คำนำ
หนังสือค่าควรเมือง ที่ท่านสาธุชนพุทธศาสนบุตร กำลังอ่านอยู่นี้ สำเร็จขึ้นมาด้วยการศึกษาหาความรู้จากสิ่งที่แลไม่เห็นเป็นรูปร่าง เทพยเจ้าจี่กงอัวะฮุด ได้เขียนอักษรภาษาจีนตามแบบอย่างวรรณคดีชั้นสูง และเทพยเจ้าท้าวปาโมกข์ ได้ถอดเรียบเรียงเป็นภาษาไทย ปรากฏตามบันทึกการศึกษาหาความรู้จากสิ่งทีควรสนใจ และมีความสองวรรคว่า มหากสป เฝ้าเชิญ ณ จิต ได้มา ปาฏิหาริย์สูงสุด แน่เสด็จ มาเอง เมื่ออาตมภาพได้เห็นข้อความนี้ระบุเรื่องประหลาดเกี่ยวกับพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุงก็เกิดความสนใจ เป็นเหตุให้ค้นหาความรู้จากเทพย์ จึงได้ประวัติดอยตุงอย่างพิสดาร ที่ท่านไม่เคยรู้มาเลยว่า องค์พระเจดีย์นั้นได้สร้างแล้วเสร็จก่อนพระพุทธองค์ปรินิพพาน ๖ ปี และหลังปรินิพพาน ๓ ปี พระมหากสปอัญเชิญพระบรมนาสิกสารีริกธาตุมาประดิษฐานในพระเจดีย์ เป็นสิ่งที่มีค่าคู่บ้านควรเมือง นับเป็นพระเจดีย์องค์แรกแห่งล้านนาไทย อันเป็นเกียรติ์ประวัติของประชาชนชาวไทยตลอดมาจนบัดนี้ ค่าควรเมืองมีความสำคัญอย่างใด ท่านจงพยายามอ่านให้จบเล่มจึงจะรู้ด้วยตนเองว่า สมกับชื่อจริง ดังภาษาสวรรค์ว่า นปรัญ(นะปรัญ) ตบปร(ตัปปะระ) แปลว่า พบแล้ว ไม่คิดของดีก็ไม่ผุด ผู้ใดอยากรู้ต้องเพียรเอง
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ นางสาวทองคำ ฮั่นตระกูล โรงเลื่อยจักรไทยวัฒนาจำกัด อำเภอพะเยา จ.เชียงราย ได้เห็นความชำรุดทรุดโทรมขององค์เจดีย์บรรจุพระมหาชินธาตุบนดอยตุง จึงบังเกิดความศรัทธาสละทรัพย์จำนวนหนึ่ง ชักชวนคณะศรัทธาทั้งหลาย ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ และขณะนี้กำลังดำเนินการสร้างพระอุโบสถอยู่ นับว่าเป็นพุทธศาสนิกที่มีความศรัทธาแรงกล้าผู้หนึ่ง ได้มานิมนต์อาตมภาพร่วมการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วย เป็นเหตุให้วิญญาณพระฤาษีกัมโลสุรเตโวบนดอยตุงมาประทับร่างทรงเองได้ นิมนต์ให้อาตมภาพช่วยอีกแรงหนึ่ง คอยท่านมานานแล้ว ขอให้ท่านจงสละความสุขส่วนตัวไปร่วมสร้างความสุขส่วนรวมของพุทธศาสนิกด้วยกัน เพราะสถานที่นั้นเป็นหลักเขตที่พระพุทธศาสนาเจริญมาถึงก่อน และได้สั่งให้ทำตามตารีตประเพณี ให้นิมนต์พระครูอุดมเวช(หลวงพ่อเมือง) เจ้าอาวาสวัดทะแหนจังหวัดลำปาง เป็นประธานและผู้นำทาง และนิมนต์พระสงฆ์สวดชยันโตที่น้ำสองสบ(ประจบกัน) ขอสรงน้ำทิพย์แล้วสรงตามจารีตประเพณีโบราณนิยม กับให้ทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้บุพการีนางสาวทองคำ ฮั่นตระกูล ที่ได้สร้างกุฏิสงฆ์แล้วเสร็จถวายเป็นศาสนสมบัติ และขอให้ทำพิธีเบิกพระรัศมีพระพุทธเจ้า พระเจ้าองค์หลวงด้วย อาตมภาพได้ทราบเรื่องน่าสนใจที่ไม่เคยรู้มาแต่ก่อนเลย จำต้องไปพิสูจน์ความจริงให้แน่แท้แก่ใจแล้วจึงค่อยเชื่อ
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓ อาตมภาพได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงรายโดยเครื่องบิน เมื่อถึงสนามบินจังหวัดเชียงราย หลวงพ่อเมืองและนางสาวทองคำได้มาคอยรับ เพื่อนำอาตมภาพขึ้นไปยังพระธาตุดอยตุง เมื่อนัดหมายกันเรียบร้อยแล้ว วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๓ เวลา ๘.๐๐ น. ทุกคนได้ไปพร้อมกันที่ศาลาเชิงดอย แบ่งเป็น ๒ คณะ เดินทางขึ้นไปบนดอยตุงทั้งทางเก่าและทางใหม่ ทางเก่าตั้งต้นที่ปางสารภี ทางใหม่ตั้งต้นที่บ้านห้วยไคร้ อาตมภาพพร้อมด้วยหลวงพ่อเมือง พระครูสัจธรรมโกวิท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เจ้าคณะอำเภอแม่สาย พระภิกษุสงฆ์อีกหลายรูป กับอุบาสก อุบาสิกา ซึ่งต้องกระทำตามจารีตที่พระฤาษีกัมโลสุรเตโวได้แนะนำให้ไปทางเก่า นอกนั้นไปทางใหม่
อาตมภาพได้ทำพิธีขอน้ำทิพย์ ที่นำสองสบสรงตามประเพณีโบราณนิยม กับจุดธูปเทียนบูชาด้วยดอกไม้ และพระสงฆ์สวดชยันโตขอน้ำทิพย์สรงเรียบร้อยแล้วฉันเพล จากนั้นจึงได้เดินทางต่อไป ถึงวัดน้อยเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. หลวงพ่อเมืองพร้อมด้วย พระภิกษุสงฆ์ไปสวดชยันโตที่บ่อน้ำทิพย์พระมหากสปบนดอยอีกครั้งหนึ่ง และมีคนตักน้ำมาให้อาตมภาพสรง เมื่อสรงน้ำนี้ก็รู้สึกบังเกิดความหนาวสะท้านจากหัวใจเป็นสิ่งแปลกในชีวิตของอาตมภาพ อาจจะเป็นนิมิตที่ดีของอาตมภาพก็ได้ จากนั้นก็ได้ไปบูชาที่อาศรมของพระฤาษีกัมโลสุรเตโว และไปทำการสัการะบูชาพระมหาชินธาตุเจ้าซึ่งหลวงพ่อเมืองและพระภิกษุสงฆ์ไปคอยอยู่ก่อน
วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๐๓ เวลา ๙.๐๐ น. ได้เริ่มบวงสรวงเทพยเจ้า มีเจ้าเขาไพรโยชน์มหากาฬ พระฤาษีกัมโลสุรเตโว และพระมหากษัตริย์ที่ได้ทะนุบำรุงพระมหาชินธาตุเจ้ามาในกาลก่อน ครั้นเวลา ๑๔.๐๐ น. ได้ทำการอัญเชิญเทพยเจ้าเพื่อศึกษาเรื่องราวตามที่ปรากฏในบันทึกสิ่งที่ควรสนใจ ท่านผู้อ่านคงจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
เมื่ออาตมภาพได้เดินทางกลับกรุงเทพฯสิ่งที่ได้ประสบพบเห็นในคราวเดินทางขึ้นไปทำการสักการบูชาพระมหาชินธาตุบนดอยตุง ยังได้ใฝ่ใจนึกถึงอยู่เสมอ ให้มีความรู้สึกว่า ทางที่ขึ้นไปสู่บนดอยตุงนั้น เป็นทางที่ทุรกันดาร ยากแก่การขนสรรพพัศดุสิ่งของ และการไปมาของผู้คน สมควรจะมีทางที่สะดวกสบายกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จะได้สะดวกทั้งทางพุทธจักรและทั้งทางทางอาณาจักรด้วย อาตมภาพจึงมีลิขิตเจริญพรขอความช่วยเหลือไปยัง นายชำนาญ ยุวบูรณ์ อธิบดีกรมมหาดไทย ขอความร่วมมือในการสร้างถนนขึ้นดอยตุง ซึ่งก็ได้เป็นผลให้อาตมภาพเดินทางไปร่วมประชุมและสำรวจเส้นทางทำถนนขึ้นดอยตุงที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๓ โดยมีนายเครือ สุวรรณสิงห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้วางโครงการ พัฒนาชุมชน พิเศษ/๒๕๐๔ ทำถนนขึ้นดอยตุง และอาตมภาพได้มีลิขิตเจริญพรขอความช่วยเหลือไปยัง พลตรีเสถียร พจนานนท์ อธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดินด้วย เจ้าหน้าที่ทั้งสองกรมให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างดียิ่ง บัดนี้การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาชุมชน พิเศษ/๒๕๐๔ ทำถนนขึ้นดอยตุงตอนที่๑ ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจากถนนพหลโยธินถึงเชิงดอย เป็นระยะทาง ๒ กิโลเมตร คงเหลือเพียง การดำเนินงานขั้นที่ ๒ และ ๓ ซึ่งต้องรอผลการสำรวจเส้นทางของนายช่างกรมทางหลวงแผ่นดินต่อไป
ท่านผู้เจริญด้วยแรงศรัทธา บัดนี้โอกาสได้มาถึงให้ท่านทั้งหลายจงช่วยกันรีบเร่งร่วมแรงร่วมใจกันทำทางขึ้นสู่ดอยตุง เป็นทางที่ทำให้ท่านขึ้นไปสักการบูชาบนยอดดอยที่เป็นหลักในพระพุทธศาสนาตลอดชั่วลูกหลาน
ในงานฉลองปิดทองพระพุทธเจ้าองค์หลวง ณ วัดศรีโคมคำ อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ซึ่งนางสาวทองคำ ฮั่นตระกูล เป็นผู้สละทรัพย์ปิดทองถวายในครั้งนี้ อาตมภาพได้อัญเชิญพระเจ้าองค์หลวงมาประทับร่างทรง ขอทราบประวัติความเป็นมาของท่าน ซึ่งท่านได้เล่าประวัติความเป็นจริงของท่าน และสดุดีผู้ศรัทธา กับขับร้องเห่กล่อมเป็นเรื่องที่น่าศึกษา จึงถือโอกาสพิมพ์แจกเป็นธรรมพลี เพื่อให้ผู้สนใจได้อ่านกันก่อน หากการทำถนนขึ้นดอยตุงเมื่อใดจะได้พิมพ์ฉบับที่สมบูรณ์
ในการศึกษาค้นคว้าหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องราว ของพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุงครั้งนี้ อาตมภาพได้รับความร่วมมือร่วมใจจากท่านผู้รู้หลายท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลืออุปการะเป็นอย่างดี ตลอดจนเจ้าหน้าที่กองวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ อาตมภาพขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ประโยชน์ใดที่ได้จากการพิมพ์หนังสือนี้ อาตมภาพขอนอบน้อมถวายให้เป็นประโยชน์แด่บวรพุทธศาสนา ขอเดชะ พระบารมีสมเด็จพระศากยมุนีพุทธเจ้า ทรงโปรดประทานรัศมี ชักนำปวงพุทธศาสนบุตรให้ก้าวไกลไปจากห้วงเหวแห่งความทุกข์ มีพระพุทธองค์เป็นที่ยึดเหนี่ยว จักได้เฝ้าใกล้พระยุคลบาท เสวยอมตสุขตามปรารถนาเทอญ
(องสรภาณมธุรส (บ๋าวเอิง) )
เจ้าอาวาสวัดสมณานัมบริหาร
๖ เมษายน ๒๕๐๔
เทพยเจ้าอธิบายว่า
กสป แปลว่า ผู้ที่ล่วงแล้วกิเลสทั้งปวง
กัสสปะ แปลว่า ผู้มักได้ หรือ ผู้เห็นแก่ตัว
ที่มาหนังสือ ค่าควรเมือง โดยองสรภาณมธุรสบ๋าวเอิง วัดสมณานัมบริหาร(วัดญวนสะพานขาว)
เชิญเข้ามาติดตามเรื่องราวได้ที่เฟสบุ๊คของวัดเลยครับ พิมพ์เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน ออ มี ถ่อ ฝ๋อ จะทยอยพิมพ์ให้อ่านนะครับถ้ามีเวลา
http://www.facebook.com/Samananamboriharn
หนังสือ ค่าควรเมือง โดย องสรภาณมธุรส (บ๋าวเอิง)
หนังสือค่าควรเมือง ที่ท่านสาธุชนพุทธศาสนบุตร กำลังอ่านอยู่นี้ สำเร็จขึ้นมาด้วยการศึกษาหาความรู้จากสิ่งที่แลไม่เห็นเป็นรูปร่าง เทพยเจ้าจี่กงอัวะฮุด ได้เขียนอักษรภาษาจีนตามแบบอย่างวรรณคดีชั้นสูง และเทพยเจ้าท้าวปาโมกข์ ได้ถอดเรียบเรียงเป็นภาษาไทย ปรากฏตามบันทึกการศึกษาหาความรู้จากสิ่งทีควรสนใจ และมีความสองวรรคว่า มหากสป เฝ้าเชิญ ณ จิต ได้มา ปาฏิหาริย์สูงสุด แน่เสด็จ มาเอง เมื่ออาตมภาพได้เห็นข้อความนี้ระบุเรื่องประหลาดเกี่ยวกับพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุงก็เกิดความสนใจ เป็นเหตุให้ค้นหาความรู้จากเทพย์ จึงได้ประวัติดอยตุงอย่างพิสดาร ที่ท่านไม่เคยรู้มาเลยว่า องค์พระเจดีย์นั้นได้สร้างแล้วเสร็จก่อนพระพุทธองค์ปรินิพพาน ๖ ปี และหลังปรินิพพาน ๓ ปี พระมหากสปอัญเชิญพระบรมนาสิกสารีริกธาตุมาประดิษฐานในพระเจดีย์ เป็นสิ่งที่มีค่าคู่บ้านควรเมือง นับเป็นพระเจดีย์องค์แรกแห่งล้านนาไทย อันเป็นเกียรติ์ประวัติของประชาชนชาวไทยตลอดมาจนบัดนี้ ค่าควรเมืองมีความสำคัญอย่างใด ท่านจงพยายามอ่านให้จบเล่มจึงจะรู้ด้วยตนเองว่า สมกับชื่อจริง ดังภาษาสวรรค์ว่า นปรัญ(นะปรัญ) ตบปร(ตัปปะระ) แปลว่า พบแล้ว ไม่คิดของดีก็ไม่ผุด ผู้ใดอยากรู้ต้องเพียรเอง
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ นางสาวทองคำ ฮั่นตระกูล โรงเลื่อยจักรไทยวัฒนาจำกัด อำเภอพะเยา จ.เชียงราย ได้เห็นความชำรุดทรุดโทรมขององค์เจดีย์บรรจุพระมหาชินธาตุบนดอยตุง จึงบังเกิดความศรัทธาสละทรัพย์จำนวนหนึ่ง ชักชวนคณะศรัทธาทั้งหลาย ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ และขณะนี้กำลังดำเนินการสร้างพระอุโบสถอยู่ นับว่าเป็นพุทธศาสนิกที่มีความศรัทธาแรงกล้าผู้หนึ่ง ได้มานิมนต์อาตมภาพร่วมการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วย เป็นเหตุให้วิญญาณพระฤาษีกัมโลสุรเตโวบนดอยตุงมาประทับร่างทรงเองได้ นิมนต์ให้อาตมภาพช่วยอีกแรงหนึ่ง คอยท่านมานานแล้ว ขอให้ท่านจงสละความสุขส่วนตัวไปร่วมสร้างความสุขส่วนรวมของพุทธศาสนิกด้วยกัน เพราะสถานที่นั้นเป็นหลักเขตที่พระพุทธศาสนาเจริญมาถึงก่อน และได้สั่งให้ทำตามตารีตประเพณี ให้นิมนต์พระครูอุดมเวช(หลวงพ่อเมือง) เจ้าอาวาสวัดทะแหนจังหวัดลำปาง เป็นประธานและผู้นำทาง และนิมนต์พระสงฆ์สวดชยันโตที่น้ำสองสบ(ประจบกัน) ขอสรงน้ำทิพย์แล้วสรงตามจารีตประเพณีโบราณนิยม กับให้ทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้บุพการีนางสาวทองคำ ฮั่นตระกูล ที่ได้สร้างกุฏิสงฆ์แล้วเสร็จถวายเป็นศาสนสมบัติ และขอให้ทำพิธีเบิกพระรัศมีพระพุทธเจ้า พระเจ้าองค์หลวงด้วย อาตมภาพได้ทราบเรื่องน่าสนใจที่ไม่เคยรู้มาแต่ก่อนเลย จำต้องไปพิสูจน์ความจริงให้แน่แท้แก่ใจแล้วจึงค่อยเชื่อ
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๐๓ อาตมภาพได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงรายโดยเครื่องบิน เมื่อถึงสนามบินจังหวัดเชียงราย หลวงพ่อเมืองและนางสาวทองคำได้มาคอยรับ เพื่อนำอาตมภาพขึ้นไปยังพระธาตุดอยตุง เมื่อนัดหมายกันเรียบร้อยแล้ว วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๓ เวลา ๘.๐๐ น. ทุกคนได้ไปพร้อมกันที่ศาลาเชิงดอย แบ่งเป็น ๒ คณะ เดินทางขึ้นไปบนดอยตุงทั้งทางเก่าและทางใหม่ ทางเก่าตั้งต้นที่ปางสารภี ทางใหม่ตั้งต้นที่บ้านห้วยไคร้ อาตมภาพพร้อมด้วยหลวงพ่อเมือง พระครูสัจธรรมโกวิท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เจ้าคณะอำเภอแม่สาย พระภิกษุสงฆ์อีกหลายรูป กับอุบาสก อุบาสิกา ซึ่งต้องกระทำตามจารีตที่พระฤาษีกัมโลสุรเตโวได้แนะนำให้ไปทางเก่า นอกนั้นไปทางใหม่
อาตมภาพได้ทำพิธีขอน้ำทิพย์ ที่นำสองสบสรงตามประเพณีโบราณนิยม กับจุดธูปเทียนบูชาด้วยดอกไม้ และพระสงฆ์สวดชยันโตขอน้ำทิพย์สรงเรียบร้อยแล้วฉันเพล จากนั้นจึงได้เดินทางต่อไป ถึงวัดน้อยเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. หลวงพ่อเมืองพร้อมด้วย พระภิกษุสงฆ์ไปสวดชยันโตที่บ่อน้ำทิพย์พระมหากสปบนดอยอีกครั้งหนึ่ง และมีคนตักน้ำมาให้อาตมภาพสรง เมื่อสรงน้ำนี้ก็รู้สึกบังเกิดความหนาวสะท้านจากหัวใจเป็นสิ่งแปลกในชีวิตของอาตมภาพ อาจจะเป็นนิมิตที่ดีของอาตมภาพก็ได้ จากนั้นก็ได้ไปบูชาที่อาศรมของพระฤาษีกัมโลสุรเตโว และไปทำการสัการะบูชาพระมหาชินธาตุเจ้าซึ่งหลวงพ่อเมืองและพระภิกษุสงฆ์ไปคอยอยู่ก่อน
วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๐๓ เวลา ๙.๐๐ น. ได้เริ่มบวงสรวงเทพยเจ้า มีเจ้าเขาไพรโยชน์มหากาฬ พระฤาษีกัมโลสุรเตโว และพระมหากษัตริย์ที่ได้ทะนุบำรุงพระมหาชินธาตุเจ้ามาในกาลก่อน ครั้นเวลา ๑๔.๐๐ น. ได้ทำการอัญเชิญเทพยเจ้าเพื่อศึกษาเรื่องราวตามที่ปรากฏในบันทึกสิ่งที่ควรสนใจ ท่านผู้อ่านคงจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
เมื่ออาตมภาพได้เดินทางกลับกรุงเทพฯสิ่งที่ได้ประสบพบเห็นในคราวเดินทางขึ้นไปทำการสักการบูชาพระมหาชินธาตุบนดอยตุง ยังได้ใฝ่ใจนึกถึงอยู่เสมอ ให้มีความรู้สึกว่า ทางที่ขึ้นไปสู่บนดอยตุงนั้น เป็นทางที่ทุรกันดาร ยากแก่การขนสรรพพัศดุสิ่งของ และการไปมาของผู้คน สมควรจะมีทางที่สะดวกสบายกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จะได้สะดวกทั้งทางพุทธจักรและทั้งทางทางอาณาจักรด้วย อาตมภาพจึงมีลิขิตเจริญพรขอความช่วยเหลือไปยัง นายชำนาญ ยุวบูรณ์ อธิบดีกรมมหาดไทย ขอความร่วมมือในการสร้างถนนขึ้นดอยตุง ซึ่งก็ได้เป็นผลให้อาตมภาพเดินทางไปร่วมประชุมและสำรวจเส้นทางทำถนนขึ้นดอยตุงที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๓ โดยมีนายเครือ สุวรรณสิงห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้วางโครงการ พัฒนาชุมชน พิเศษ/๒๕๐๔ ทำถนนขึ้นดอยตุง และอาตมภาพได้มีลิขิตเจริญพรขอความช่วยเหลือไปยัง พลตรีเสถียร พจนานนท์ อธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดินด้วย เจ้าหน้าที่ทั้งสองกรมให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างดียิ่ง บัดนี้การดำเนินงานตามโครงการพัฒนาชุมชน พิเศษ/๒๕๐๔ ทำถนนขึ้นดอยตุงตอนที่๑ ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจากถนนพหลโยธินถึงเชิงดอย เป็นระยะทาง ๒ กิโลเมตร คงเหลือเพียง การดำเนินงานขั้นที่ ๒ และ ๓ ซึ่งต้องรอผลการสำรวจเส้นทางของนายช่างกรมทางหลวงแผ่นดินต่อไป
ท่านผู้เจริญด้วยแรงศรัทธา บัดนี้โอกาสได้มาถึงให้ท่านทั้งหลายจงช่วยกันรีบเร่งร่วมแรงร่วมใจกันทำทางขึ้นสู่ดอยตุง เป็นทางที่ทำให้ท่านขึ้นไปสักการบูชาบนยอดดอยที่เป็นหลักในพระพุทธศาสนาตลอดชั่วลูกหลาน
ในงานฉลองปิดทองพระพุทธเจ้าองค์หลวง ณ วัดศรีโคมคำ อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ซึ่งนางสาวทองคำ ฮั่นตระกูล เป็นผู้สละทรัพย์ปิดทองถวายในครั้งนี้ อาตมภาพได้อัญเชิญพระเจ้าองค์หลวงมาประทับร่างทรง ขอทราบประวัติความเป็นมาของท่าน ซึ่งท่านได้เล่าประวัติความเป็นจริงของท่าน และสดุดีผู้ศรัทธา กับขับร้องเห่กล่อมเป็นเรื่องที่น่าศึกษา จึงถือโอกาสพิมพ์แจกเป็นธรรมพลี เพื่อให้ผู้สนใจได้อ่านกันก่อน หากการทำถนนขึ้นดอยตุงเมื่อใดจะได้พิมพ์ฉบับที่สมบูรณ์
ในการศึกษาค้นคว้าหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องราว ของพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุงครั้งนี้ อาตมภาพได้รับความร่วมมือร่วมใจจากท่านผู้รู้หลายท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลืออุปการะเป็นอย่างดี ตลอดจนเจ้าหน้าที่กองวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ อาตมภาพขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ประโยชน์ใดที่ได้จากการพิมพ์หนังสือนี้ อาตมภาพขอนอบน้อมถวายให้เป็นประโยชน์แด่บวรพุทธศาสนา ขอเดชะ พระบารมีสมเด็จพระศากยมุนีพุทธเจ้า ทรงโปรดประทานรัศมี ชักนำปวงพุทธศาสนบุตรให้ก้าวไกลไปจากห้วงเหวแห่งความทุกข์ มีพระพุทธองค์เป็นที่ยึดเหนี่ยว จักได้เฝ้าใกล้พระยุคลบาท เสวยอมตสุขตามปรารถนาเทอญ
(องสรภาณมธุรส (บ๋าวเอิง) )
เจ้าอาวาสวัดสมณานัมบริหาร
๖ เมษายน ๒๕๐๔
เทพยเจ้าอธิบายว่า
กสป แปลว่า ผู้ที่ล่วงแล้วกิเลสทั้งปวง
กัสสปะ แปลว่า ผู้มักได้ หรือ ผู้เห็นแก่ตัว
ที่มาหนังสือ ค่าควรเมือง โดยองสรภาณมธุรสบ๋าวเอิง วัดสมณานัมบริหาร(วัดญวนสะพานขาว)
เชิญเข้ามาติดตามเรื่องราวได้ที่เฟสบุ๊คของวัดเลยครับ พิมพ์เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน ออ มี ถ่อ ฝ๋อ จะทยอยพิมพ์ให้อ่านนะครับถ้ามีเวลา
http://www.facebook.com/Samananamboriharn