สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
** ขอรวมโพสที่ผมตอบไว้ที่ #4 นี้เลยนะครับ เพราะหลายท่านเข้าใจในเจตนาผมผิด **
น่าเห็นใจเพื่อนคุณมากๆครับ
ขอให้เพื่อนคุณผ่านเวลาอันเลวร้ายของชีวิตไปให้ได้นะครับ
เข้าเรื่อง "เป็นผู้หญิงจะเรียนสูงๆไปทำไมกัน สู้หาสามีรวยๆ แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านดีกว่า"
ผู้หญิงที่ไม่เรียน ไม่ทำงาน ไม่พัฒนาตนเอง
แต่คิดว่า ถ้าฉันได้สามีรวยๆ ชีวิตฉันก็คงสบายไปทั้งชาติ
ผมถือว่า ผู้หญิงคนนั้น "สิ้นคิด" มาก ในโลกยุคปัจจุบันครับ
เพราะถ้าวันหนึ่งสามีทิ้งขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะหาเลี้ยงชีพตัวเองได้อย่างยากลำบาก
เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่เป็นรุ่นคุณแม่ที่มีอายุสูงๆแล้ว
แต่ผมหมายถึงเฉพาะ "ผู้หญิงยุคใหม่" ที่มีอายุราว 20-30 ปีครับ
ว่าคุณจำเป็นต้องเรียน ต้องทำงาน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองอีกชั้นหนึ่ง
โดยอย่าเอาชีวิตของตัวเอง ไปฝากไว้กับสามีทั้งหมด
เพราะถ้าวันหนึ่งสามีเสียชีวิต หรืออย่าร้างกัน ถ้าผู้หญิงคนนั้น ซึ่งเป็นสาวรุ่นใหม่ แต่ไม่เรียน ไม่ทำงาน เขาก็จะอยู่อย่างลำบากครับ
ในยุคนี้ คำถามมันอยู่ที่ว่า "ผู้หญิงคนนั้น มีความสามารถเพียงพอ ที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองในยุคปัจจุบันได้หรือไม่"
จบมัธยม แต่หาเลี้ยงชีพได้ มีความสามารถที่จะวางแผนการใช้ชีวิต วางแผนการเงิน วางแผนการเกษียณได้ เท่านี้ก็ OK
แต่แค่คนที่จบสูงกว่า (แต่ต้องมีทักษะในการใช้ชีวิตด้วยนะ ไม่ใช่เก่งแต่เรียนในระบบ) เขาจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้มากกว่า
ถ้าผมรักผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ผมต้องมั่นใจว่า ถ้าวันหนึ่ง ผมเสียชีวิตก่อนภรรยา ภรรยาผมจะต้องเลี้ยงดัวเองและลูกๆได้อย่างสบายๆ
ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ผมสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งว่า
ในยุคปัจจุบัน ผู้หญิงต้องเรียน ต้องทำงาน ต้องเก็บเงิน ต้องวางแผนในทุกๆอย่าง คุณถึงจะอยู่รอดได้
ซึ่งมันต่างกับสมัยอดีต ที่ผู้หญิงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ครับ เพราะผู้ชายจะเป็นคนทำให้ทั้งหมด
แต่การที่ผู้ชายทำให้ทั้งหมดในอดีตนั้น บางครั้งมันก็ส่งผลให้ผู้หญิงเลี้ยงดูตัวเองไม่ได้ เมื่อสามีเสียชีวิตไป
น่าเห็นใจเพื่อนคุณมากๆครับ
ขอให้เพื่อนคุณผ่านเวลาอันเลวร้ายของชีวิตไปให้ได้นะครับ
เข้าเรื่อง "เป็นผู้หญิงจะเรียนสูงๆไปทำไมกัน สู้หาสามีรวยๆ แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านดีกว่า"
ผู้หญิงที่ไม่เรียน ไม่ทำงาน ไม่พัฒนาตนเอง
แต่คิดว่า ถ้าฉันได้สามีรวยๆ ชีวิตฉันก็คงสบายไปทั้งชาติ
ผมถือว่า ผู้หญิงคนนั้น "สิ้นคิด" มาก ในโลกยุคปัจจุบันครับ
เพราะถ้าวันหนึ่งสามีทิ้งขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะหาเลี้ยงชีพตัวเองได้อย่างยากลำบาก
เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่เป็นรุ่นคุณแม่ที่มีอายุสูงๆแล้ว
แต่ผมหมายถึงเฉพาะ "ผู้หญิงยุคใหม่" ที่มีอายุราว 20-30 ปีครับ
ว่าคุณจำเป็นต้องเรียน ต้องทำงาน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองอีกชั้นหนึ่ง
โดยอย่าเอาชีวิตของตัวเอง ไปฝากไว้กับสามีทั้งหมด
เพราะถ้าวันหนึ่งสามีเสียชีวิต หรืออย่าร้างกัน ถ้าผู้หญิงคนนั้น ซึ่งเป็นสาวรุ่นใหม่ แต่ไม่เรียน ไม่ทำงาน เขาก็จะอยู่อย่างลำบากครับ
ในยุคนี้ คำถามมันอยู่ที่ว่า "ผู้หญิงคนนั้น มีความสามารถเพียงพอ ที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองในยุคปัจจุบันได้หรือไม่"
จบมัธยม แต่หาเลี้ยงชีพได้ มีความสามารถที่จะวางแผนการใช้ชีวิต วางแผนการเงิน วางแผนการเกษียณได้ เท่านี้ก็ OK
แต่แค่คนที่จบสูงกว่า (แต่ต้องมีทักษะในการใช้ชีวิตด้วยนะ ไม่ใช่เก่งแต่เรียนในระบบ) เขาจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้มากกว่า
ถ้าผมรักผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ผมต้องมั่นใจว่า ถ้าวันหนึ่ง ผมเสียชีวิตก่อนภรรยา ภรรยาผมจะต้องเลี้ยงดัวเองและลูกๆได้อย่างสบายๆ
ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ผมสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งว่า
ในยุคปัจจุบัน ผู้หญิงต้องเรียน ต้องทำงาน ต้องเก็บเงิน ต้องวางแผนในทุกๆอย่าง คุณถึงจะอยู่รอดได้
ซึ่งมันต่างกับสมัยอดีต ที่ผู้หญิงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ครับ เพราะผู้ชายจะเป็นคนทำให้ทั้งหมด
แต่การที่ผู้ชายทำให้ทั้งหมดในอดีตนั้น บางครั้งมันก็ส่งผลให้ผู้หญิงเลี้ยงดูตัวเองไม่ได้ เมื่อสามีเสียชีวิตไป
ความคิดเห็นที่ 10
อืมมมมมมมม
คนบางคนวาสนาดี ไม่ต้องดิ้นรนอะไรก็ได้อยู่สบายๆ >>>> ผู้หญิงคนใหม่ของอดีตเเฟนเพื่อนคุณ
คนบางคนเเต่งงานเเล้วก็อยากมีพยานรักเติมเต็มให้กับชีวิต เจอคนที่สนองได้ ก็ไป >>>> อดีตเเฟนเพื่อนคุณ
คนบางคนเเต่งงานมีครอบครัวเเล้ว เเบ่งเวลาทุ่มเทเอาใจใส่ได้ไม่ดีพอ ใช้คำว่ารอไปก่อน ไม่พร้อมๆ เลยเสียของรัก >>>> เพื่อนคุณ
คนบางคนกล่าวหาการเรียนว่าทำลายชีวิตครอบครัว เเต่ลืมไปว่าใครเลือกที่จะเป็นเเบบนั้น >>>> เพื่อนคุณ
คนบางคนก็คิดว่า เป็นผู้หญิงจะเรียนไปทำไม เดี๋ยวก็ต้องแต่งงานมีลูกมีผัว แล้ว >>>> คุณที่เห็นด้วยกับเพื่อน
ถ้าเรามีลูกสาว จะสอนเรื่องการเเบ่งเวลาในเเต่ละช่วงชีวิต ช่วงชีวิตนึงพ่อเเม่สำคัญที่สุด ช่วงชีวิตนึงการเรียนสำคัญที่สุด
ช่วงชีวิตนึงการทำงานสำคัญที่สุด เเละอีกช่วงชีวิตนึง ซึ่งเป็นครึ่งนึงของทั้งหมดในชีวิต ครอบครัวต้องสำคัญที่สุด !!
คนบางคนวาสนาดี ไม่ต้องดิ้นรนอะไรก็ได้อยู่สบายๆ >>>> ผู้หญิงคนใหม่ของอดีตเเฟนเพื่อนคุณ
คนบางคนเเต่งงานเเล้วก็อยากมีพยานรักเติมเต็มให้กับชีวิต เจอคนที่สนองได้ ก็ไป >>>> อดีตเเฟนเพื่อนคุณ
คนบางคนเเต่งงานมีครอบครัวเเล้ว เเบ่งเวลาทุ่มเทเอาใจใส่ได้ไม่ดีพอ ใช้คำว่ารอไปก่อน ไม่พร้อมๆ เลยเสียของรัก >>>> เพื่อนคุณ
คนบางคนกล่าวหาการเรียนว่าทำลายชีวิตครอบครัว เเต่ลืมไปว่าใครเลือกที่จะเป็นเเบบนั้น >>>> เพื่อนคุณ
คนบางคนก็คิดว่า เป็นผู้หญิงจะเรียนไปทำไม เดี๋ยวก็ต้องแต่งงานมีลูกมีผัว แล้ว >>>> คุณที่เห็นด้วยกับเพื่อน
ถ้าเรามีลูกสาว จะสอนเรื่องการเเบ่งเวลาในเเต่ละช่วงชีวิต ช่วงชีวิตนึงพ่อเเม่สำคัญที่สุด ช่วงชีวิตนึงการเรียนสำคัญที่สุด
ช่วงชีวิตนึงการทำงานสำคัญที่สุด เเละอีกช่วงชีวิตนึง ซึ่งเป็นครึ่งนึงของทั้งหมดในชีวิต ครอบครัวต้องสำคัญที่สุด !!
ความคิดเห็นที่ 20
เป็นข้ออ้างในการบอกเลิก ที่เห็นแก่ตัว
แฟนเก่าเพื่อนคุณ โง่ที่เลือกแม่ของลูกเขาแค่ความร่าเริง แต่พื้นฐานการศึกษาที่ต่างกัน คนฉลาดย่อมเลือกแม่ของลูกที่เสมอตัวเอง เป็นถึง ดร
เปลือกนอกอาจจะดูว่ามีความสุข งั้นก็หาเด็กจบใหม่ทำเมีย คงง่ายกว่า ที่จะรอ คนที่ตัวเองรักมาห้าปี ที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน เพื่ออนาคตที่ดี
เพื่อนคุณ หลงผิด ไปรักผู้ชายที่เก่งแต่วิชาการ แต่เห็นแก่ตัว แค่ต้องการมีลูกทันใช้ ทิ้งคนที่รักกันมาห้าปี โดยไม่สนใจความรู้สึกที่โดนทิ้ง
เพื่อนคุณ ควรดีใจ ที่ไม่ไปแต่งงานกับผู้ชายที่เห็นแก่ตัว กลัวว่าจะมีลูกไม่ทันใช้ ตอนตัวเองแก่ตัวมา ปล่อยหมามันไปตามทางมันเห๊อะ
ถ้าเป็นแม่ ของลูกสาว จะสอนให้มันเรียนจนสุดความสามารถ ผัวอ่ะ หาให้ดีแค่ไหน ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่
อยู่ในแวดวงคนดีๆ ไม่เห็นแก่ตัว เดี๋ยวมันก็มาเอง รวยไม่รวยไม่รู้หรอก ขอให้มันรักลูกเราพอ อย่างเห็นแก่ตัว ขาดความเมตตา รับผิดชอบ
สอนให้ลูกมองคนให้เป็น ว่าผู้ชายมันคิดเป็นหรือไม่ การมีครอบครัวมันมีเรื่องต้องรับผิดชอบเยอะ ไม่ใช่แค่ปี้เพื่อให้มีลูกทันใช้
บอกเพื่อนคุณอย่างไปยึดติดกับผู้ชายห่วยๆ ถึงจะการศึกษาสูง เงินเดือนสูง แต่ความเห็นแก่ตัวสูง เอาทำปั๋ว ทำไม เสียเวลา
ดีแล้วที่หลุดออกมาได้ อย่าไปเพ้อพกถึงมันเลยเสียเวลา รักตัวเองให้มากๆ ตัวเพื่อนคุณมีค่ากว่าผู้ชายห่วยๆคนนั้นมากมาย
เป็นกำลังใจให้เพื่อนคุณมองเห็นเหตุอันแท้จริง แล้วจะหมดทุกข์ เอาปริญญาเอกที่อยากได้มาชื่นชมให้สำเร็จ
แฟนเก่าเพื่อนคุณ โง่ที่เลือกแม่ของลูกเขาแค่ความร่าเริง แต่พื้นฐานการศึกษาที่ต่างกัน คนฉลาดย่อมเลือกแม่ของลูกที่เสมอตัวเอง เป็นถึง ดร
เปลือกนอกอาจจะดูว่ามีความสุข งั้นก็หาเด็กจบใหม่ทำเมีย คงง่ายกว่า ที่จะรอ คนที่ตัวเองรักมาห้าปี ที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน เพื่ออนาคตที่ดี
เพื่อนคุณ หลงผิด ไปรักผู้ชายที่เก่งแต่วิชาการ แต่เห็นแก่ตัว แค่ต้องการมีลูกทันใช้ ทิ้งคนที่รักกันมาห้าปี โดยไม่สนใจความรู้สึกที่โดนทิ้ง
เพื่อนคุณ ควรดีใจ ที่ไม่ไปแต่งงานกับผู้ชายที่เห็นแก่ตัว กลัวว่าจะมีลูกไม่ทันใช้ ตอนตัวเองแก่ตัวมา ปล่อยหมามันไปตามทางมันเห๊อะ
ถ้าเป็นแม่ ของลูกสาว จะสอนให้มันเรียนจนสุดความสามารถ ผัวอ่ะ หาให้ดีแค่ไหน ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่
อยู่ในแวดวงคนดีๆ ไม่เห็นแก่ตัว เดี๋ยวมันก็มาเอง รวยไม่รวยไม่รู้หรอก ขอให้มันรักลูกเราพอ อย่างเห็นแก่ตัว ขาดความเมตตา รับผิดชอบ
สอนให้ลูกมองคนให้เป็น ว่าผู้ชายมันคิดเป็นหรือไม่ การมีครอบครัวมันมีเรื่องต้องรับผิดชอบเยอะ ไม่ใช่แค่ปี้เพื่อให้มีลูกทันใช้
บอกเพื่อนคุณอย่างไปยึดติดกับผู้ชายห่วยๆ ถึงจะการศึกษาสูง เงินเดือนสูง แต่ความเห็นแก่ตัวสูง เอาทำปั๋ว ทำไม เสียเวลา
ดีแล้วที่หลุดออกมาได้ อย่าไปเพ้อพกถึงมันเลยเสียเวลา รักตัวเองให้มากๆ ตัวเพื่อนคุณมีค่ากว่าผู้ชายห่วยๆคนนั้นมากมาย
เป็นกำลังใจให้เพื่อนคุณมองเห็นเหตุอันแท้จริง แล้วจะหมดทุกข์ เอาปริญญาเอกที่อยากได้มาชื่นชมให้สำเร็จ
แสดงความคิดเห็น
เป็นผู้หญิงจะเรียนสูงๆไปทำไมกัน สู้หาสามีรวยๆ แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านดีกว่า
เพื่อนเราเป็นคนเก่ง ขยันทำงาน เป็นคนมุ่งมั่น ในระหว่างทำงานก็เรียนปริญญาเอกไปด้วย
ซึ่งเราและคนรอบข้างต่างก็ชื่นชมคุณสมบัติข้อนี้ของเพื่อนมาก เราคิดว่่าเพื่อนเราเจ๋งอ่ะค่ะ เป็นคนมีความพยายามดี
แล้วเพื่อนเราเค้าก็ไม่ได้เป็นคนซีเรียสอะไรนะคะ ก็ดูสนุกสนานกับชีวิตดี
เรื่องมันเกิดขึ้นตรงที่ว่า แฟนเพื่อนเราเค้าอยากมีลูกมาก เค้าอายุสามสิบกว่าๆกันแล้วทั้งสองคน และอยู่ด้วยกันแล้วมาห้่่าหกปี
แต่เพื่อนเราเค้ายังไม่พร้อม เค้าอยากทำเอกให้จบก่อน เค้าบอกว่าเค้าเครียด ทั้งทำงาน ทั้งเรียน เค้าไม่อยากท้องตอนเครียด
แฟนเพื่อนเราเค้าไม่เชื่อ เค้าคิดว่าเพื่อนเราเป็นพวกบ้างาน และไม่คิดจะมีลูก เค้าทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อยมาก
ต่อมาแฟนเพื่อนเราเค้าไปเจอผู้หญิงคนนึง ซึ่งตรงข้ามกับเพื่อนเราโดยสิ้นเชิง
ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลักแหล่ง และจบแค่มัธยมปลาย ร่าเริงแจ่มใส ออกลุยๆติสท์ๆ กล้าเสี่ยง
แฟนเพื่อนเราชื่นชมในตัวผู้หญิงคนนั้นมาก ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่แคร์บรรทัดฐานของสังคมที่คนเราต้องเรียนสูงๆ
เค้ารู้สึกว่า เค้าตามหาผู้หญิงอย่างนี้มานานแล้ว ผู้หญิงที่ไม่แคร์เรื่องเงิน มีิิอิสระจากงานประจำ มีชีวิตทำตามที่ใจตัวเองปราถนา
อ้อ ลืมบอก แฟนเพื่อนเราก็จบปริญญาเอกเหมือนกันนะคะ ทำงานเงินเดือนสูงมาก
เค้าประทับใจในความเป็นขั้วตรงข้ามของผู้หญิงคนนี้น่ะค่ะ
หลังจากแฟนเพื่อนเราได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นสองสามครั้ง เค้าก็มาขอเลิกกับเพื่อนเรา
ถัดมาสามเดือน แฟนเพื่อนเรากับผู้หญิงคนนั้นก็แต่งงานกัน พร้อมมีพยานรักในครรภ์ทันที
ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ต้องทำงานอะไรเลย เพราะแฟนเพื่อนเราก็เลี้ยงดูอย่างดี เค้าดีใจมากที่จะได้มีลูก
พอเพื่อนเรารู้ข่าว ถึงกับสติแตก เสียศูนย์ในชีวิตไปทันที มึนงงสับสนไปพักใหญ่มากมาก
เพราะความจริงแล้วเพื่อนเราเองก็อยากมีลูกมาก และตั้งใจจะมีลูกทันทีเมื่อจบเอกซึ่งก็อีกไม่นาน
เธอคร่ำควญตลอดเวลาว่า แล้วชั้นร่ำเรียนมาทำไมกันเนี่ย ท้ายสุด ชั้นก็ไม่เหลืออะไรเลย ยิ่งเรียนมาก ก็ยิ่งเรื่องมาก เงื่อนไขเยอะ
ดูผู้หญิงคนนั้นสิ ชีวิตแสนสบาย เกิดมาก็ไม่ต้องเรียนอะไรให้มันหนักหัว งานก็ไม่ต้องทำ มีแต่ความร่าเริงแจ่มใสในชีวิต แล้วก็ได้แต่งงานกับคนดีๆ
เราฟังเพื่อนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะปลอบใจเพื่อนว่าอย่างไรดี เพราะเราเองก็ชักจะเห็นด้วยกับเพื่อน
เพราะท้ายสุด ความฝันของผู้หญิงเราก็คือมีสามีและมีลูก มีครอบครัว เมื่อมีลูกก็ไปทำงานไม่ได้อยู่ดี ก็ต้องเลี้ยงลูก มีความสุขดีออก
กรณีของเพื่อนเราก็ได้พิสูจน์ประโยคที่ได้ยินกันบ่อยๆว่า เป็นผู้หญิงจะเรียนไปทำไม เดี๋ยวก็ต้องแต่งงานมีลูกมีผัว แล้ว ว่ามันถูกต้อง
แล้วเพื่อนๆในห้องนี้ล่ะคะ ถ้าคุณมีลูกสาว คุณจะสอนลูกว่าอย่างไร