มาเล่าเรื่องความลำบากกับการต่อเครื่องภายในอเมริกา เรานั่ง korea air จากไทยแวะเกาหลี และจากเกาหลีไปdallas และต้องต่อเครื่องอเมริกันแอร์ไลน์ไป นิวออลีน การเดินทางราบรื่นดีจนถึงdallas ที่ต้องผ่านด่าน immagetion ขอบอกว่าแถวยาวมากๆ สำหรับคนต่างชาติ มีเจ้าหน้าที่ 7 คนแต่มีคนรอคิวเป็นพัน เรามีเวลา 2 ชั่งโมง 45 นาที ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่อง เราก็รอไปเรื่อยจนเวลามันใกล้เข้ามา เห็นมีคนต่างชาติเอาตั้วเครื่องบินให้เจ้าหน้าที่ที่เดินไปมาแถวนั้นดูแล้วก็ได้แซงคิวไป เราเหลือเวลาอีกประมาณ 45 นาทีเลยลองขอเจ้าหน้าที่ดูบ้าง เค้าบอกว่าเค้าเข้าใจนะแต่มันเป็นกฏ ให้เราเข้าแถวต่อไปไม่ให้แซงคิว แล้วที่ให้ชาติอื่นไปได้นี่ยังไง เราไม่เข้าใจเพราะเราเป็นคนเอเซียเหรอ แล้วเจ้าหน้าที่คนเดิมก็บอกเราว่าสายการบินในประเทศไม่เป็นไร ไม่ต้องเสียเงินถ้าตกเครื่อง เราก็ไม่แน่ใจเพราะเราไม่เคยตกเครื่องมาก่อน แต่ถ้าตกขึ้นมาจริงๆมันก็ไม่น่าจะเป็นความผิดเราเพราะเรามาก่อนเวลาตั้งนาน ติดแค่ต.ม มันใช้เวลานานกว่า เราก็ยืนรอต่อไปจนมีเจ้าหน้าที่อีกคนมาถามว่ามีใครจะต้องขึ้นเครื่องเร็วๆนี้บ้าง เราเลยรีบบอกเค้าว่าเราเหลือเวลาอีกแค่ 25 นาที แล้วเอาตั้วเครื่องบินให้ดู เค้าก็ให้เราแซงคิวไปแต่แถวที่เค้าให้เราไปมีคนรอก่อนหน้าอีก 5 คน เราก็ ถอดใจแล้วว่าจะต้องตกเครื่องครั้งแรกในชีวิต แต่เจ้าหน้าที่เค้าเร็วมาก 10 นาทีเท่านั้นเราก็ผ่านด่านไปได้ ยังเหลืออีก 15 นาที เราก็เลยวิ่งคิดว่าน่าจะทัน วิ่งไปเจออีกด่านตรวจสัมภาระ คุณแม่ช่วยด้วย แถวยาวมากๆคิดว่าไงๆก็ไม่ทันแน่ แต่เจ้าหน้าที่เค้าก็ไวดีเราผ่านมาได้อย่างไวยังพอมีเวลาเหลือเราก็วิ่งไปตามป้าย โอแม่เจ้ามันไกลมากค่ะแล้วต้องผ่านด่านเอ็กซ์เรย์อีก พอดีเค้ามีหลายจุดเจ้าหน้าที่แถวนั้นแนะนำให้เราวิ่งไปจุดที่ไม่มีคน พอไปถึงก็ไม่ต้องรอคิว เอาของออก แสกนเสร็จก็รีบวิ่งไปตามป้าย จุดที่เราอยู่คือ Gate D แต่เราต้องขึ้นเครื่องที่ gate A เราก็วิ่งไปมาเจอบรรไดเลื่อนยาวโคตรก็วิ่งขึ้นบรรไดกันเลยค่ะ ดีที่มีแค่กระเป๋าถือไม่มีสัมภาระหนักๆ
ขึ้นบรรไดมาได้นึกว่าจะถึงแล้วที่ไหนได้ต้องนั่งรถไฟฟ้าย้ายไปterminalอื่น ขึ้นรถไปก้คิดว่าไม่ทันแล้วค่ะเพราะได้เวลาเครื่องออกแล้ว แต่ความพยายามยังไม่สิ้น ออกจากรถมาได้ก็วิ่งมาที่เค้าร์เตอร์ เครื่องยังไม่ออกไปเค้าก็รีบให้เราเข้าไป พอเราเข้าไปก็ปิดประตู ทันแบบฉิวเฉียด
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้พอเรามาถึงนิวออลีน ปรากฏว่าเราไม่ได้กระเป๋า ต้องไปคิดต่อสายการบินเค้าก็เช็คให้ ปรากฏว่ากระเป๋าเรายังอยู่ที่dallas
อยู่เลย แต่เค้าจะให้ส่งมากับไฟล์ถัดไปเลย ประมาณ 2 ชั่วโมงถึงเค้าจะไปส่งที่โรงแรมให้ แต่ด้วยความกลัวเพราะทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าทั้งหมดถ้าไม่ได้กระเป๋าวันนี้ แล้วต้องรอไปอีกหลายวันจะทำไง เพราะเคยมีเพื่อนเคยโดนกว่าจะได้กระเป๋าก็ผ่านไปหลายวันแล้วของในกระเป๋าก็หายไป สายการบินชดใช้ให้ก็จริงแต่เค้าก็มีกำหนดไว้ อย่างเพื่อนเราของที่หายไปกับเงินที่ได้มามันก็ไม่คุ้มกัน เราไม่มีของมีค่าแต่ทุกอย่างเราจำเป็นต้องใช้ ถ้าให้ซื้อใหม่ก็คงอีกหลายและเราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะชดเชยให้เราเท่าไหร่ ตกลงรอแค่ 2 ชั่วโมงเอง รอไฟล์ 12 ชั่วโมงก็เคยมาแล้ว แค่ 2 ชั่วโมงเด็กๆ พอถึงเวลาก็ไปรับกระเป๋าค่ะ ทุกอย่างปลอดภัย แล้วก็โทรตามรถโรงแรมมารับค่ะ เราเพิ่งเคยมานิวออลีนครั้งแรก ที่นี่สะดวกมากโรงแรมที่เราไปพัก เค้ามีบริการรถรับส่งฟรี เราก็เลยมองหาตู้โทรศัพท์ มองไปมองมาไม่เห็นมีตู้แต่เห็นโทรศัพท์ที่เค้าเต้อร์ imformation
เป็นเค้าเต้อร์แบบที่ให้เราไปจิ้มๆดูข้อมูลเองได้น่ะค่ะ พอดีไม่ได้ถ่ายรูป ลืมไปเลยเพราะมีเรื่องเยอะ ตั้งแต่ที่เผลอซื้อเครื่องสำอางค์ที่ Duty free ที่เกาหลี เราก็ลืมไปเลยว่าต้องเข้าอเมริกา ความอยากทำให้สมองไม่ทำงาน อาจต้องโยนทิ้ง แล้วก็มาเจออีกหลายด่านจนเกือบตกเครื่อง มาเข้าเรื่องต่อ เราก็ไปจิ้มตรงโรงแรม ปรากฏว่าสามารถโทรหาโรงแรมได้เลยโดยไม่ต้องเสียตังค์ เราเลยโทรหาโรงแรมให้ส่งรถมารับ เป็นการเดินทางที่เหนื่อยมากๆ เคยไปต่อเครื่องใหลายประเทศ ไม่เห็นมันจะมากเท่าที่นี่เลย เกือบลืมบอกไปว่าพอถึงนิวออลีนแล้วไม่มีimmagetion ไม่เจอด่านตรวจอะไร ออกมาได้เลย ส่วนเครื่องสำอางค์ที่หิ้วมาไม่โดนโยนทิ้งด้วย พอดีซื้อพวกเจลและมาร์กหน้ามาอย่างเยอะ มันเป็นของเหลวแต่เราก็ถามพนักงานที่duty free แล้ว เค้าบอกว่าไม่มีปัญหา พอดีซื้อแล้วไปนั่งรอเครื่อง นึกขึ้นได้ก็เดินกลับไปถาม ตอนแรกอยากคืนของเพราะถ้าโดนโยนทิ้งมันก็เงินหลายพัน เสียดาย แต่พนักงานเค้ายืนยันว่าไม่มีปัญหาเราก็ไม่แน่ใจ เพราะปกติเวลามาอเมริกาเราจะไม่ซื้อของตามduty free กลัวโดนโยนทิ้ง แต่จะซื้อตอนขากลับ พอดีขากลับไม่ได้ผ่านเกาหลีอีกเลยซื้อซะเลย ถึงพนักงานจะยืนยันมาแต่เราก็ไม่แน่ใจนั่งทำใจเป็นไงเป็นกัน จัดการแยกของพวกแป้ง พวกbbครีม ออกเพราะไงๆก็ผ่าน เหลือแต่พวกเจลกับมาร์ก แต่ก็ผ่านมาได้ ดีที่ไม่ได้ซื้อพวกสกินแคร์ที่เป็นน้ำทั้งขวด
ประสบการณ์ transit ภายในอเมริกา
ขึ้นบรรไดมาได้นึกว่าจะถึงแล้วที่ไหนได้ต้องนั่งรถไฟฟ้าย้ายไปterminalอื่น ขึ้นรถไปก้คิดว่าไม่ทันแล้วค่ะเพราะได้เวลาเครื่องออกแล้ว แต่ความพยายามยังไม่สิ้น ออกจากรถมาได้ก็วิ่งมาที่เค้าร์เตอร์ เครื่องยังไม่ออกไปเค้าก็รีบให้เราเข้าไป พอเราเข้าไปก็ปิดประตู ทันแบบฉิวเฉียด
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้พอเรามาถึงนิวออลีน ปรากฏว่าเราไม่ได้กระเป๋า ต้องไปคิดต่อสายการบินเค้าก็เช็คให้ ปรากฏว่ากระเป๋าเรายังอยู่ที่dallas
อยู่เลย แต่เค้าจะให้ส่งมากับไฟล์ถัดไปเลย ประมาณ 2 ชั่วโมงถึงเค้าจะไปส่งที่โรงแรมให้ แต่ด้วยความกลัวเพราะทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าทั้งหมดถ้าไม่ได้กระเป๋าวันนี้ แล้วต้องรอไปอีกหลายวันจะทำไง เพราะเคยมีเพื่อนเคยโดนกว่าจะได้กระเป๋าก็ผ่านไปหลายวันแล้วของในกระเป๋าก็หายไป สายการบินชดใช้ให้ก็จริงแต่เค้าก็มีกำหนดไว้ อย่างเพื่อนเราของที่หายไปกับเงินที่ได้มามันก็ไม่คุ้มกัน เราไม่มีของมีค่าแต่ทุกอย่างเราจำเป็นต้องใช้ ถ้าให้ซื้อใหม่ก็คงอีกหลายและเราก็ไม่รู้ว่าเค้าจะชดเชยให้เราเท่าไหร่ ตกลงรอแค่ 2 ชั่วโมงเอง รอไฟล์ 12 ชั่วโมงก็เคยมาแล้ว แค่ 2 ชั่วโมงเด็กๆ พอถึงเวลาก็ไปรับกระเป๋าค่ะ ทุกอย่างปลอดภัย แล้วก็โทรตามรถโรงแรมมารับค่ะ เราเพิ่งเคยมานิวออลีนครั้งแรก ที่นี่สะดวกมากโรงแรมที่เราไปพัก เค้ามีบริการรถรับส่งฟรี เราก็เลยมองหาตู้โทรศัพท์ มองไปมองมาไม่เห็นมีตู้แต่เห็นโทรศัพท์ที่เค้าเต้อร์ imformation
เป็นเค้าเต้อร์แบบที่ให้เราไปจิ้มๆดูข้อมูลเองได้น่ะค่ะ พอดีไม่ได้ถ่ายรูป ลืมไปเลยเพราะมีเรื่องเยอะ ตั้งแต่ที่เผลอซื้อเครื่องสำอางค์ที่ Duty free ที่เกาหลี เราก็ลืมไปเลยว่าต้องเข้าอเมริกา ความอยากทำให้สมองไม่ทำงาน อาจต้องโยนทิ้ง แล้วก็มาเจออีกหลายด่านจนเกือบตกเครื่อง มาเข้าเรื่องต่อ เราก็ไปจิ้มตรงโรงแรม ปรากฏว่าสามารถโทรหาโรงแรมได้เลยโดยไม่ต้องเสียตังค์ เราเลยโทรหาโรงแรมให้ส่งรถมารับ เป็นการเดินทางที่เหนื่อยมากๆ เคยไปต่อเครื่องใหลายประเทศ ไม่เห็นมันจะมากเท่าที่นี่เลย เกือบลืมบอกไปว่าพอถึงนิวออลีนแล้วไม่มีimmagetion ไม่เจอด่านตรวจอะไร ออกมาได้เลย ส่วนเครื่องสำอางค์ที่หิ้วมาไม่โดนโยนทิ้งด้วย พอดีซื้อพวกเจลและมาร์กหน้ามาอย่างเยอะ มันเป็นของเหลวแต่เราก็ถามพนักงานที่duty free แล้ว เค้าบอกว่าไม่มีปัญหา พอดีซื้อแล้วไปนั่งรอเครื่อง นึกขึ้นได้ก็เดินกลับไปถาม ตอนแรกอยากคืนของเพราะถ้าโดนโยนทิ้งมันก็เงินหลายพัน เสียดาย แต่พนักงานเค้ายืนยันว่าไม่มีปัญหาเราก็ไม่แน่ใจ เพราะปกติเวลามาอเมริกาเราจะไม่ซื้อของตามduty free กลัวโดนโยนทิ้ง แต่จะซื้อตอนขากลับ พอดีขากลับไม่ได้ผ่านเกาหลีอีกเลยซื้อซะเลย ถึงพนักงานจะยืนยันมาแต่เราก็ไม่แน่ใจนั่งทำใจเป็นไงเป็นกัน จัดการแยกของพวกแป้ง พวกbbครีม ออกเพราะไงๆก็ผ่าน เหลือแต่พวกเจลกับมาร์ก แต่ก็ผ่านมาได้ ดีที่ไม่ได้ซื้อพวกสกินแคร์ที่เป็นน้ำทั้งขวด