จะทำอย่างไรดี เมื่อผมรถชนกับผู้พิพากษา

******** หมายเหตุ คู่กรณีของผมเพียงอ้างตนว่าเป็นผู้พิพากษาเท่านั้น ไม่ได้มีการแสดงตนพิสูจน์ว่าเป็นผู้พิพากษาจริงๆ*********
ขอใส่หมายเหตุไว้ตรงนี้เพราะมีหลายคนแนะนำว่าไม่ควรเจาะจงว่าเป็นผู้พิพากษาหากไม่มีการพิสูจน์ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ชื่อกระทู้มันแก้ไขไม่ได้ครับ (หรือผมไม่ทราบวิธีแก้ไข)


วันนี้เป็นหนึ่งวันที่ผมคงจำไปจนตาย ในฐานะวันที่ความเชื่อถือในหน่วยงานยุติธรรมของประเทศนี้ได้สั่นคลอนอย่างแรง

วันนี้ผมกำลังขับรถกลับบ้านจากที่ทำงานข้ามสะพานรัชวิภาซึ่งรถก็ติดดังเช่นปกติ รถของผมวิ่งสลับหยุดนิ่งไปจนถึงช่วงหนึ่งผมเห็นว่ารถคันข้างหน้าผมกำลังถอยเข้ามาหา (คิดว่ารถไหลเพราะไม่เห็นไฟถอย) ผมจึงบีบแตรค้างไว้นานพอสมควร ประมาณ 3 วินาที แต่รถคันหน้าก็ไม่หยุดและสุดท้ายก็ชนกับรถผม

ผมรีบเปิดไฟฉุกเฉินและเปิดประตูลงไป แต่ปรากฏว่ารถคันข้างหน้ากลับยังคงขับต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงรีบกลับขึ้นรถและขยับตามพร้อมบีบแตรรัวๆ ซึ่งคันข้างหน้าขยับไปประมาณ 20 เมตรก็จอดและลงมา

คนขับเป็นชายอายุราว 50 ปี ลงมาปุ๊ปก็พูดว่า "คุณชนผมทำไม?" เท่านั้นความอดทนผมก็ขาดผึง ด้วยความโมโหผมจึงใส่ไปชุดใหญ่ ประมาณว่า "คุณนั่นแหละที่มาชน แถมชนแล้วยังหนี" พูดไปอีกเยอะครับ ค่อนข้างใส่อารมณ์แต่ก็ยังคุมไม่ให้มีคำหยาบออกไปได้ (จริงๆ ตรงนี้ไม่ดีเลยครับ ถ้าอีกฝ่ายเลือดร้อนอาจมีการใช้กำลังได้) ฝ่ายตรงข้ามมีหลุดมาประโยคหนึ่งว่า "น้องกับพี่น่ะคนละระดับกัน"

ยืนเถียงกันอยู่พักนึง ผมก็บอกให้เรียกประกันเลย เขาบอกว่าไม่มี ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วก็ไปเรียกประกันของผม ระหว่างที่เรียกประกันอยู่ตำรวจจราจรท่านหนึ่งก็เดินมา และบอกให้เลื่อนรถไปตรงทางขึ้นทางด่วนรัชดาจะได้ไม่กีดขวางการจราจร และขอเก็บใบขับขี่ของทั้งคู่ไว้ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครหนี ผมก็ให้ไปแต่โดยดี ส่วนคู่กรณีทำท่าอิดออดไม่ยอมให้เริ่มมีคำว่าผู้พิพากษาหลุดออกมาเมื่อคุยกับตำรวจ (ต่อไปขอเรียกย่อๆ ว่าท่านพิก)

จนผมบอกว่า "ถ้าบริสุทธ์ใจทำไมถึงให้ใบขับขี่ไม่ได้ครับ?" ท่านพิกเลยยอมให้ตำรวจและขับตามกันไปจอดที่ทางขึ้นทางด่วนเพื่อรอประกัน พอไปถึงคุณตำรวจก็คืนใบขับขี่ให้ทั้งคู่และกำลังจะขอตัวไปทำหน้าที่ต่อ แต่ท่านพิกบอกว่า "เรียกร้อยเวรมาหน่อย บอกว่าผู้พิพากษา &%#$ (ตรงนี้ฟังไม่ค่อยได้ยิน)" คุณตำรวจก็บอกว่า "เรียกประกันแล้ว รอคุยกับประกันเถอะครับ" แต่ท่านพิกก็ยังอิดออด คุณตำรวจเลยให้เบอร์สถานีตำรวจไว้กับเราทั้งคู่แล้วก็ขอตัวกลับไป

ก่อนอื่นผมขอชมคุณตำรวจท่านนี้ก่อนว่าปฎิบัติหน้าที่ได้ซื่อตรงยุติธรรมดีครับ ขอยกย่องครับ

ระหว่างรอผมก็ถ่ายรูปรถผมกับรถคู่กรณีสำรวจความเสียหายไป ความเสียหายรถผมถ้าพูดจริงๆ นี่น้อยมากครับ ถ้าเขาไม่หนีและลงมาขอโทษดีๆ ผมก็คงไม่เอาความอะไร ส่วนรถท่านพิกนี่แทบไม่มีรอยเลย แต่เนื่องจากการกระทำของเขามันแย่ผมจึงไม่อยากจะปล่อยให้มันจบไปง่ายๆ ระหว่างที่เดินดูรถท่านพิกก็พบว่ามีสติ๊กเกอร์ศาลยุติธรรมติดอยู่จึงคิดว่าน่าจะเป็นผู้พิพากษาจริงๆ

พอประกันมาถึงก็ถามตามขั้นตอนว่าเกิดเหตุยังไง ผมก็เล่าเรื่องตามที่เกิดแต่ตอนนั้นท่านพิกเดินไปไหนไม่รู้ พอผมเล่าจบและท่านพิกกลับมา ท่านพิกพูดสั้นๆ "เขาชนท้ายผม" -*-

ผมก็เริ่มเถียงว่านี่มันไม่ใช่นะ เขาบอก "ผมจะถอยไปชนคุณทำไม ผมก็ขับไปข้างหน้า" ผมก็เลยบอกว่า "รถมันไหลกันได้ ตรงนั้นก็เป็นเนิน เอางี้ดีกว่า รถคุณเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้" ท่านพิกปล่อยท่าไม้ตายแรกออกมา "คุณเป็นพนักงานสอบสวนเหรอ?"

ผมเห็นว่าแทบจะไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรแล้วผมเลย ไม่ได้ว่าอะไรต่อ ประกันก็ขอใบขับขี่ของทั้งคู่มาทำบันทึกไว้ ท่านพิกไม่ให้ครับ บอกว่า "คุณเป็นพนักงานสอบสวนเหรอถึงมีสิทธิ์มาขอผม" ผมใช้ประโยคเดิม "ถ้าบริสุทธ์ใจทำไมถึงให้ใบขับขี่ไม่ได้ครับ?" แต่คราวนี้ไม่ได้ผลครับ ท่านพิกพล่ามอะไรออกมาก็ไม่รู้จับใจความประมาณ ผมเป็นผู้พิพากษานะ จริงๆ ที่ผมขับออกไปตอนแรกโดยไม่หยุดดูเพราะคิดว่าคงชนไม่แรง เลยคิดว่าจะไม่ติดใจเอาความ แต่ผมไม่ชอบกิริยาของคุณ คุณมันท่าทางนักเลง บลาๆๆ

พนักงานก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นขอเซ็นชื่อว่าไม่ได้ติดใจเอาความอะไร (ทำไมฟังดูเหมือนตูเป็นคนผิดฟะ) ...........ท่านพิกไม่เซ็น

พนักงานก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นขอถ่ายรูปไว้ได้ไหมครับ...........ท่านพิกไม่ให้ถ่าย

ท่านพิกบอกว่าไปเรียกพนักงานสอบสวนมาสิ (สงสัยเมื่อกี้หายไปโทสับเตี๊ยมกันไว้แล้วสิ)

ผมก็พยายามบอกว่าทำไมให้ไม่ได้ ท่านพิกมีการใช้เล่ห์นิดนึงบอกว่า "อยู่ในรถนั่นน่ะไปหยิบสิ"

ผมไม่เปิดเพราะมันเหมือนผมไปบุกรุกทรัพย์สินของเขา ซึ่งอาจจะผิดกฎหมายบางประการเพราะตอนนั้นประกันก็นั่งลอกใบขับขี่ผมอยู่ห่างออกไป ไม่มีพยานแน่ เลยบอกว่า "หยิบให้ผมสิครับ" ท่านพิกใช้ท่าไม้ตายเดิม "คุณเป็นพนักงานสอบสวนเหรอ?"

ไม่ว่าจะพยายามหว่านล้อมยังไงก็เจอท่าไม้ตายเดิมผมกับประกันเลยตกลงกันว่าโอเค เรามากรอกแบบฟอร์มต่อดีกว่า

แต่ทีนี้ เนื่องจากว่าท่านพิกไม่ยอมเซ็นไม่ยอมอะไรทั้งสิ้น ผมจึงมีทางเลือก 2 ทาง
1. ยอมเป็นคนผิดเรื่องจะได้จบๆ ไป
2. ไม่ยอมและไปสู้คดีกันต่อในภายหลัง

ทีนี้ ความเสียหายมันไม่มากอย่างที่บอกไป และผมค่อนข้างเสียเปรียบเนื่องจากเขาถอยมาชนผมมันถูกมองว่าเป็นการชนท้ายกันได้ง่ายกว่า และยังไม่นับว่าคู่กรณีเป็นผู้พิพากษาอีกนะ

ในตอนนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร แต่ไม่ว่าผมจะไปทางไหน ผมได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่าผู้ที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย บางครั้งก็ใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

ผมโทรไปปรึกษาคุณแม่ผมซึ่งก็มีคนรู้จักในวงการผู้พิพากษาอยู่บ้าง ท่านบอกว่าสู้ไปเลย เรามีหน้าที่การงาน มีประกัน ทุกอย่างสุจริต แต่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ให้ประกันเป็นตัวกลางคุย

ผมอยากปรึกษาผู้มีความรู้ว่าพอจะมีคำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 46
ล่าสุดผมตัดสินใจไปแจ้งความเรียบร้อยแล้วครับ ด้วยความที่คิดว่าถ้าผมยอมรับไปก็เท่ากับผมสนับสนุนการกระทำของคนแบบนี้ในทางอ้อม และจะได้รู้ไปเลยว่าเป็นผู้พิพากษาจริงไหม

ในขณะเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่ประกันภัยก็ให้การช่วยเหลืออย่างดีมาก อุตส่าห์ขับรถไปสำรวจเส้นทางที่เกิดเหตุด้วยตัวเองและพบว่าเป็นเนินจริง เลยโทรมาบอกให้ผมสู้คดี และพาผมไปแจ้งความตอนเที่ยงคืน

ในสำนวนผมไม่ได้พูดถึงเรื่องของตำแหน่งหน้าที่ของคู่กรณีเลย เพราะคิดว่าไม่มีความหมาย เพียงแค่พูดอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ซึ่งพอลงบันทึกเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่รับแจ้งก็บอกว่าจะเรียกตัวเจ้าของรถมาสอบสวนดู และได้ให้ความรู้เพิ่มตามนี้ครับ
เวลาเกิดอุบัติเหตุ เป็นสิทธิของผู้ขับขี่ที่จะให้ใบขับขี่หรือไม่ก็ได้ ดังนั้นถ้าเขาไม่ให้ก็ทำอะไรไม่ได้ ผู้ที่มีสิทธิขอให้เขาแสดงตัวคือเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้การที่เขาเคยให้ใบขับขี่กับตำรวจจราจรก่อนที่จะย้ายรถ (ซึ่งจริงๆ ก็อิดออดอยู่พักหนึ่งกว่าจะยอม) ก็ถือเป็นการแสดงตัวแล้ว และจะไปบอกว่าเขาชนแล้วหนีไม่ได้

ส่วนเรื่องใครผิดใครถูกอันนี้ตัดสินยากมากเนื่องจากมาดูรอที่รถผมแล้วมันเป็นรอยชนแบบตรงๆ ซึ่งไม่สามารถระบุทิศทางได้ว่าใครมาชนใคร ไม่เหมือนรอยเฉี่ยวซึ่งยังพอมองทิศทางการชนออก



ไม่ว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร ผมก็ได้ทำสิ่งที่ตนคิดว่าถูกไปแล้ว และถึงผมจะแพ้ในตอนจบ อย่างน้อยก็จะได้ทำให้รู้ว่าคนที่ไม่ยอมง่ายๆ ก็มีและคุณไม่สามารถจะมาทำแบบนี้ได้ง่ายๆ
ความคิดเห็นที่ 27


จขกท ตั้งใจยกประเด็นว่ามีปัญหากับผู้พิพากษาแล้วเรียกเขาว่า ท่านอย่างโน้น ท่านอย่างนี้เพื่อให้ดูว่า คู่กรณีเป็นผู้พิพากษาจริง บิ้วอารมณ์คนอ่าน ผมว่าแปลก นั้นอย่างหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งเท่าที่เคยเห็นปกติผู้พิพากษาจะไม่แสดงตัวในสถานการณ์แบบนั้น (ให้เปลืองตัว) ผมเคยทำงานเกี่ยวข้องกับศาล รู้ดีว่าสติกเกอร์ที่ติดหน้ารถ ติดกันเกลื่อนครับ และคนที่ติดส่วนมากจะเป็นเครือญาติหรือเจ้าหน้าที่ระดับล่างๆ (ผมเชื่อว่าผู้พิพากษาจริงๆ เขาไม่ติดกันเพราะมีอะไรเขาบอกตำรวจได้ตรงๆอยู่แล้ว เหมือนกับคนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เขาไม่จำเป็นต้องติดป้ายว่าเป็นผู้ว่า เขาอ้างตรงๆเลยว่าเป็นใคร หากจะอ้าง)

อีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบติดสติ๊กเกอร์คือ ผู้พิพากษาสมทบ (คือ ประชาชนที่เลือกมาเป็นวาระ) ก็ติดกันตรึม ผมเคยไปนั่งทานข้าวในร้านอาหารเคยพบกับตัว มีคนขึ้นไปร้องเพลงหน้าเวทีอ้างตนเองเป็นผู้พิพากษา แต่พอถามไปถามมา ผู้จัดการบอกว่าเป็นผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง (ก็คือลูกจ้างโรงงานที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้พิากษาคดีแรงงาน) หรือบางคนที่ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง (คือนายจ้างที่ได้รับเลือกเป็นผู้พิพากษา) นำป้ายสติ๊กเกอร์ไปติดรถสิบล้อของกิจการตัวเองว่าเป็นรถผู้พิพากษาก็มี คนกลุ่มนี้เป็นแค่สองสามปีก็หมดวาระแต่่ใช้ตำแหน่งอ้างกันตลอดชีวิต

ความคิดเห็นที่ 22
จะไปเรียกว่าท่านเทิ่นทำม๊ายยย   เรียก"มัน"ก็หรูเกิ๊น   เกลียดพวกแก่กะโหลกกะลากะจ่ากะบวยพวกนี้จริงๆ  เป็นผู้พิพากษาแล้วไงต่อ?   มีเกียรติ์มากหรา?     เห็นที่ตัดสินคดีการเมืองแต่ละคดีแล้ว   บ่องตง   น่าเชื่อถือมว๊ากกกกกก
ความคิดเห็นที่ 13


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่