บทที่ 16 เหยื่อทดลองรายแรก
http://pantip.com/topic/30259605
บทที่ 17 อดีตของโทมัส
ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ของโรงแรมห้าดาวกำลังวุ่นวายกับการแขวนป้ายต้อนรับและเพิ่มของตกแต่งให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ความจริงทางโรงแรมได้จัดเตรียมห้องเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงระหว่างนักธุกิจชั้นแนวหน้ากับนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าของงาน เบน จาร์วิส เกิดไม่พอใจผลงานที่ทางโรงแรมนำเสนอ เขาจึงเดินทางมารื้อของเก่าออกเกือบทั้งหมดและควบคุมการประดับประดาห้องรวมทั้งเปลี่ยนแปลงรายการอาหารภายในงานด้วยตัวเอง
ระหว่างบงการ ฮิคส์ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในแถบนั้นขอเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เหตุผลแรกก็คือเขาต้องการอวดฝีมือให้นักการเมืองรู้จักแต่เหตุผลหลักกลับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับนักธุรกิจสิ่งทอทั้งสามคน
“แน่ใจหรือว่าจะจัดงานคืนนี้” เขาถามจาร์วิสระหว่างยืนดูพนักงานช่วยกันเลื่อนโต๊ะ อีกฝ่ายตอบโดยไม่มองหน้า
“แน่ใจ ถามทำไม” อีกฝ่ายย้อนกลับด้วยคำถามเช่นเดียวกัน ฮิคส์ทำหน้าหนักใจ
“ถ้าเกิดมีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามาอาละวาดเหมือนงานเลี้ยงคราวก่อนล่ะ ผมยังไม่อยากมีจุดจบสยองเหมือนคราวน์ เบ็นเน็ตกับวัตคินส์”
“เบ็นเน็ตตายเพราะถูกยิง ตำรวจระบุแล้วไม่ใช่หรือว่ามาจากการขัดแย้งทางธุรกิจ”
จาร์วิสพูดพลางร้องตะโกนตำหนิพนักงานที่ทำเครื่องประดับหล่นจากโต๊ะ “ระวังหน่อย นั่นน่ะมีค่ามากกว่าเงินเดือนของแกทั้งปีเลยนะ”
เขาหันกลับมาที่ฮิคส์
“ส่วนคราวน์กับวัตคินส์ก็ถูกหมาป่าที่หลงเข้ามาในสวนสาธารณะกัดตาย งานของเราอยู่ในห้องจัดเลี้ยงชั้นที่สามของโรงแรม ไม่มีหมาตัวไหนขึ้นมาได้หรอก”
“สัตว์ประหลาดต่างหากไม่ใช่หมา” ฮิคส์เถียงเสียงอ่อย “ลืมไปแล้วเหรอว่าก่อนหน้านั้นสมาชิกในกลุ่มของเราก็ตายไปหลายคน”
“กลุ่มอะไรของนาย” จาร์วิสถามอย่างรำคาญ ฮิคส์มองหน้าเขาก่อนตอบเสียงห้วน
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็กลุ่มเลือดใหม่ไง”
ชื่อของกลุ่มทำให้จาร์วิสหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน
“ผมไม่เข้าใจเรื่องที่คุณพูด”
“ในห้องนี้มีแค่คุณกับผม อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้แบบนี้จาร์วิส ตอนนี้กำลังมีเรื่องร้ายกับพวกเราคุณควรระวังตัวให้มากกว่านี้”
ฮิคส์พูดด้วยใบหน้าสีเข้ม จาร์วิสยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยท่าทางที่สุขุมกว่าเดิม
“ผมน่าจะเป็นฝ่ายเตือนคุณมากกว่า ในห้องนี้มีแต่พนักงานโรงแรมก็จริงแต่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่พวกอันเทสต์” เขาหันไปมองหน้าอีกฝ่าย “ผมรู้ดีว่ามีอะไรบางอย่างผิดปรกติ แต่เรายกเลิกงานเลี้ยงในวันนี้ไม่ได้”
“ผมไม่ได้ขอให้ยกเลิก เพียงแต่เลื่อนไปวันอื่นได้หรือเปล่า”
ฮิคส์พูดเสียงเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ จาร์วิสสั่นศีรษะ
“ต่อให้ต้องตายก็ไม่มีทาง นี่เป็นงานประชุมระดับสำคัญของพวกเรา แขกที่เข้ามาในงานทุกคนได้รับการตรวจสอบมาอย่างดีแล้วว่าไม่ใช่คนของไรซิน ดังนั้นเลิกกังวลได้แล้ว”
จาร์วิสลงท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงเชิงสั่ง ฮิคส์จึงจำต้องหุบปากเงียบทั้งที่ใจนั้นอยากจะบอกเหลือเกินว่า การรวมสมาชิกกลุ่มเลือดใหม่ไว้ด้วยกันแบบนี้เป็นเรื่องที่โง่มาก แต่สิ่งที่หลุดจากปากเขามีแค่
“ตกลง”
พูดแค่นั้นเขาก็เดินออกจากห้องและขับรถตรงกลับบ้านโดยตั้งใจว่าจะไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นอันขาด
การเตรียมงานอันสุดแสนชุลมุนเสร็จสิ้นก่อนงานเริ่มเพียงหนึ่งชั่วโมง จาร์วิสจึงรีบกลับขึ้นห้องเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต้อนรับแขกสำคัญซึ่งคนแรกที่ก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงก็คือดาลตัน พ่อค้างานศิลปซึ่งมีเบื้องหลังเป็นพวกค้ามนุษย์และเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเลือดใหม่ที่เคยคิดจะโค่นอำนาจไรซิน
“คุณเป็นแขกคนแรกของเรา ดาลตัน” จาร์วิสเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดาลตันหยิบเครื่องดื่มที่พนักงานโรงแรมนำมาเสริฟก่อนตอบ
“ผมตื่นเต้นจนต้องรีบบึ่งรถมา” เขาสอดส่ายสายตาไปรอบห้องพร้อมกับลดเสียงลง “แน่ใจหรือว่างานคราวนี้ปลอดภัย”
“ผมรับรองว่าเราจะไม่เจอเหตุการณ์แบบเดียวกับการ์ดเนอร์”
“ถ้าไรซินรู้ว่าพวกเรากำลังทำอะไรเขาคงไม่ปล่อยเอาไว้แน่ อย่าลืมสิว่าสมาชิกเลือดใหม่ยังต้องรับยาจากเขาอยู่”
ดาลตันพูดด้วยสีหน้ากังวลแต่จาร์วิสกลับหัวเราะ
“ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนั้น” เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าและหยิบหลอดแก้วขนาดเล็กออกมาอวด “ลูกชายผมทำยาแก้พิษได้แล้ว”
“ว่าไงนะ” ดาลตันอุทานพร้อมกับจ้องหลอดในมือจาร์วิสเขม็ง “วิเศษ แบบนี้เราก็ไม่ต้องกลัวเจ้านักวิทยาศาสตร์บ้านั่นแล้วสิ”
“แน่นอน แต่เรายังต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะผมกำหนดรายชื่อคนที่สมควรจะได้รับยานี่เอาไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น และถ้างานสำเร็จอย่าลืมแบ่งกำไรให้ผมด้วย”
จาร์วิสหยอดคำพูดสุดท้ายด้วยน้ำเสียงละโมบ ดาลตันหัวเราะร่าพลางตบไหล่เขาด้วยท่าทางสนิทสนม
“ถ้าเราโค่นไรซินกับนายท่านได้ ผมให้คุณเลย 40 เปอร์เซ็นต์”
เขาหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อแขกรายต่อไปก้าวเข้ามา จาร์วิสกล่าวต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่นเรื่อยไปจนกระทั่งถึงนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มเลือดใหม่ที่คิดจะแปรพักตร์จากอิลูมิเนติค
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างสนุกสนานจนถึงช่วงที่จาร์วิสจะต้องกล่าวปาฐกถา ขณะก้าวขึ้นไปบนเวทีเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านนอก ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามทุกคนก็ต้องยืนตะลึงตัวแข็งเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดตัวสูงใหญ่กระโจนพรวดเข้ามา มันแยกเขี้ยวร้องคำรามก่อนจะลงมือฉีกร่างมนุษย์ทุกคนภายในห้อง ดาลตันซึ่งยืนหน้าซีดข้างจาร์วิสหลุดปากพูดเสียงสั่น
“ไรซินรู้เรื่องของพวกเรา”
นักล่าแห่งรัตติกาล ภาค สัญลักษณ์เลือด บทที่ 17 อดีตของโทมัส (พร้อมอวดปกนิยายเรื่อง ภูตครามค่ะ)
http://pantip.com/topic/30259605
บทที่ 17 อดีตของโทมัส
ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ของโรงแรมห้าดาวกำลังวุ่นวายกับการแขวนป้ายต้อนรับและเพิ่มของตกแต่งให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ความจริงทางโรงแรมได้จัดเตรียมห้องเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงระหว่างนักธุกิจชั้นแนวหน้ากับนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าของงาน เบน จาร์วิส เกิดไม่พอใจผลงานที่ทางโรงแรมนำเสนอ เขาจึงเดินทางมารื้อของเก่าออกเกือบทั้งหมดและควบคุมการประดับประดาห้องรวมทั้งเปลี่ยนแปลงรายการอาหารภายในงานด้วยตัวเอง
ระหว่างบงการ ฮิคส์ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในแถบนั้นขอเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เหตุผลแรกก็คือเขาต้องการอวดฝีมือให้นักการเมืองรู้จักแต่เหตุผลหลักกลับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับนักธุรกิจสิ่งทอทั้งสามคน
“แน่ใจหรือว่าจะจัดงานคืนนี้” เขาถามจาร์วิสระหว่างยืนดูพนักงานช่วยกันเลื่อนโต๊ะ อีกฝ่ายตอบโดยไม่มองหน้า
“แน่ใจ ถามทำไม” อีกฝ่ายย้อนกลับด้วยคำถามเช่นเดียวกัน ฮิคส์ทำหน้าหนักใจ
“ถ้าเกิดมีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามาอาละวาดเหมือนงานเลี้ยงคราวก่อนล่ะ ผมยังไม่อยากมีจุดจบสยองเหมือนคราวน์ เบ็นเน็ตกับวัตคินส์”
“เบ็นเน็ตตายเพราะถูกยิง ตำรวจระบุแล้วไม่ใช่หรือว่ามาจากการขัดแย้งทางธุรกิจ”
จาร์วิสพูดพลางร้องตะโกนตำหนิพนักงานที่ทำเครื่องประดับหล่นจากโต๊ะ “ระวังหน่อย นั่นน่ะมีค่ามากกว่าเงินเดือนของแกทั้งปีเลยนะ”
เขาหันกลับมาที่ฮิคส์
“ส่วนคราวน์กับวัตคินส์ก็ถูกหมาป่าที่หลงเข้ามาในสวนสาธารณะกัดตาย งานของเราอยู่ในห้องจัดเลี้ยงชั้นที่สามของโรงแรม ไม่มีหมาตัวไหนขึ้นมาได้หรอก”
“สัตว์ประหลาดต่างหากไม่ใช่หมา” ฮิคส์เถียงเสียงอ่อย “ลืมไปแล้วเหรอว่าก่อนหน้านั้นสมาชิกในกลุ่มของเราก็ตายไปหลายคน”
“กลุ่มอะไรของนาย” จาร์วิสถามอย่างรำคาญ ฮิคส์มองหน้าเขาก่อนตอบเสียงห้วน
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็กลุ่มเลือดใหม่ไง”
ชื่อของกลุ่มทำให้จาร์วิสหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน
“ผมไม่เข้าใจเรื่องที่คุณพูด”
“ในห้องนี้มีแค่คุณกับผม อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้แบบนี้จาร์วิส ตอนนี้กำลังมีเรื่องร้ายกับพวกเราคุณควรระวังตัวให้มากกว่านี้”
ฮิคส์พูดด้วยใบหน้าสีเข้ม จาร์วิสยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยท่าทางที่สุขุมกว่าเดิม
“ผมน่าจะเป็นฝ่ายเตือนคุณมากกว่า ในห้องนี้มีแต่พนักงานโรงแรมก็จริงแต่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่พวกอันเทสต์” เขาหันไปมองหน้าอีกฝ่าย “ผมรู้ดีว่ามีอะไรบางอย่างผิดปรกติ แต่เรายกเลิกงานเลี้ยงในวันนี้ไม่ได้”
“ผมไม่ได้ขอให้ยกเลิก เพียงแต่เลื่อนไปวันอื่นได้หรือเปล่า”
ฮิคส์พูดเสียงเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ จาร์วิสสั่นศีรษะ
“ต่อให้ต้องตายก็ไม่มีทาง นี่เป็นงานประชุมระดับสำคัญของพวกเรา แขกที่เข้ามาในงานทุกคนได้รับการตรวจสอบมาอย่างดีแล้วว่าไม่ใช่คนของไรซิน ดังนั้นเลิกกังวลได้แล้ว”
จาร์วิสลงท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงเชิงสั่ง ฮิคส์จึงจำต้องหุบปากเงียบทั้งที่ใจนั้นอยากจะบอกเหลือเกินว่า การรวมสมาชิกกลุ่มเลือดใหม่ไว้ด้วยกันแบบนี้เป็นเรื่องที่โง่มาก แต่สิ่งที่หลุดจากปากเขามีแค่
“ตกลง”
พูดแค่นั้นเขาก็เดินออกจากห้องและขับรถตรงกลับบ้านโดยตั้งใจว่าจะไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นอันขาด
การเตรียมงานอันสุดแสนชุลมุนเสร็จสิ้นก่อนงานเริ่มเพียงหนึ่งชั่วโมง จาร์วิสจึงรีบกลับขึ้นห้องเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต้อนรับแขกสำคัญซึ่งคนแรกที่ก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงก็คือดาลตัน พ่อค้างานศิลปซึ่งมีเบื้องหลังเป็นพวกค้ามนุษย์และเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มเลือดใหม่ที่เคยคิดจะโค่นอำนาจไรซิน
“คุณเป็นแขกคนแรกของเรา ดาลตัน” จาร์วิสเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดาลตันหยิบเครื่องดื่มที่พนักงานโรงแรมนำมาเสริฟก่อนตอบ
“ผมตื่นเต้นจนต้องรีบบึ่งรถมา” เขาสอดส่ายสายตาไปรอบห้องพร้อมกับลดเสียงลง “แน่ใจหรือว่างานคราวนี้ปลอดภัย”
“ผมรับรองว่าเราจะไม่เจอเหตุการณ์แบบเดียวกับการ์ดเนอร์”
“ถ้าไรซินรู้ว่าพวกเรากำลังทำอะไรเขาคงไม่ปล่อยเอาไว้แน่ อย่าลืมสิว่าสมาชิกเลือดใหม่ยังต้องรับยาจากเขาอยู่”
ดาลตันพูดด้วยสีหน้ากังวลแต่จาร์วิสกลับหัวเราะ
“ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนั้น” เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าและหยิบหลอดแก้วขนาดเล็กออกมาอวด “ลูกชายผมทำยาแก้พิษได้แล้ว”
“ว่าไงนะ” ดาลตันอุทานพร้อมกับจ้องหลอดในมือจาร์วิสเขม็ง “วิเศษ แบบนี้เราก็ไม่ต้องกลัวเจ้านักวิทยาศาสตร์บ้านั่นแล้วสิ”
“แน่นอน แต่เรายังต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะผมกำหนดรายชื่อคนที่สมควรจะได้รับยานี่เอาไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น และถ้างานสำเร็จอย่าลืมแบ่งกำไรให้ผมด้วย”
จาร์วิสหยอดคำพูดสุดท้ายด้วยน้ำเสียงละโมบ ดาลตันหัวเราะร่าพลางตบไหล่เขาด้วยท่าทางสนิทสนม
“ถ้าเราโค่นไรซินกับนายท่านได้ ผมให้คุณเลย 40 เปอร์เซ็นต์”
เขาหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อแขกรายต่อไปก้าวเข้ามา จาร์วิสกล่าวต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่นเรื่อยไปจนกระทั่งถึงนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มเลือดใหม่ที่คิดจะแปรพักตร์จากอิลูมิเนติค
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างสนุกสนานจนถึงช่วงที่จาร์วิสจะต้องกล่าวปาฐกถา ขณะก้าวขึ้นไปบนเวทีเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านนอก ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามทุกคนก็ต้องยืนตะลึงตัวแข็งเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดตัวสูงใหญ่กระโจนพรวดเข้ามา มันแยกเขี้ยวร้องคำรามก่อนจะลงมือฉีกร่างมนุษย์ทุกคนภายในห้อง ดาลตันซึ่งยืนหน้าซีดข้างจาร์วิสหลุดปากพูดเสียงสั่น
“ไรซินรู้เรื่องของพวกเรา”