อยากรู้จัก Messi... คุณก็แค่...

อ่านกระทู้นี้ให้จบ
แต่แม้จะอ่านจบคุณอาจจะไม่ได้รู้จักเมซซี่จริงๆก็ได้

ก่อนอื่น อยากให้ทราบความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนก่อนนะคะ วันนี้ดิฉันไม่ได้จะมากวนทรีนแน่นอน แม้เราจะเป็นติ่งโด้ก็ตาม แต่ก็ให้เคารพเลียวเนลอยู่พอควร ก่อนหน้านี้เคยได้พยายามหาบทสัมภาษณ์ของนักเตะที่เราชอบมาตั้งกระทู้อยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้เอ่ยถึงเลียวเนลสักครั้ง ทั้งที่เลียวเนลดังซะขนาดนี้!

ไม่ใช่เพราะเมซซี่เป็นคู่แข่งโด้ หรือ อะไร แต่เพราะเรามีโปรไฟล์ข้อมูลของเมซซี่อยู่น้อยมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามหาอะไรที่แหก มันแหวกกว่า "ประวัติ" ที่เราๆท่านๆรู้อยู่แล้ว เช่นว่า เมซซี่มาอยู่บาร์ซ่าได้ไง หรือ สถิติความเทพ เก่งระดับโลก บลาๆๆๆ เรื่องราวในสนามอะไรพวกนี้ อาจเห็นกันบ่อยจนเฝือแล้ว และเราก็ไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่ด้วย (เพราะยิ่งรู้ยิ่งหมั่นไส้ อิอิ)

เรื่องที่เราค่อนข้างสนใจในตัวนักเตะแต่ละคน คือ เรื่องราวนอกสนามของพวกเขา...
วันนี้โอกาสดี เนื่องจากเป็นวันโกหกโลก  April Fool Day (เกี่ยวอะไร) อิฉันขอนอกใจ โรน้าวโด้ สุดเลิฟ มา หลงรักเมซซี่สักวันแล้วกันนะจ๊ะ (เบ่บี๋.. ไม่โกรธนะ)
วันนี้ดิฉันมีเรื่องราว "ส่วนเล็กๆ" ในชีวิต ของนักเตะเบอร์ 1 ของโลกคนนี้มาเล่าให้ฟังค่ะ...


หากคุณบอกว่า คุณเป็นแฟนบอลที่รู้จักเมซซี่เป็นอย่างดี .. นั่นหมายความว่า คุณยังไม่ได้รู้จักเขาจริงๆเลย

ก็อาจจะอ่ะนะ....

เมซซี่ก็เหมือนนักกีฬาคนอื่นๆทั่วๆไป ที่ไม่ค่อยอยากเสนอเรื่องราวส่วนตัวในชีวิตเท่าไร แต่อยากให้แฟนๆพิสูจน์ตัวเขาจากผลงานในสนามมากกว่า แต่การจะเป็นคนดัง คุณไม่อาจห้ามปรามแฟนๆให้หยุดอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของคุณได้ ... นั่นเองทำให้คนดังเหล่านี้มีวิธีรับมือกับแฟนๆต่างกัน..

นักฟุตบอลหลายคนที่เริ่มโด่งดัง มักหันมาเขียนหนังสือเล่าถึงประวัติตัวเอง เพื่อบ่งบอกว่า เหตุใดเขาจึงกลายมาเป็นแบบนี้ และ เขาเติบโตมาอย่างไร เสมือนเป็นการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกับแฟนบอล เปิดมุมมองนอกสนามให้แฟนๆได้รู้จักเขามากขึ้น

แต่เมซซี่ ไม่เป็นแบบนั้น ..

หนังสือประวัติ หรือ กระทั่งประวัติส่วนตัวของเมซซี่ที่ปรากฏอยู่ทั่วไป แทบไม่มีข้อมูลใดเลยที่ออกมาจากปากเมซซี่ เรื่องราวเหล่านั้นล้วนมาจาก "คนรอบๆตัว" เขาทั้งสิ้น..

นักข่าวกีฬาชื่อดังคนหนึ่ง ได้พยายามเขียนหนังสือประวัติเมซซี่ แต่เขาได้รับโอกาสกับการสัมภาษณ์ เมซซี่ เพียง 15 นาที เมซซี่แทบไม่ได้ตอบอะไรที่เป็นประโยชน์กับการเขียน "หนังสือชีวประวัติ" เลย นักข่าวคนนั้นเลยต้องหันไปสัมภาษณ์ คุณครู,ครอบครัว,เพื่อนฝูง,เพื่อนบ้าน และคนอื่นๆรอบตัวๆเขาแทน เพื่อทำหนังสือ ชีวประวัติเมซซี่สักเล่ม..

นั่นเองเป็นเคสสำคัญ ที่ทำให้นักข่าวกีฬาหลายๆคนที่ติดตามเมซซี่ กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า
"ถ้าคุณอยากรู้จักเมซซี่ อย่าซื้อหนังสือชีวประวัติของเขาเลย คุณจะไม่ได้อะไรหรอก"

ขอบคุณที่ทำให้เราได้ทราบข้อมูลนี้ก่อน
(ดิฉันเคยเกือบได้ซื้อหนังสือเมซซี่มาทีนึงแล้ว)



นอกเหนือจากบทสัมภาษณ์หลังเกมส์ หรือ หลังรับรางวัลใดๆก็ตาม ที่มักจะเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทีมและความรู้สึกกับเกมส์การเล่นแต่ละครั้ง เมซซี่เองก็มีบทสัมภาษณ์เรื่องราวเบื้องลึก เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวอยู่ไม่น้อย แต่ทุกครั้งของการสัมภาษณ์ ต้องผ่าน "กองเซนเซอร์" เท่านั้น..

กองเซนเซอร์ที่ว่า คือ ตัวเมซซี่เอง และ พี่ชาย ผู้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขานั่นเอง..
และคำถามที่กองเซนเซอร์ขออณุญาติไม่ตอบ คือ

คำถามเกี่ยวกับ การเปรียบเทียบความเก่งของเขากับโรนัลโด้ (55555555555555555)
คำถามเกี่ยวกับ ครอบครัวของเมซซี่
คำถามเกี่ยวกับ ชีวิตส่วนตัว
และ คำถามเกี่ยวกับ การย้ายทีม

ข้อสุดท้ายนี้เมซซี่ให้เหตุผลว่า "เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีวันเกิดขึ้น"
(อนุญาติให้ปาดน้ำตาด้วยความซึ้งได้ค่ะ แฟนๆบาร์ซ่า..)

นอกนั้นเมซซี่สามารถตอบคุณได้ทุกเรื่อง..
เราเลยได้เห็นเมซซี่ตอบคำถามได้เป็นวรรคเป็นเวรเวลาถามถึงว่า รู้สึกอย่างไรกับการเล่นให้ทีมชาติ รู้สึกอย่างไรกับการที่ผู้จัดการทีมย้ายทีม รู้สึกอย่างไรกับการเล่นของทีม รู้สึกอย่างไรกับ....(เติมคำถามอะไรก็ได้เกี่ยวกับฟุตบอลลงไป)

แต่ไอ้ที่เป็นวรรคเป็นเวรของเมซซี่ ก็แทบไม่ต่างอะไรกับ การถามคำตอบคำเลย..

ยิ่งถ้าได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเมซซี่เกี่ยวกับแฟชั่น คุณจะยิ่งขำ เช่น
"คุณชอบใส่เสื้อผ้าแบบไหน"
"อะไรที่ก็ได้ดูดี แต่จะดีกว่าถ้าเป็น ยีนส์กับเสื้อยืด มันไม่ฟุ่มเฟือยดี"
"คุณรู้สึกอย่างไรกับ Dolce&Gabbana"
"ก็เหมาะกับผมดี"

ซึ่งถ้าเอาคำถามแบบนี้ไปถาม มาริโอ้ บาโทเรลลิ แห่ง เอซี มิลาน คุณจะได้คำตอบที่สามารถเอาไปเขียนบทความแฟชั่นอันใหม่ได้อีก 1 บทความเลยทีเดียว (เกรียนโอ้มีเซนส์แฟชั่นที่และ ความเป็นแฟชั่นนิสต้าสูงมาก)

เมซซี่ จึงไม่เป็นที่โปรดปรานกับบรรดานักเขียนเท่าไรนัก เพราะการ ถามคำ ตอบคำ ของเขา ขณะเดียวกับที่เขาเป็นที่รักของช่างภาพเลยทีเดียว เพราะเขาแทบไม่ตามเชครูปตัวเองเลย ว่าจะดูดีหรือแย่ในสายตาเขา เรียกได้ว่าเมซซี่แทบไม่สนใจภาพลักษณ์ตัวเองเลย

แต่เห็นแบบนี้ก็เถอะ คนรู้จักเมซซี่หลายๆคนบอกว่า เมซซี่มาำไกลมากแล้ว "ด้านความปฏิสัมพันธ์กับผู้คน"
อิงจากบทสัมภาษณ์ของเพื่อนรวมทีมหลายๆคน เช่น เชส ฟราเบกาส ที่ตอนมาอยู่ในทีมช่วงแรกๆ เขาก็เป็นอีกคนที่มีความคิดว่า "หรือไอ้หมอนี่จะเป็นใบ้?" เพราะไม่เคยได้ยินเมซซี่พูดเลยสักครั้ง (คนอื่นๆก่อนหน้าเขาก็คิดแบบเดียวกันทั้งนั้น 5555555555555)
เพราะเมซซี่เป็นเด็กเงียบๆ เขามักพยักหน้าแทนคำตอบ นอกจากจะมีใครถาม เขาถึงจะพูดขึ้นมา นั่นแหละ บุคลิกของนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้..

แต่ก็มีการคาดเดาว่า นอกจากความเป็นคนพูดน้อยและเป็นคนเรียบๆของเขาแล้ว ส่วนหนึ่งที่ทำให้เมซซี่ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวชีวิตส่วนตัวและทำตัวไร้ซึ่งเรื่องฉาวคือ เขาเป็น สินค้ามูลค่าหลายร้อยล้าน ที่แบกภาพลักษณ์ของสินค้าไว้มากมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในเชิงธุรกิจ มันก็สมควรเป็นเช่นนี้จริงๆ..

แต่ไม่ใช่ว่า จะไม่มีใครได้รู้จัก อารมณ์ ความรู้สึกจากปากเมซซี่เสียทีเดียว เพราะเมื่อถามถึง "ลูกชาย" เธียโก เมซซี่ก็เหมือนคุณพ่อคนอื่นๆทั่วโลก ที่อารมณ์อ่อนโยนเข้ามาแทนทีความเงียบขรึม
"แค่คิดว่า มีเธียโกรออยู่ที่บ้าน ผมก็มีความสุขแล้ว"

คำถามสุดท้าย ที่หลายคนอยากรู้มากที่สุด คือ คำถามว่า เมซซี่คิดอย่างไรกับตัวเอง เมื่อเขาอยู่ในระดับที่สูงสุดของโลกตอนนี้ คนแบบเขามี "อัตตา" บ้างมั้ย

เมซซี่กล่าวเรียบๆว่า "ผมคิดว่า..ไม่มีนะ ถึงมี..ผมก็ไม่เคยรู้สึกถึงมันเลย"

ต่อคำถามที่ว่าคิดอย่างไรกับตัวเอง เมซซี่ตอบด้วยความจริงใจ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เขายังมีข้อผิดพลาดอยู่เยอะมากๆ และ ใครว่าคนแบบเมซซี่ไม่ชอบคุยโวกัน เมื่อเมซซี่พูดด้วยนำเสียงมั่นใจว่า

"ผมเก่งกว่านี้ได้อีกเยอะเลย"

อาจเป็นแบบที่ เจอร์ราร์ด ปิเก้ เพื่อนร่วมทีมของเมซซี่พูดไว้ก็ได้ "โรนัลโด้เป็นสุดยอดมนุษย์  แต่ผมต้องบอกว่าเมซซี่ของเราเป็นเอเลี่ยน"

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณอาจคิดว่าคุณไม่ได้รู้จักเขามากขึ้นไปกว่าเดิมที่เคยรู้จักเลยก็ได้ แล้วจะทำอย่างไรให้รู้จักเมซซี่มากกว่านั้น
คำถามนี้ เมซซี่มีคำตอบง่ายๆไว้รออยู่แล้ว

"ดูผมในสนามก็พอ"







เรียบเรียงข้อมูลจากนิตยสาร Esquire ฉบับเดือน มีนาคม หน้าปก Messi
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่