พบวัยรุ่นมุสลิม 7 จังหวัดชายแดนใต้ เสพติดกัญชามากที่สุด

พบวัยรุ่นมุสลิม 7 จังหวัดชายแดนใต้ เสพติดกัญชามากที่สุด

สำนักข่าวไทย .- นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2550-2554 มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดใน 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ทั้งหมด 25,758 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 73 เป็นชาวมุสลิม 18,834 คน เป็นเพศชายร้อยละ 93 อยู่ในกลุ่มอายุ 7-17 ปี มากที่สุดคือร้อยละ 58 รองลงมาคือกลุ่มอายุ 18-25 ปี ร้อยละ 34
ยาเสพติดที่ใช้มากอันดับ 1 คือ กัญชาร้อยละ 46 รองลงมาคือยาบ้าร้อยละ 33  และอื่น ๆ เช่น กระท่อม สี่คูณร้อย ร้อยละ 18 อาชีพส่วนใหญ่ ว่างงานร้อยละ 45 รับจ้างร้อยละ 38 เป็นนักเรียน นักศึกษาร้อยละ 17
.- สำนักข่าวไทย http://www.mcot.net/site/content?id=4ff6739d0b01dabf3c02c26f#.USaYr6J_5FB

ยิ่งจับยิ่งเพิ่มมูลค่า เพิ่มกำไรให้โจร เพราะโจรแบ่งแยกดินแดน มันผูกขาดทั้ง 7 จังหวัด ในการขายกัญชา
เบี่ยงประเด็นอ้างส่งมาเลย์ ขี่หกทั้งเพ กัญชาจากอินโด ถูกกว่าไทยที่ต้องขนจากลาวมาก เข้ามาเลย์ง่ายกว่ามาก
ความจริงกัญชาที่จับได้เพียง 1% ในตลาดมืดของโจรใต้ มันคือแหล่งเงินน้ำเลี้ยงกองกำลังและอาวุธ..



นี่แหละครับคือปัญหาใหญ่ ในการแก้ไข้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ แหล่งเงินท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ ที่จะนำเงินค้ากัญชาเหล่านี้
ไปซื้ออาวุธเลี้ยงดูกองกำลังมวลชนที่หลอกมาเป็นกองกำลัง เพื่อเข้าโจมตียึดแผ่นดินไทย เพื่อหวังแบ่งแยกดินแดน
ทางลัดสู่การเสวยอำนาจของโจรชั่วใน3จังหวัดชายแดนใต้

นี่แค่ขนาดจิบจ๊อยปล่อยหลุด เพื่อโชว์ผลงาน ปลอบใจให้เข้าตานาย ข้างบนสบายใจ มีผลงานโชว์ แต่
มันเป็นเหตุผล ในการเพิ่มราคามูลค้ากัญชาในตลาดมืด เพราะหลังปีใหม่ 56 จำต้องขึ้นราคาเพราะเจ้าหน้าเข้มงวดมากขึ้น
หากัญชายาก เลยจำเป็นต้องขายแพงขึ้น (เข้าทางโจร ในการเพิ่มราคา หาทุนซื้ออาวุธ)
แต่ของจริงไม่รู้กี่ร้อยตัน กี่พันกิโล มูลค่ากี่ร้อยล้านบาทต่อเดือน
ที่เป็นทุนให้พวกโจรที่ผูกขาดการจำหน่ายยาเสพติด ใน3จังหวัด พ่อค้าต่างถิ่นเข้าไป โจรใต้จะยิงทิ้ง ตายหมด
จนไม่มีใครกล้าข้ามเขตไปขายทับเส้นโจร เงินยาเสพติดจึง ตกอยู่กับขบวนการพวกนี้ เลี้ยงให้มันใหญ่โตแข็งแรงขึ้นทุกวัน

ทำไมสมุนไพรกัญชาจึงเป็นที่ต้องการของวัยรุ่นมุสลิมและวัยโจ๋ เพราะยาสมุนไพรกัญชา เป็นทางออกเดียวที่สามารถช่วยผ่อนคลายได้
โดยไม่สร้างปัญหาให้ครอบครัว ผิดหลักศาสนาอิสลาม เพราะคนดื่มสุรา
พอดื่มแล้วจะออกอาการขาดสติ เดินโซเซ เอะอะ ใจรอนวู่วาม หยาบคาย ปากเหม็นน่ารังเกียจ ทำร้ายผู้คน
เป็นสิ่งที่มุสลิมชน ตั้งแง่รังเกลียจ และต่อต้านเหยียดหยาม จนต้องออกจากสังคมมุสลิม ไปแอบดื่มแอบเมา
การดื่มเหล้าเป็นสิ่งที่สังคมมุสลิมรังเกียจ ต่างจากสมุนไพรกัญชา
สูบกินแล้วอารมณ์ดีใจเย็น รักสงบสันติ เพลิดเพลินไม่มีอาการน่ารังเกียจเหมือนสุรา เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จึงหันมาหาซื้อสมุนไพรกัญชา ในประเทศอินโดนีเซีย อนุญาติให้ใช้สมุนไพรกัญชา นำมากิน ใส่อาหารได้ไม่ผิดกฏหมาย

รายได้หลักของขบวนการโจรใต้ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องจัดการทำให้มูลค่าสมุนไพรกัญชาหมดไป ไม่มีค่าให้พวกโจรนำมาซื้ออาวุธต่อไป
ยกเลิกกฏหมายกัญชาใบกระท่อม ใครอยากกินอยากสูบปลูกเองกินเอง หยุดการซื้อขาย ไม่มีคนขายเพราะทุกบ้านปลูกเองเหมือนต้นกระเพราโหระพา

มูลค่าราคกำละ2-5 บาท โจรร้ายพวกนี้ คงไม่มาขายให้เมื่อยตุ้ม เมื่อไม่มีเงินทุน แล้วมันจะเอาอะไรกิน ส่วนจะอาศัยเงินต่างชาติ
ก็ได้บ้างเล็กน้อยไม่พอยาใส้ เพราะไม่มีใครอยากสนัสนุนขบวนการที่ไม่มีอนาคต เลื่อนลอย ไร้เหตุผลในการแยกดินแดน

ส่วนเรื่องปราบ รู้แก่ใจปราบมากี่สิบปี ฆ่ามากี่พันศพ ไม่ลดลง มีแต่เพิ่มคนใช้ ยิ่งจับ ยิ่งเป็นการเพิ่มราคามูลค่าทางอ้อม
เป็นการเพิ่มทุนให้โจรซื้อปืนมาฆ่าพวกเรา มากขึ้น อยากให้รัฐส่งคนของรัฐ
เช่นท่านเฉลิม ท่าทประยุทธ คุณดำรงพุฒตาน (นักข่าว นักเขียน มุสลิม)
อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ (อ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) แพทย์เฉพาะทางสมองจิตแพทย์ นักสังคม นักข่าว
ล่ามแปลภาษาเก่งๆ จัดตั๋วเครื่องบิน พ็อตเกตมันนี่

ส่งท่านเล่านี้ ไปดูงานกัญชาที่กรุงวอชิงตัน โคโรราโด ลอสแอนเจอรีส เมืองหลวงแห่งที่2 ของไทย ในอเมริกา
และฮอลแลนด์ ที่เปิดร้านกัญชาคาเฟ่มา20ปี
ไปดูซิเขาเปิดเสรีกัญชา บ้านเมืองประชาชนเขาเป็นอย่างไร สภาพสังคมเลวลงหรือดีขึ้น

ประชาชนกลายเป็นฮิปปี้ เป็นบ้า เป็นโรคจิต ตีชิงวิ่งราว จี้ปล้นลักขโมย ฆ่ากันตาย ขับรถชนกันตาย อย่างที่เล่า ต่อกันมาจริงหรือเท็จ
ความสุขมวลรวม สุขภาพประชาชน เราสามารถเข้าไป ในสถานที่จริง ได้ข้อมูลจริง แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม
กับการแก้ปัญหายาเสพติดใน3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป...


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่