*****กระทู้ระบาย+บ่น+ขอความเห็น จากปัญหาน่าเบื่อของแม่สามี****

*****กระทู้ระบาย+บ่น+ขอความเห็น จากปัญหาน่าเบื่อของแม่สามี****

เรากับสามีคบกันมา 3 ปี หลังจากนั้นก็แต่งงานตอนนี้เข้าปีที่ 3 แล้วค่ะ บ้านสามีฐานะดีมาก บ้านเราฐานะปานกลาง  แต่งงานมาแล้วเราก็ยังทำงานนอกบ้านอยู่ค่ะ ไม่ได้อยู่รวมกัน แต่ต้องมาทานข้าวเย็นที่บ้านเค้าทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
เราเคยบ่นกับสามีขอทำทานกันเองบ้างเหอะเสาร์อาทิตย์ ซึ่งก็ทำได้อยู่ไม่นาน ก็กลับมาเป็นสภาพแบบเดิม เพราะแม่สามีแกล้งป่วยบ้าง โทรมาตามบ้าง ลูกคนเดียวเนอะ เราเองก็พยายามเข้าใจ โอเคโอเคไปก็ได้(วะ) ทานเสร็จก็ช่วยล้างจานให้มันเสร็จเร็วๆ จะได้รีบกลับบ้านเรา

และเรื่องที่เรารู้มาตลอดข้อเสียของแม่สามีคือเรื่องขี้งก ประหยัดเกินเหตุ เช่น อาหารมื้อนึงกินไม่หมดก็วนเวียนเอามาอุ่น5-6วัน เธอถึงจะยอมเทท้ิง เวลาเธอเห็นพวกเรา(เราและสามี)ซื้ออาหาร,ขนมนำเข้าราคาสูงมาทานก็มีมองหน้าบ้่ง บ่นบ้าง เช่น แพงจัง เป็นฉันไม่กล้าซื้อหรอก พวกเธอใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย บลา ๆ ๆ ๆ
::::: เราทำใจยอมรับได้ และพยายามไม่ซื้อต่อหน้าเธอเพื่อหลีกเลี่ยงการได้ยินคำพูดแบบนี้ ฟังแล้วไม่สบายใจ:::::

จนมากระทั่งตอนนี้เราไม่ได้ทำงานแล้วเพราะแม่สามีขอร้องให้มีลูกได้แล้ว เพื่อนบ้านเค้ามีหลานมาอุ้มกันเยอะแยะ เรากับสามีมานั่งคุยกันว่าเอายังไงดี สามีเลยบอกว่างั้นก็หยุดทำงานก่อน รอคลอดลูกเสร็จค่อยกลับไปทำงานใหม่  เส้นทางนี้มันไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบค่ะ ที่เราเจอมันเป็นหนามล้วนๆ ปีที่แล้วเราสาหัสมากค่ะ สามีมีปัญหาเชื้ออ่อน พวกเราเลยตัดสินใจทำอิ๊กซี่ ท้องแล้วก็แท้งอยู่ 3 ครั้ง แม่สามีมาเลยค่ะพูดกับเราว่า เธอกินน้ำเย็นเลยทำให้แท้ง, เธอไม่กินยาจีนเลยแท้ง เธออาบน้ำบ่อยเลยแท้ง, เธอทาแป้งเด็กจอนห์สันเลยแท้ง, เธอสระผมเลยแท้ง, เธอไม่กินยาจีนเลยแท้ง, เธอดูทีวีเลยแท้ง, เธอใช้คอมฯเลยแท้ง, เธอใช้มือถือบ่อยเลยแท้ง, สารพัดสารเพเลยแท้ง
:::::โอ้ย มันน่าเบื่อมาก คนกำลังเสียใจที่แท้งยังจะมาวุ่นวายอยู่ได้ พูดให้กำลังใจกันบ้างไม่มีอ่ะ. โอเค คิด+เข้าไว้ เค้าเป็นห่วงเราน่ะ อย่าคิดมาก ตอนนี้เราเจอสาเหตุแล้วว่าเราเป็นโรคเอพีเอส เลยทำให้แท้ง กำลังรักษาตัวอยู่:::::

ทุกวันนี้จ-ศ ไม่ไปทานมื้อเย็นบ้านเค้าแล้วค่ะ ไปเฉพาะเสาร์อาทิตย์ เพราะเราอยู่บ้านเฉยๆ ทำเอง แต่ แม่สามีโทรมาทุกวันค่ะ จะเอาผักกาดมั้ย กะหล่ำมั้ย ปลา หมู เดินมาเอา ที่บ้านมี ไม่ต้องไปซื้อ แม่สามีกลัวค่ะ กลัวเราไปซื้อของแพง กลัวเราไปซื้อตามห้าง (ที่เรารู้เพราะแม่สามีเคยพูดมาทีนึง) ดูเหมือนเราจะหน่อยกับงานบ้านและการทำอาหาร แต่มีความสุขมากกว่าที่ต้องไปทานที่บ้านเค้า

และแล้วเรื่องไม่เป็นเรื่องก็มาเป็นฉากๆค่ะ ปลีกย่อยเยอะแยะไม่พูดถึงค่ะ ขอเล่าที่มันเพิงเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ
1. ล่าสุดเราไปเที่ยวกับสามีตจว.4วัน พอถึงปุปสามทุ่มกว่า สามีเราโทรกลับบ้านเค้า ปรากฏพ่อเค้ารับสาย ก็รายงานตามปกติค่ะว่าพวกเราเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แต่แม่สามีหลับไปแล้ว เลยไม่ได้คุยกัน 4 วันผ่นไป หลังจากนั้นพวกเราก็กลับบ้าน คำแรกที่แม่สามีพูดออกมาเมื่อเจอหน้ากันคือ อ่อ เดี๋ยวนี้เธอมีเมียแล้วก็ลืมแม่ !!!!!! พระเจ้า เราอึ้ง หน้าชา ไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูด
:::::อดทนค่ะ ทำสีหน้าปกติ รักษามารยาท ปล่อยแม่ลูกเค้าไปเคลียร์กันเอง ::::::

2. มื้อเย็นวันเสาร์ ณ บ้านแม่สามี เราไปถึงก็รีบเข้าครัวค่ะ ไปเป็นลูกมือหยิบจับ ล้างผัก ล้างปลาบ้างอะไรบ้าง แม่สามีเล่าให้ฟังว่า เนี้ยเพื่อนบ้านให้เนื้อมากล่องนึง พูดว่าเนื้อวัว แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ป่าว ในบ้านนี้ไม่มีใครทานเนื้อวัวค่ะ นอกจากสามีเราคนเดียว เราเลยบอกแม่สามี ไม่แน่ใจว่าเนื้ออะไรก็อย่าให้สามีเรากินเลย อันตราย แม่สามีรีบพูดค่ะ ใช่ๆ เนื้ออะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวเอาไปต้มให้หมากินแทนดีกว่า พอเราเดินออกจากห้องครัวเป็นจังหวะเดียวกันกับที่สามีเราเดินแทรกเข้ามา แม่สามีแอบูดกับสามีเราว่า เนี้ยมีเนื้อวัวอย่างดีอยฺู่กล่องนึง แต่เมียเธอไม่ให้เธอกิน!!!!!
:::::ปรี๊ดเลยค่ะ เราเข้าห้องครัวทันที ยอมรับว่า ใช่ ฉันเองไม่ให้เธอกิน เพราะแม่เธอบอกว่าเนื้ออะไรก็ไม่รู้ แม่สามีหัวเราะแห้งๆๆๆๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อค่ะ จบการสนทนา แต่เราแค้นใจมาก คำว่า ทำไม ทำไม ทำไม มันวนเวียนอยู่ในหัวเราตลอด:::::

3. เมื่อวานนี้เราไม่อยู่บ้านค่ะ ออกไปสปาเพราะในหมู่บ้านเค้าล้างท่อน้ำ ไม่มีน้ำใช้ เป็นเวลา 8 ชม. แม่สามีโทรมาตอนบ่าย 2 จะพาเพื่อนบ้านมาเที่ยวเล่นบ้านเรา เราบอกมาพรุ่งนี้แล้วกัน บ้านเราวันนี้ไม่มีน้ำ ห้องน้ำก็ใช้ไม่ได้ จะต้มน้ำชาก็ไม่มีน้ำนะ ไม่สะดวกจริงๆ (3 รอบที่เราพูดคำนี้ออกมา) เธอไม่ฟังค่ะ บอกไม่เป็นไรไปดูเฉยๆ พวกฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย
:::::เราโมโหมาก กระแทกสายเลยค่ะ ส่งข้อความบอกสามีเราว่า นี่บ้านนะ เป็นที่ส่วนตัว ไม่ใช่ที่สาธารณะที่จะมาเยี่ยมชมสถานที่ กรุณาไปเอากุญแจบ้านเราคืนมาเลย สามีเราบอกเดี๋ยวจัดการเอง รอเค้ากลับจากตปท.ก่อน:::::

จะมีวิธีจัดการอย่างไรกับคนแบบนี้คะ ขอบคุณที่อดทนอ่านจนจบนะคะ T_T
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่