ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า เราไม่เคยตั้งกระทู้ในพันทิปเลย ขาดตกบกพร่องอะไรก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า คุณพ่อเราไม่สบายเลยพาไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กร่างกายว่าเป็นอะไร ทำไมเท้าบวม และเหมือนแกจะเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่แกก็ไม่ได้ออกแรงทำอะไร ผลตรวจปรากฎว่าเป็นน้ำท่วมปอดและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เอาหล่ะซิ ได้เข้าแอดมิท ที่โรงพยาบาล ณ วันนั้นกันเลยทีเดียว ด้วยคุณพ่อเราเค้าเคยหยุดหายใจ ไปหลายนาทีเหมือนกันและปั้มหัวใจขึ้นมาใหม่ ทีนี้ ลักษณะนิสัยทั่วไปของแกก็ไม่เหมือนเดิม มีความจำสั้นแต่รักฉันยาว ประมาณนั้น ดังนั้นเวลาหมอถามอะไรก็เลยได้คำตอบไม่ค่อยถูกต้อง เราก็ต้องคอยสังเกตุอาการแล้วบอกหมออีกที ในระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล เราก็ปรนนิบัติพัดพี คุณพ่อเราสาระพัด เช่น เช็ดตัว ป้อนอาหาร เนื่องจากว่า พ่อต้องนอนอยู่ที่เตียงตลอด ห้ามออกแรงเยอะ แม้นกระทั่ง เดินไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้เพราะจะทำให้แกเหนื่อยมาก บวกกับคุณพ่อฉีดยาขับปัสสาวะ อีก งานเข้าเต็ม ๆ คือ พยายามใส่แพมเพิร์ส ก็ไม่ยอมฉี่ ยอมอึ ในนั้น เราก็ต้องตื่น ทุก 2 ชม เพื่อมาดูแก ทั้งวันทั้งคืน เวลาแกเบื่อ ก็คอยอ่านหนังสือให้ฟังบ้าง ปอกผลไม้ให้ทาน นั่งเล่นเกมส์ทายชื่อสัตว์เป็นภาษาอังกฤษบ้าง เหมือนเล่นกันเป็นเด็ก ๆ ก็ขำกันไปทั้งพ่อและลูก เราอยู่อย่างนี้ 7 วันโดยไม่มีคนมาเปลี่ยนเลย มีอยู่วันหนึ่ง แกถามเราว่า เคลื่อนตัวกันยัง ก็สงสัยมาทำถามทำไม คือ แกอยากกลับบ้านแล้ว ก็ต้องคอยอธิบาย ไม่ได้นะคุณพ่อ ยังไม่หายดี หมอไม่ให้กลับหรอก แล้วที่สำคัญ เวลาที่เราเผลอหลับ แกก็ชอบแอบเดินไปเข้าห้องน้ำเอง ต้องคอยระวังตลอดเวลา
แต่อยากจะบอกว่า เราปลื้มใจที่ได้ทำ เพราะเป็นโอกาสที่เราได้อยู่ใกล้ชิดท่าน และ ดูแลท่านในยามที่ท่านต้องการเรา ถามว่า 7 วันนี้เหนื่อยไหม ขอบอกว่าที่สุดแล้ว ตาของเราเป็นแพนด้าเลย น้ำหนักลงไป 5 โล แต่เราอิ่มใจ สุขใจที่ได้ทำ ตอนนี้ท่านก็ยังอยู่ในโรงพยาบาลโดยมีน้องเราเฝ้าไข้แกอยู่ ก็หวังว่า แกจะหายเร็ว ๆ จะได้กลับบ้านซะที
อิ่มเอมใจ 7 วัน ในโรงพยาบาล
เรื่องมีอยู่ว่า คุณพ่อเราไม่สบายเลยพาไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กร่างกายว่าเป็นอะไร ทำไมเท้าบวม และเหมือนแกจะเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่แกก็ไม่ได้ออกแรงทำอะไร ผลตรวจปรากฎว่าเป็นน้ำท่วมปอดและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เอาหล่ะซิ ได้เข้าแอดมิท ที่โรงพยาบาล ณ วันนั้นกันเลยทีเดียว ด้วยคุณพ่อเราเค้าเคยหยุดหายใจ ไปหลายนาทีเหมือนกันและปั้มหัวใจขึ้นมาใหม่ ทีนี้ ลักษณะนิสัยทั่วไปของแกก็ไม่เหมือนเดิม มีความจำสั้นแต่รักฉันยาว ประมาณนั้น ดังนั้นเวลาหมอถามอะไรก็เลยได้คำตอบไม่ค่อยถูกต้อง เราก็ต้องคอยสังเกตุอาการแล้วบอกหมออีกที ในระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล เราก็ปรนนิบัติพัดพี คุณพ่อเราสาระพัด เช่น เช็ดตัว ป้อนอาหาร เนื่องจากว่า พ่อต้องนอนอยู่ที่เตียงตลอด ห้ามออกแรงเยอะ แม้นกระทั่ง เดินไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้เพราะจะทำให้แกเหนื่อยมาก บวกกับคุณพ่อฉีดยาขับปัสสาวะ อีก งานเข้าเต็ม ๆ คือ พยายามใส่แพมเพิร์ส ก็ไม่ยอมฉี่ ยอมอึ ในนั้น เราก็ต้องตื่น ทุก 2 ชม เพื่อมาดูแก ทั้งวันทั้งคืน เวลาแกเบื่อ ก็คอยอ่านหนังสือให้ฟังบ้าง ปอกผลไม้ให้ทาน นั่งเล่นเกมส์ทายชื่อสัตว์เป็นภาษาอังกฤษบ้าง เหมือนเล่นกันเป็นเด็ก ๆ ก็ขำกันไปทั้งพ่อและลูก เราอยู่อย่างนี้ 7 วันโดยไม่มีคนมาเปลี่ยนเลย มีอยู่วันหนึ่ง แกถามเราว่า เคลื่อนตัวกันยัง ก็สงสัยมาทำถามทำไม คือ แกอยากกลับบ้านแล้ว ก็ต้องคอยอธิบาย ไม่ได้นะคุณพ่อ ยังไม่หายดี หมอไม่ให้กลับหรอก แล้วที่สำคัญ เวลาที่เราเผลอหลับ แกก็ชอบแอบเดินไปเข้าห้องน้ำเอง ต้องคอยระวังตลอดเวลา
แต่อยากจะบอกว่า เราปลื้มใจที่ได้ทำ เพราะเป็นโอกาสที่เราได้อยู่ใกล้ชิดท่าน และ ดูแลท่านในยามที่ท่านต้องการเรา ถามว่า 7 วันนี้เหนื่อยไหม ขอบอกว่าที่สุดแล้ว ตาของเราเป็นแพนด้าเลย น้ำหนักลงไป 5 โล แต่เราอิ่มใจ สุขใจที่ได้ทำ ตอนนี้ท่านก็ยังอยู่ในโรงพยาบาลโดยมีน้องเราเฝ้าไข้แกอยู่ ก็หวังว่า แกจะหายเร็ว ๆ จะได้กลับบ้านซะที