูว่าจะเอาเงินดอลลาร์ไปทำอะไร
ตอนนี้แบงก์ชาติเอาไปลงทุนได้ ผลตอบแทนกลับมา 0.6% กว่าเท่านั้น เพราะฝาก AAA
อย่างเดียว เคยจะทำ SWF ก็มีจุดเสี่ยง เพราะบริหารไม่ดีเงินหาย
จึงเขียนกฎให้บริหารให้ดี ได้ผลตอบแทนสัก 2-3%
ใกล้เคียงพันธบัตรเงินบาทที่แบงก์ชาติออกไป
- มองว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ธปท.จัดการปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างไร
คน แบงก์ชาติคงมองว่าทำดีแล้ว เพราะเขาได้ความอิสระ
พอเลือกตั้งผู้ว่าการแบงก์ชาติแล้วก็ไม่มีวิธีที่จะเอาเขาออก
ส่วนนโยบายเขาก็เคลมได้ว่าไม่ใช่เขาคนเดียว
เพราะมีคณะกรรมการและเอกชนผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันพิจารณา
เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการ ดังนั้น เขาคิดว่าเขาทำดี สร้างเสถียรภาพได้ดี
กลับบ้านตอนกลางคืนก็คงนอนหลับสบายว่าได้ทำหน้าที่
แต่ สำหรับผมเป็นพวกชอบเสี่ยงมากกว่า อยากเห็นประเทศเจริญหน่อย
ซื้อเงินดอลลาร์เข้ามาเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนไม่แข็ง
แล้วเมื่อมีเงินดอลลาร์เกินความจำเป็น ก็หาวิธี Handle ให้ได้ พูดกันให้รู้เรื่อง
อย่าไปกลัว พอทำงานด้วยความกลัวก็เจริญช้าแต่ ธปท.เจริญช้า เจริญนิ่ง ๆ
ก็ดีกว่าหวือหวา ขึ้นลงมาก
- ธปท.ควรเข้าไปแทรกแซงค่าเงินมากกว่านี้ ?
ตอน ผมเป็นประธาน ประชุมทุกครั้ง ก็พูดกับเขาส่วนตัวตลอดว่าควรมีการแทรกแซง
จึงเตะลูกเรื่อง SWF จะได้เข้าไปอินเทอร์วีนสะดวก
แต่ผู้ว่าการบอกว่าถ้างั้นเอาความเสี่ยงไปอยู่กับรัฐบาลสิ
ให้รัฐบาลเอาพันธบัตรมาซื้อ มาแลก ยังไม่เคยพูดกันรู้เรื่อง
- กรณี รมว.คลังบอกว่ามีความคิดจะปลดผู้ว่าการ ธปท.
ผม เป็นคนสุดท้ายที่ถูกปลดนะ ตอนนั้นแบงก์ชาติเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการคลัง
ของรัฐบาล จากนั้นก็เขียนกฎหมายใหม่ ให้เลือกตั้งผู้ว่าการโดยกรรมการ ผมก็มีส่วน
แต่ไม่กล้าเขียนว่าเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รัฐมนตรีจะได้เลือกไม่ได้
และไม่ได้ห้ามกรรมการพูดคุยกับรัฐมนตรี แต่เลือกแล้วไม่มีบทจะให้ออก
รัฐบาลให้ออกไม่ได้ นอกจากทำความผิด คนให้ออกต้องเป็นกรรมการแบงก์ชาติ
คือประธานบอร์ด ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านเอง (นายวีรพงษ์ รามางกูร) ก็นิ่ง ๆ อยู่
ไม่ได้ออกความเห็นอะไร
- รมว.คลังไม่สามารถปลดผู้ว่าการ ธปท.ได้
ต้อง มีความผิด ไม่ใช่ขัดกันเรื่องนโยบาย เพราะเป็นกฎหมาย
ผมก็เตือนแบงก์ชาติเสมอว่า รัฐบาลเป็นคนออกกฎหมาย เขาออกพระราชกำหนดมาตอนเช้า
แล้วปลดตอนบ่าย เดี๋ยวจะบอกว่าผมหลอกให้ทำอะไรแล้วถูกปลด
เพราะกฎหมายเขียนที่สภาซึ่งอยู่ในฝ่ายรัฐบาล กฎหมายแก้ได้ทุกวัน
ขนาดรัฐธรรมนูญก็ยังแก้ได้
- ในฐานะอดีตผู้ว่าการ ธปท.มองปัญหาค่าบาทอย่างไร
ผู้ว่าการแบงก์ชาติให้ความสำคัญกับความมั่นคงของเศรษฐกิจ เรื่องเงินเฟ้อ
เรื่องความแน่นอน มากกว่าความเจริญ เพราะกฎหมายแบงก์ชาติไม่มีคำว่า "การพัฒนา" เลย
ทั้งฉบับมีแต่ "ความมั่นคง" ทั้งมั่นคงในนโยบายการเงิน มั่นคงในสถาบันการเงิน
มั่นคงในระบบชำระเงิน ผมบอกเขาว่าจะมั่นคงได้ก็ต้องมีการพัฒนาบ้างสิ
ไม่พัฒนาจะไปมั่นคงได้อย่างไร แต่มันเป็นผลพลอยได้ของความมั่นคง ไม่ใช่หลัก ฉะนั้น
แบงก์ชาติเวลาทำอะไรจะพยายามให้ทุกอย่างนิ่ง และค่อนข้างทำตามกฎหมาย
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1366907825&grpid=&catid=04&subcatid=0401
เอามาแปะให้อ่านกัน เพื่อให้เห็นความเป็นอิสระของธปท. บาทแข็ง ...จะโจมตี กล่าวหาใคร
รัฐบาล บอกได้เลยว่า งานนี้ ธปท.นะ อย่ามากล่าวหากัน ....