หนุมานนั่งมองไปรอบตัว นอกจากเขาแล้ว
ไม่มีชีวิตอื่นอีก เขารินเหล้าลงถ้วยไตตาเนียม พลางจิบช้าๆ
อย่างละเมียดละไม วรรค์ด้านบูรพานี่สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง
มองไปทางไหนมีแต่เมฆขาวลอยเต็ม เทวดาแถบนี้ใช้เมฆขาว
นี้แทนพื้น มองไปด้านขวาเต็มไปด้วยต้นสนเฒ่า ยืนตระหง่าน
มีรูปร่างกิ่งก้านหงิกงอ เหมือนต้นไม้เป็นโรค อายุคงหลายพัน
ปีสวรรค์แล้วมันขึ้นอยู่บนก้อนเมฆได้ยังไง น่าสงสัย แต่เออนะ
นี่มันสวรรค์ ไม่ใช่อยุธยา อะไรมันก็เป็นไปได้ เขาคิดในใจ
ทางด้านซ้าย มองแลละลิ่วไกลออกไป ไม่ปรากฏ
สิ่งมีชีวิตใดใดมีแต่เมฆสีขาวกับฟ้าสวรรค์สีตัดกันดูราวภาพวาด
นี่มันที่ที่ไม่น่ามีชีวิตอยู่เลย เป็นเทวดากันทำไม มันบ้ากัน
หรือเปล่า วันๆหนึ่งก็ได้แต่ลอยไปลอยมา ไม่ทำอะไร
เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่เห็นเข้าท่า เขานั่งจิบสุราไปบ่นงึมงำไป
สักครู่ก็ได้ยินเสียงคุยของคนหลายคนจากทางประตูเข้า
และเมื่อเขาหันไปทางเสียงนั้น ก็ เห็นเทวดาหญิงชายหมู่หนึ่ง
เดินคุยกันผ่านประตูเข้ามา เทพเหล่านั้นมองมาทางเขาแล้ว
หยุดยืนซุบซิบกันอยู่ เขาจึงร้องถามไปว่า
…เอ้าท่านเทพทั้งหลายไปไหนกันมาละเนี่ย
เทพพุงพลุ้ย หัวล้าน ขาเป๋ มีไม้เท้าค้ำยัน เดินออกมา
ข้างหน้ากลุ่ม แล้วถามหนุมานว่า
….ท่านเป็นใคร มาจากไหน มานั่งทำไมที่นี่ แล้วท่าน
เทพทักษิณทวารบาลไปไหน
….เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ หลายคำถามจัง แล้วว่าอะไร
บานๆนะ ข้าฟังไม่ถนัด
….ข้าถามถึงท่านเทพทักษิณทวารบาลน่ะ ไปไหน เทพพุงพลุ้ยถามอีกครั้ง
…. ท่านพูดถึงใครล่ะ ชื่อยาวจัง ข้าไม่รู้จัก เขาอยู่
แถวนี้เหรอ
…..ท่านไม่รู้จัก ท่านเทพเฝ้าประตูด้านใต้ แล้วมานั่ง
อยู่ตรงนี้ได้ยังไง หลงมาเหรอ ถามอย่างสงสัยอีกเช่นเคย
…..เทพเฝ้าประตูด้านใต้ ก็ประตูนี้น่ะสิ งั้นท่านคง
หมายถึงตาเห้งเจียใช่มั้ย
…..ใช่ ท่านซีเทียนไต้เซียนั่นแหละ ท่านมีตำแหน่งเป็น
เทพทักษิณทวารบาล คือเทพเฝ้ารักษาด่านสวรรค์ทางทิศใต้
ท่านพูดยังกะสนิทกันดี ท่านเป็นอะไร กับท่านเห้งเจีย แม้จะ
เป็นลิงเหมือนกัน แต่คนละสีเลยนี่ เป็นพี่น้องคนละพ่อเหรอ
…เอาเข้าไป เอาเข้าไป เดาเข้าไป เฮ้อ เทพแถวแดน
ตะวันออกนี่ช่างคิดดีจังเลยนะ หนุมานพูดพลางลุกขึ้น
จากโต๊ะแล้วเดินส่ายอาดๆเ ข้าไปหาเทพหมู่นั้น แล้วหยุด
ยืนตรงหน้าเทพพุงพลุ้ย
……นี่ท่านเทพพิการ ข้าคือพระยาอนุชิต ผู้ครองกรุง
อยุธยาธานี เดิมชื่อกำแหงหนุมาน เป็นทหารคนสนิทของ
พระราม เมื่อครั้งไปรบกับทศกรรฐ์ เมื่อหลายพันปีมนุษย์
ก่อนโน้น และไม่ใช่พี่น้องกับเห้งเจียแต่ประการใด เนื่องจาก
เป็นคนละสายพันธุ์กัน
…..เห้งเจียไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีตัวเดียวโด่เด่ หัวเดียว
กระเทียมลีบ ส่วนข้า เป็นเชื้อสายพระศิวะมหาเทพ เกิดจาก
ทพพลัง มีพระพายเป็นบิดา และมารดาข้าชื่อสวาหะ ซึ่งเป็น
ลูกสาวพระฤษีกับนางกาญอัจนา ซึ่งตอนนี้ถูกสาป เป็นต้น
ทานตะวันไปแล้ว ทีนี้คงเข้าใจแล้วนะ
…โอเคเลย เจ้านี่เอง ข้าได้ยินชื่อมานานแล้ว เทพหนุ่ม
ที่มีจุกบนหัวในมือถือไม้แบนๆสองอัน กล่าวขึ้น
…รู้จักแล้วเป็นยังไงละขอรับ ว่าแต่ว่าพวกท่านเป็น
ใครแล้วไปไหนมา
...เดี๋ยวท่านยังตอบคำถามเราไม่หมดเลย เทพรูปหล่อ
เอ่ยขึ้น
……แล้วท่านถามอะไรมั่งล่ะ ข้าจำไม่ได้ ถามใหม่สิ
อ้อ… มานั่งที่โต๊ะก่อนสิท่านทั้งหลาย คุยกันหน่อยเดี๋ยวค่อยไป
หนุมานพูดพลางผายมือ ท่าทางเหมือนบ๋อยในภัตตาคารฝรั่ง
เทพทั้งแปดหันไปซุบซิบกันสักครู่ เทพมีอายุร่างเล็กก็กล่าวว่า
..เอาสิ แต่พวกเราอยู่นานไม่ได้นะ เพราะเง็กเซียนท่าน
ทรงเรียกหา ไม่รู้จะมีอะไรให้ทำหลังจากนั่งลงกันครบทุกคน
แล้วหนุมานก็รินเหล้าลงในถ้วยของตนเองแล้วส่งให้เหล่าเซียน
…..ถ้าท่านไม่รังเกียจที่จะดื่มสุราถ้วยเดียวกับข้า และ
นับว่าข้าเป็นสหาย โปรดรับสุราไมตรีจอกนี้เถิด
….เอ้าเลดี้เฟิร์ท เทพอีกองค์พูดขึ้น
เทพหญิงเพียงองค์เดียวในกลุ่มก็น้อมกายและค้อมศีรษะลง
เล็กน้อย พลางยื่นมือมารับเหล้าที่หนุมานยกยื่นให้ แล้วจิบ
เล็กน้อย จากนั้นจึงส่งให้เทพอีกเจ็ดองค์เวียนกันดื่มคนละจิบ
จนครบ แล้วส่งถ้วยคืนแก่วายุบุตร
…..ข้าขอขอบคุณ ในการที่เหล่าท่านเซียนทั้งหลาย
รับไมตรีจากลิงเผือกตัวน้อยตัวนี้ หนุมานพูดเหมือนนักร้อง
ลูกทุ่งเงินล้าน อ้อนแม่ยก พลางชายตาไปยิ้มหวานให้กับ
เซียนหญิง
…..ข้าบอกพวกท่านไปแล้ว พวกท่านยังไม่บอกข้าเลย
ว่า พวกท่านเป็นใคร? หนุมานทวงถาม
...ท่านก็ยังตอบคำถามเราไม่หมดเลยท่านลิงลม เซียน
พุงพลุ้ยกล่าวสวนขึ้น
….อ้าวท่านเซียนพิการ ข้ามีฉายาว่า วายุบุตร แปลว่า
ลูกลม ไม่ใช่ลิงลม กรุณาเข้าใจเสียใหม่ แล้วท่านถามข้าว่า
กระไรอีกล่ะ
….เราถามท่านว่า ท่านเป็นใคร มาจากไหน มานั่ง
ทำไมที่นี่ แล้วท่านเทพทักษิณทวารบาลไปไหน ท่านตอบเพียง
คำถามเดียว คือท่านเป็นใคร แต่อีกสามคำถาม
ยังไม่ตอบเรา เซียนองค์เดิมกล่าว
….อ้อกระนั้นหรือ มิใช่เรื่องยาก ก่อนจะตอบคำถาม
ขอได้โปรดท่านทั้งหลาย ได้รับสุราไมตรีนี้อีกสักคนละอึกเถิด
หนุมานว่าแล้วก็รินเหล้าส่งให้เซียนหญิงอีก
....เราขอรับหน้าที่นี้เองเถอะ เทพเจ้าลิงเผือก
เซียนพุงพลุ้ยเอื้อมมือมารับจอกเหล้า พลางสาดใส่คอจนหมด
แล้วส่งคืนให้ แล้วท่านก็ตอบเสียที อย่ามัวพิรี้พิไรอยู่เลย
เรามีเวลาน้อยแล้ว
……ข้าอยู่ที่สวรรค์กลางด้านใต้ ไม่รู้จะทำอะไร วันนี้
จึงเหาะเที่ยวมาทางสวรรค์บูรพานี้ เห็นประตูสวรรค์จึงถือ
วิสาสะเดินเข้ามา พบท่านเห้งเจียเข้า เลยได้พูดคุยกันสักครู่
รู้สึกถูกอัธยาศัยไมตรี จึงชวนกันสังสันทน์เสวนาประสาลิง
น่ะท่าน
…แล้วท่านเห้งเจียไปไหนล่ะ ท่านยังไม่ได้ตอบ
เซียนผู้เฒ่าตัวเล็กถามต่ออีก
…เขาบอกข้าว่าจะไปเมืองนรก ประเดี๋ยวมา ให้ข้า
รออยู่ที่นี่ ก็พอดีพวกท่านผ่านประตูเข้ามานี่แหละ
…..ท่านเห้งเจียไปนรก เขาไปทำอะไรน่ะท่าน แล้วทิ้ง
ประตูเอาไว้อย่างนี้ ไม่มีใครเฝ้า ถ้าทราบความถึงเง็กเซียน
ฮ่องเต้ละก็มีโทษแน่ เซียนหัวจุกพูดหน้าเครียด
….เขาบอกข้าว่าไม่ถึงอึดใจ เขาไปขอน้ำทองแดง
ในนรกหยอดหูแก้ราหู เขามีปัญหากับราหู
(อ่านต่อนตอนต่อไป)
...สองลิงผู้ยิ่งใหญ่...(6)
ไม่มีชีวิตอื่นอีก เขารินเหล้าลงถ้วยไตตาเนียม พลางจิบช้าๆ
อย่างละเมียดละไม วรรค์ด้านบูรพานี่สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง
มองไปทางไหนมีแต่เมฆขาวลอยเต็ม เทวดาแถบนี้ใช้เมฆขาว
นี้แทนพื้น มองไปด้านขวาเต็มไปด้วยต้นสนเฒ่า ยืนตระหง่าน
มีรูปร่างกิ่งก้านหงิกงอ เหมือนต้นไม้เป็นโรค อายุคงหลายพัน
ปีสวรรค์แล้วมันขึ้นอยู่บนก้อนเมฆได้ยังไง น่าสงสัย แต่เออนะ
นี่มันสวรรค์ ไม่ใช่อยุธยา อะไรมันก็เป็นไปได้ เขาคิดในใจ
ทางด้านซ้าย มองแลละลิ่วไกลออกไป ไม่ปรากฏ
สิ่งมีชีวิตใดใดมีแต่เมฆสีขาวกับฟ้าสวรรค์สีตัดกันดูราวภาพวาด
นี่มันที่ที่ไม่น่ามีชีวิตอยู่เลย เป็นเทวดากันทำไม มันบ้ากัน
หรือเปล่า วันๆหนึ่งก็ได้แต่ลอยไปลอยมา ไม่ทำอะไร
เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่เห็นเข้าท่า เขานั่งจิบสุราไปบ่นงึมงำไป
สักครู่ก็ได้ยินเสียงคุยของคนหลายคนจากทางประตูเข้า
และเมื่อเขาหันไปทางเสียงนั้น ก็ เห็นเทวดาหญิงชายหมู่หนึ่ง
เดินคุยกันผ่านประตูเข้ามา เทพเหล่านั้นมองมาทางเขาแล้ว
หยุดยืนซุบซิบกันอยู่ เขาจึงร้องถามไปว่า
…เอ้าท่านเทพทั้งหลายไปไหนกันมาละเนี่ย
เทพพุงพลุ้ย หัวล้าน ขาเป๋ มีไม้เท้าค้ำยัน เดินออกมา
ข้างหน้ากลุ่ม แล้วถามหนุมานว่า
….ท่านเป็นใคร มาจากไหน มานั่งทำไมที่นี่ แล้วท่าน
เทพทักษิณทวารบาลไปไหน
….เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ หลายคำถามจัง แล้วว่าอะไร
บานๆนะ ข้าฟังไม่ถนัด
….ข้าถามถึงท่านเทพทักษิณทวารบาลน่ะ ไปไหน เทพพุงพลุ้ยถามอีกครั้ง
…. ท่านพูดถึงใครล่ะ ชื่อยาวจัง ข้าไม่รู้จัก เขาอยู่
แถวนี้เหรอ
…..ท่านไม่รู้จัก ท่านเทพเฝ้าประตูด้านใต้ แล้วมานั่ง
อยู่ตรงนี้ได้ยังไง หลงมาเหรอ ถามอย่างสงสัยอีกเช่นเคย
…..เทพเฝ้าประตูด้านใต้ ก็ประตูนี้น่ะสิ งั้นท่านคง
หมายถึงตาเห้งเจียใช่มั้ย
…..ใช่ ท่านซีเทียนไต้เซียนั่นแหละ ท่านมีตำแหน่งเป็น
เทพทักษิณทวารบาล คือเทพเฝ้ารักษาด่านสวรรค์ทางทิศใต้
ท่านพูดยังกะสนิทกันดี ท่านเป็นอะไร กับท่านเห้งเจีย แม้จะ
เป็นลิงเหมือนกัน แต่คนละสีเลยนี่ เป็นพี่น้องคนละพ่อเหรอ
…เอาเข้าไป เอาเข้าไป เดาเข้าไป เฮ้อ เทพแถวแดน
ตะวันออกนี่ช่างคิดดีจังเลยนะ หนุมานพูดพลางลุกขึ้น
จากโต๊ะแล้วเดินส่ายอาดๆเ ข้าไปหาเทพหมู่นั้น แล้วหยุด
ยืนตรงหน้าเทพพุงพลุ้ย
……นี่ท่านเทพพิการ ข้าคือพระยาอนุชิต ผู้ครองกรุง
อยุธยาธานี เดิมชื่อกำแหงหนุมาน เป็นทหารคนสนิทของ
พระราม เมื่อครั้งไปรบกับทศกรรฐ์ เมื่อหลายพันปีมนุษย์
ก่อนโน้น และไม่ใช่พี่น้องกับเห้งเจียแต่ประการใด เนื่องจาก
เป็นคนละสายพันธุ์กัน
…..เห้งเจียไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีตัวเดียวโด่เด่ หัวเดียว
กระเทียมลีบ ส่วนข้า เป็นเชื้อสายพระศิวะมหาเทพ เกิดจาก
ทพพลัง มีพระพายเป็นบิดา และมารดาข้าชื่อสวาหะ ซึ่งเป็น
ลูกสาวพระฤษีกับนางกาญอัจนา ซึ่งตอนนี้ถูกสาป เป็นต้น
ทานตะวันไปแล้ว ทีนี้คงเข้าใจแล้วนะ
…โอเคเลย เจ้านี่เอง ข้าได้ยินชื่อมานานแล้ว เทพหนุ่ม
ที่มีจุกบนหัวในมือถือไม้แบนๆสองอัน กล่าวขึ้น
…รู้จักแล้วเป็นยังไงละขอรับ ว่าแต่ว่าพวกท่านเป็น
ใครแล้วไปไหนมา
...เดี๋ยวท่านยังตอบคำถามเราไม่หมดเลย เทพรูปหล่อ
เอ่ยขึ้น
……แล้วท่านถามอะไรมั่งล่ะ ข้าจำไม่ได้ ถามใหม่สิ
อ้อ… มานั่งที่โต๊ะก่อนสิท่านทั้งหลาย คุยกันหน่อยเดี๋ยวค่อยไป
หนุมานพูดพลางผายมือ ท่าทางเหมือนบ๋อยในภัตตาคารฝรั่ง
เทพทั้งแปดหันไปซุบซิบกันสักครู่ เทพมีอายุร่างเล็กก็กล่าวว่า
..เอาสิ แต่พวกเราอยู่นานไม่ได้นะ เพราะเง็กเซียนท่าน
ทรงเรียกหา ไม่รู้จะมีอะไรให้ทำหลังจากนั่งลงกันครบทุกคน
แล้วหนุมานก็รินเหล้าลงในถ้วยของตนเองแล้วส่งให้เหล่าเซียน
…..ถ้าท่านไม่รังเกียจที่จะดื่มสุราถ้วยเดียวกับข้า และ
นับว่าข้าเป็นสหาย โปรดรับสุราไมตรีจอกนี้เถิด
….เอ้าเลดี้เฟิร์ท เทพอีกองค์พูดขึ้น
เทพหญิงเพียงองค์เดียวในกลุ่มก็น้อมกายและค้อมศีรษะลง
เล็กน้อย พลางยื่นมือมารับเหล้าที่หนุมานยกยื่นให้ แล้วจิบ
เล็กน้อย จากนั้นจึงส่งให้เทพอีกเจ็ดองค์เวียนกันดื่มคนละจิบ
จนครบ แล้วส่งถ้วยคืนแก่วายุบุตร
…..ข้าขอขอบคุณ ในการที่เหล่าท่านเซียนทั้งหลาย
รับไมตรีจากลิงเผือกตัวน้อยตัวนี้ หนุมานพูดเหมือนนักร้อง
ลูกทุ่งเงินล้าน อ้อนแม่ยก พลางชายตาไปยิ้มหวานให้กับ
เซียนหญิง
…..ข้าบอกพวกท่านไปแล้ว พวกท่านยังไม่บอกข้าเลย
ว่า พวกท่านเป็นใคร? หนุมานทวงถาม
...ท่านก็ยังตอบคำถามเราไม่หมดเลยท่านลิงลม เซียน
พุงพลุ้ยกล่าวสวนขึ้น
….อ้าวท่านเซียนพิการ ข้ามีฉายาว่า วายุบุตร แปลว่า
ลูกลม ไม่ใช่ลิงลม กรุณาเข้าใจเสียใหม่ แล้วท่านถามข้าว่า
กระไรอีกล่ะ
….เราถามท่านว่า ท่านเป็นใคร มาจากไหน มานั่ง
ทำไมที่นี่ แล้วท่านเทพทักษิณทวารบาลไปไหน ท่านตอบเพียง
คำถามเดียว คือท่านเป็นใคร แต่อีกสามคำถาม
ยังไม่ตอบเรา เซียนองค์เดิมกล่าว
….อ้อกระนั้นหรือ มิใช่เรื่องยาก ก่อนจะตอบคำถาม
ขอได้โปรดท่านทั้งหลาย ได้รับสุราไมตรีนี้อีกสักคนละอึกเถิด
หนุมานว่าแล้วก็รินเหล้าส่งให้เซียนหญิงอีก
....เราขอรับหน้าที่นี้เองเถอะ เทพเจ้าลิงเผือก
เซียนพุงพลุ้ยเอื้อมมือมารับจอกเหล้า พลางสาดใส่คอจนหมด
แล้วส่งคืนให้ แล้วท่านก็ตอบเสียที อย่ามัวพิรี้พิไรอยู่เลย
เรามีเวลาน้อยแล้ว
……ข้าอยู่ที่สวรรค์กลางด้านใต้ ไม่รู้จะทำอะไร วันนี้
จึงเหาะเที่ยวมาทางสวรรค์บูรพานี้ เห็นประตูสวรรค์จึงถือ
วิสาสะเดินเข้ามา พบท่านเห้งเจียเข้า เลยได้พูดคุยกันสักครู่
รู้สึกถูกอัธยาศัยไมตรี จึงชวนกันสังสันทน์เสวนาประสาลิง
น่ะท่าน
…แล้วท่านเห้งเจียไปไหนล่ะ ท่านยังไม่ได้ตอบ
เซียนผู้เฒ่าตัวเล็กถามต่ออีก
…เขาบอกข้าว่าจะไปเมืองนรก ประเดี๋ยวมา ให้ข้า
รออยู่ที่นี่ ก็พอดีพวกท่านผ่านประตูเข้ามานี่แหละ
…..ท่านเห้งเจียไปนรก เขาไปทำอะไรน่ะท่าน แล้วทิ้ง
ประตูเอาไว้อย่างนี้ ไม่มีใครเฝ้า ถ้าทราบความถึงเง็กเซียน
ฮ่องเต้ละก็มีโทษแน่ เซียนหัวจุกพูดหน้าเครียด
….เขาบอกข้าว่าไม่ถึงอึดใจ เขาไปขอน้ำทองแดง
ในนรกหยอดหูแก้ราหู เขามีปัญหากับราหู
(อ่านต่อนตอนต่อไป)