คุณจะไปตามรอยดารานักร้องที่ชอบ หรือไปเยียมชมจักรวรรดิ 48 หรือไปเที่ยวที่อื่นๆดีครับ
สำหรับผมแล้ว คำตอบคงเป็นโอซาก้า
ทั้งๆที่เคยไปมาแล้ว แุถมยังเคยอยู่มาแล้วเกือบปี ก็ยังอยากไปที่นี่เป็นที่แรกอยู่ดีครับ
ความรู้สึกที่มีมันเลยขั้น"เมืิองน่าเที่ยว" ไปแล้ว มีสิ่งที่ทำให้ผูกพันรู้สึกผูกพันกับเมืองและจังหวัดนี้เหลือเกิน
(โอซาก้าที่เราๆท่านๆพูดถึงคืิอเมืองโอซาก้า ซึ่งอยู่ในจังหวัดชื่อเดียวกัน)
โอซาก้า เป็นที่ๆแรกที่ทำให้ผมรู้สึกปิ๊งประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอย่างจริงจังครับ
ก่อนหน้าที่จะมาโอซาก้าเป็นครั้งแรก ผมเคยมาที่ญี่ปุ่นแถบคันโต/โทโฮคุ เพื่อทำกิจกรรมทางวิชาการและสัมมนา
โอกาสเที่ยวจริงๆ นั้นมีไม่มากนัก แถมยังมีดราม่าเล็กน้อยกับเพื่อน
ความรู้สึกที่มีตอนนั้นก็คือญี่ปุ่นเป็นสถานที่ที่ สะอาด น่าเที่ยว ผู้คนที่มา take care ก็ดูแลดี แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหลงรัก
สิ่งที่สนใจเป็นพิเศษก็คือร้านขายราเมน ที่มีตู้กดตั๋วรายการที่อยากกินไปให้พ่อครัว ไม่ต้องใช้ภาษาใบ้ให้ยุ่งยาก
พอมาญี่ปุ่นหนที่ 2 ผมมาแถบคันไซ เพื่อเที่ยวจริงๆ ก่อนเริ่มทำโท
หนนี้ได้เจอสิ่งเล็กๆที่น่าประทับใจหลายอย่าง
อย่างเช่นตอนไปเรียวกัง แล้วใส่ชุดยูคาตะแบบผูกมั่วๆ ก็มีคุณยายที่ไม่รู้จักมาช่วยสอนผูกให้
หรือตอนไปทานข้าว ผมพูดขอบคุณสาวเสิร์ฟด้วยภาษาญี่ปุ่นแบบงูๆปลาๆ เธอก็ยิ้มหวานแล้วตอบว่า "ไฮ้" แบบให้ความรู้สึกว่าเธอยินดีจริงๆ
ตอนไปเกียวโต ผมก็เจอสาวขายของในร้านที่ระลึกที่น่ารักแบบสเปคผมเลย เราคุยกันนิดหน่อย และได้ถ่ายรูปเธอเก็บไว้ด้วย
ยังจำได้ชัดว่าเธอนามสกุลโยโกยาม่า น่าเสียดายที่เวลาทัวร์มีจำกัด ผมจึงคุยกับเธอไม่ได้นาน และก็ไม่กล้าพอที่จะขอเบอร์ ขออีเมล์เธอด้วย
(น่าเสียดาย หลังจากนั้นไม่กี่เดือน รูปถ่ายนั้นก็หายไปไหนก็ไม่รู้ พอมีโอกาสกลับไปที่ร้านนั้นอีกเมื่อ 2 ปีให้หลังก็ไม่เจอเธอแล้ว จะไปสืบกับเจ้าของร้านก็ไม่กล้า เดี๋ยวโดนเพ่งเล็งว่าสติไม่ดี)
แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกชอบประเทศญี่ปุ่นอย่างจริงๆจังๆ ก็คือตอนมาโอซาก้าล่ะครับ
ช่วงนั้นไปสวนสนุก USJ แล้วทำของหาย คนก็เยอะ สถานที่ก็ใหญ่ จนทำใจกลายๆว่าคงหาไม่เจอแน่
แต่พอลองแวะไปที่ Lost and Found คุณพนักงานฟังเรื่องจบ ก็เดินไปหยิบเอาของชิ้นนั้นมาวางให้ทันที
แล้วเขาก็ขอความร่วมมือให้เขียนข้อความสั้นๆเพื่อขอบคุณพนักงานคนที่เก็บของได้ด้วย ได้ใจไปเต็มๆเลยครับ
และนี้่ก็เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มลงมือเรียนภาษาญี่ปุ่นจริงๆจังๆ จากเดิมที่พึ่งแต่ซับอังกฤษอย่างเดียว
หลังจากนั้นอีกสองปี ผมก็มีโอกาสมาอยู่ที่โอซาก้าอีกเป็นเวลาเกือบปีครับ
ระหว่างนั้นผมได้ผูกมิตรมากมายกับคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น น้องๆนักศึกษา host family อาจารย์ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย เพื่อนบ้าน ก๊วนผู้สูงอายุแถวๆบ้าน หรือคุณป้าร้านราเม็ง ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จประการหนึ่งที่ผมภูมิใจมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นอกจากนี้ผมก็มีสาวที่ปิ๊งอยู่ที่นั่นด้วย แต่จีบไม่ทันติดก็ต้องอยู่คนละประเทศเสียแล้ว T T
ถึงแม้ตอนนี้ผมจะกลับจากญี่ปุ่นมาได้เกือบหนึ่งปีครึ่งแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกคิดถึงโอซาก้าอยู่มากๆ
ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่รู้ว่าจะหาทางกลับไปได้เมื่อไรครับ (ลองชิงทุนไปทำโทใบที่ 2 แต่ก็วืดมาแล้ว 2 ครั้ง จะไปเที่ยวกับครอบครัวก็ไม่ได้ เพราัะที่บ้านไม่ชอบไปเที่ยวที่ซ้ำๆซากๆ ต้องไปจังหวัดใหม่ๆ ) ยังดีที่มีคนรู้จักที่โน่นแวะเวียนมาเยี่ยมให้คลายเหงาลงบ้าง
หากมีโอกาสไปญี่ปุ่นครั้งหน้า คุณอยากแวะไปที่ไหนก่อนครับ
สำหรับผมแล้ว คำตอบคงเป็นโอซาก้า
ทั้งๆที่เคยไปมาแล้ว แุถมยังเคยอยู่มาแล้วเกือบปี ก็ยังอยากไปที่นี่เป็นที่แรกอยู่ดีครับ
ความรู้สึกที่มีมันเลยขั้น"เมืิองน่าเที่ยว" ไปแล้ว มีสิ่งที่ทำให้ผูกพันรู้สึกผูกพันกับเมืองและจังหวัดนี้เหลือเกิน
(โอซาก้าที่เราๆท่านๆพูดถึงคืิอเมืองโอซาก้า ซึ่งอยู่ในจังหวัดชื่อเดียวกัน)
โอซาก้า เป็นที่ๆแรกที่ทำให้ผมรู้สึกปิ๊งประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาอย่างจริงจังครับ
ก่อนหน้าที่จะมาโอซาก้าเป็นครั้งแรก ผมเคยมาที่ญี่ปุ่นแถบคันโต/โทโฮคุ เพื่อทำกิจกรรมทางวิชาการและสัมมนา
โอกาสเที่ยวจริงๆ นั้นมีไม่มากนัก แถมยังมีดราม่าเล็กน้อยกับเพื่อน
ความรู้สึกที่มีตอนนั้นก็คือญี่ปุ่นเป็นสถานที่ที่ สะอาด น่าเที่ยว ผู้คนที่มา take care ก็ดูแลดี แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหลงรัก
สิ่งที่สนใจเป็นพิเศษก็คือร้านขายราเมน ที่มีตู้กดตั๋วรายการที่อยากกินไปให้พ่อครัว ไม่ต้องใช้ภาษาใบ้ให้ยุ่งยาก
พอมาญี่ปุ่นหนที่ 2 ผมมาแถบคันไซ เพื่อเที่ยวจริงๆ ก่อนเริ่มทำโท
หนนี้ได้เจอสิ่งเล็กๆที่น่าประทับใจหลายอย่าง
อย่างเช่นตอนไปเรียวกัง แล้วใส่ชุดยูคาตะแบบผูกมั่วๆ ก็มีคุณยายที่ไม่รู้จักมาช่วยสอนผูกให้
หรือตอนไปทานข้าว ผมพูดขอบคุณสาวเสิร์ฟด้วยภาษาญี่ปุ่นแบบงูๆปลาๆ เธอก็ยิ้มหวานแล้วตอบว่า "ไฮ้" แบบให้ความรู้สึกว่าเธอยินดีจริงๆ
ตอนไปเกียวโต ผมก็เจอสาวขายของในร้านที่ระลึกที่น่ารักแบบสเปคผมเลย เราคุยกันนิดหน่อย และได้ถ่ายรูปเธอเก็บไว้ด้วย
ยังจำได้ชัดว่าเธอนามสกุลโยโกยาม่า น่าเสียดายที่เวลาทัวร์มีจำกัด ผมจึงคุยกับเธอไม่ได้นาน และก็ไม่กล้าพอที่จะขอเบอร์ ขออีเมล์เธอด้วย
(น่าเสียดาย หลังจากนั้นไม่กี่เดือน รูปถ่ายนั้นก็หายไปไหนก็ไม่รู้ พอมีโอกาสกลับไปที่ร้านนั้นอีกเมื่อ 2 ปีให้หลังก็ไม่เจอเธอแล้ว จะไปสืบกับเจ้าของร้านก็ไม่กล้า เดี๋ยวโดนเพ่งเล็งว่าสติไม่ดี)
แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกชอบประเทศญี่ปุ่นอย่างจริงๆจังๆ ก็คือตอนมาโอซาก้าล่ะครับ
ช่วงนั้นไปสวนสนุก USJ แล้วทำของหาย คนก็เยอะ สถานที่ก็ใหญ่ จนทำใจกลายๆว่าคงหาไม่เจอแน่
แต่พอลองแวะไปที่ Lost and Found คุณพนักงานฟังเรื่องจบ ก็เดินไปหยิบเอาของชิ้นนั้นมาวางให้ทันที
แล้วเขาก็ขอความร่วมมือให้เขียนข้อความสั้นๆเพื่อขอบคุณพนักงานคนที่เก็บของได้ด้วย ได้ใจไปเต็มๆเลยครับ
และนี้่ก็เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มลงมือเรียนภาษาญี่ปุ่นจริงๆจังๆ จากเดิมที่พึ่งแต่ซับอังกฤษอย่างเดียว
หลังจากนั้นอีกสองปี ผมก็มีโอกาสมาอยู่ที่โอซาก้าอีกเป็นเวลาเกือบปีครับ
ระหว่างนั้นผมได้ผูกมิตรมากมายกับคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น น้องๆนักศึกษา host family อาจารย์ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย เพื่อนบ้าน ก๊วนผู้สูงอายุแถวๆบ้าน หรือคุณป้าร้านราเม็ง ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จประการหนึ่งที่ผมภูมิใจมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ถึงแม้ตอนนี้ผมจะกลับจากญี่ปุ่นมาได้เกือบหนึ่งปีครึ่งแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกคิดถึงโอซาก้าอยู่มากๆ
ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่รู้ว่าจะหาทางกลับไปได้เมื่อไรครับ (ลองชิงทุนไปทำโทใบที่ 2 แต่ก็วืดมาแล้ว 2 ครั้ง จะไปเที่ยวกับครอบครัวก็ไม่ได้ เพราัะที่บ้านไม่ชอบไปเที่ยวที่ซ้ำๆซากๆ ต้องไปจังหวัดใหม่ๆ ) ยังดีที่มีคนรู้จักที่โน่นแวะเวียนมาเยี่ยมให้คลายเหงาลงบ้าง