กระทู้นี้ไม่มีอะไรเจาะจงถึงใครเป็นพิเศษ พอดีตั้งใจคิดไว้ว่าจะตั้งกระทู้นึงหลังจากกลับถึงบ้าน
มันคิดอะไรออกพอดีระหว่างนั่งรถไฟฟ้ากลับถึงบ้าน แต่พอกลับมาเปิดอ่านกระทู้ต่างๆ ที่คนอื่นตั้งแล้ว
มีกระทู้นึงที่ทำให้เรานึกถึงอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมา และใกล้ตัวกับเรามากที่สุด สิ่งที่คิดไว้ระหว่างทางถูกกลบหายไปหมด
ด้วยกระทู้นี้
http://pantip.com/topic/30153539
ไม่ขอดราม่าวิพากษ์วิจารย์เรื่องความอ้วนของใครนะ แต่พอหลังจากที่อ่านกระทู้แล้วทีแรกพิมพ์ตอบไว้ในความคิดเห็น
แต่ไปๆมาๆ มันจะยาวมาก เลยตั้งใจจะตั้งกระทู้อยู่แล้ว ก็ขอเอามาเป็นเนื้อหากระทู้เลยดีกว่า
หลังจากที่อ่านกระทู้(จริงๆ อ่านแค่เนื้อความของเจ้าของกระทู้แค่นั้น)
ถ้าเอาคำตอบแบบโลกไม่สวย เราเข้าใจ คำว่า "อ้วน" มันอาจจะดูโหดร้ายในสังคมทั่วๆ ไป ใครที่มีคำว่า "อ้วน" ติดตัวจะเหมือน มีปมบางสิ่งที่ ผู้ชายส่วนใหญ่เลือกที่จะมองข้ามไปก่อน ขอย้ำว่าส่วนใหญ่ และไม่ใช่ทุกคน เพราะคนอ้วนก็มีหลากหลายคนที่น่ารัก และมีเสน่ห์
ผู้หญิงที่จัดอยู่ในกลุ่มของ
สาวอ้วน หลายๆ คนก็มักจะรู้สึกว่า ตัวเอง ไม่ใช่สเป้คของผู้ชายทั่วไป แต่จะทำยังไงในเมื่อชีวิตจริง มันไม่สามารถหามุมหลบได้ เพียงแค่เดินก้าวเท้าพ้นประตูออกจากบ้าน มันก็คือตัวตนจริงๆ ที่เราเป็น ตามสายตาแต่ละคนจะมองและตัดสิน
แต่ในโลกของอินเตอร์เน็ต ที่ไม่มีใครสามารถมองทะลุผ่านหน้าจอคอมออกมาได้ อีกทั้งยังมีกล้องที่สามารถเลือกถ่ายได้เฉพาะจุด ในส่วนที่เราพึงพอใจที่จะถ่ายมันออกมา มันก็เป็นการลบจุดด้อยของตัวเองที่แต่ละคนคิดว่า "อ้วน" มันไม่ดี เราจึงต้องถ่ายออกมาหรือทำยังไงก็ได้ให้คนอื่นคิดว่าเรา "ไม่อ้วน" อีกทั้งกลุ่มสาวๆบางคนที่ชอบบ่นว่าตัวเองอ้วนอย่างนั้นอ้วนอย่างนี้ ส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างไม่ชอบ และอยากจะเดินเข้าไปต่อว่าด้วยซ้ำหากเป็นคนสนิท เราจะเข้าไปพูดเลยว่า ถ้าเธอคิดว่าตัวเองอ้วน แล้วคนอื่นที่อ้วนกว่าเธอ คืออะไร? ต้องการคำชมจากคนอื่นหรอ ว่าเปล่าเลยไม่อ้วนสักหน่อย หุ่นดีแล้ว ผอมจะตาย ถ้าอยากได้คำชม มากๆ ขอให้บอก เราจะชมทุกวัน แล้วเลิกบ่นว่า อ้วนปลอมๆ สักที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคำว่า "อ้วน" มันไม่มีมาตรฐานตายตัวกำหนดออกมาเป็นตัวเลขว่า ใครมากกว่านี้คืออ้วน หรือใครน้อยกว่านี้คือผอม มันอยู่ที่ความพอดีของแต่ละคน ตามลักษณะทางกายภาพ
คนไม่เคยอ้วน อาจจะไม่เข้าใจคนอ้วนว่า "โกหกทำไมวะ?" หรือ "จะเฟคหลอกลวง ถ่ายรูปปิดบังทำไม?"
ซึ่งเราก็ไม่ใช่คนอ้วน แต่เราถูกผู้หญิงอ้วนหลอกมาตลอดในช่วงหลายๆ ปี
ถ้าถามว่าโกรธไหม ก็ไม่โกรธหรอก มันก็อยากจะโกรธ แต่ก็โกรธที่ตัวเราเองมากกว่า
ที่บางครั้งเราไม่กล้าถามน้ำหนักคนอื่นเอง ว่าหนักเท่าไหร่ คิดว่ามันเสียมารยาท ทั้งๆ ที่มันก็ดูเสียมารยาทจริงๆ เลยเลือกที่จะไม่ถามตรงๆ แต่ถามว่าอยากรู้ไหม ใครๆ ก็อยากรู้ ใครเป็นคนกำหนดว่า การถามน้ำหนักของผู้หญิง เป็นเรื่องเสียมารยาท? เราไม่รู้ เพียงเพราะว่า เรากลัวว่าคนที่ถูกเราถามจะไม่สบายใจในเรื่องของน้ำหนักเสียมากกว่า ถ้าในความรู้สึกตัวส่วนตัว คนที่ค่อนข้างบุคลิกดีหรือปานกลาง เราเชื่อว่า ไม่คิดอะไรและมั่นใจตอบเรื่องตัวเลขน้ำหนัก 90% แต่ถ้าคนที่เราถามด้วยกังวลเรื่องน้ำหนักตัวเอง หรือเชื่อว่าตัวเองถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ "สาวเริ่มที่จะอ้วน" หรือเข้าข่าย "สาวอ้วน" แล้วก็คงไม่ยินดีที่จะตอบ มันก็เลยกลายเป็นการเสียมารยาทกับเฉพาะบุคคลแทนเสียมากกว่า
อีกทั้งจะขอดูรูป ก็ไม่กล้าขอตรงๆ เพราะคิดว่า การขอดูรูปมันกลายเป็นการเปรียบเสมือนว่า เราเลือกคบคนที่ภายนอก หรือหน้าตา จึงปล่อยเก็บไว้เป็นความสงสัย ให้อีกฝ่ายสบายใจไปแทน หรือสร้างภาพให้ตัวเองดูดี
และหลายครั้งที่เราพยายามแกล้งถามเล่นๆ ตามจังหวะที่เหมาะสมควรจะถาม
ก็มักจะได้คำตอบออกแนวติดตลกว่า "เกือบร้อยเลย" ตอบมาด้วยเสียงหัวเราะตบท้าย เป็นการส่งเสียงว่าเอาเรื่องจริงมาพูดให้ตลก
แต่เป็นตัวเราเองเนี่ยแหล่ะ ที่ไม่ชัดเจน ไม่กล้าเคลียร์กับเขาเสียมากกว่า จนคิดไปเอง และรอลุ้นตื่นเต้นว่า "มันคงไม่อ้วนหรอกน่า"
และสุดท้ายพอได้รู้ความจริง ก็มีทั้งรู้ในเหตุการณ์เฉพาะหน้าเลยก็มี หรือบางทีก็แอบรู้ก่อนล่วงหน้า มันก็กลายเป็น เสียความรู้สึกที่เกิดมาจากจินตนาการของตัวเราเอง และความไม่ชัดเจนของอีกฝ่ายที่เราเลือกที่จะมอง
มีครั้งนึงที่เราเคยตกหลุมรัก ผู้หญิงคนนึงที่ดูลางเลือนไม่รู้ว่าเป็นแบบไหน ลักษณะอย่างไร เหมือนเป็นแค่เงาดำๆ สำหรับภาพในหัว
แต่ความรู้สึกดีๆ มันสามารถเกิดขึ้นได้จากคำพูด หรือการแสดงออกที่รับรู้สึกได้ โดยไม่ต้องอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
ยิ่งพอเวลาผ่านไปใครๆ ก็ต้องการ "ความเป็นจริง" ในโลกแห่งความจริง แต่วันนึงเมื่อทุกอย่างที่ผ่านมามันไม่ใช่ "เรื่องจริง"
มันเป็นแค่ ตัวละครตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา เพียงแค่ให้เราประทับใจ จนเกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมา และกลายเป็นละครน้ำเน่าเพ้อฝันชั่วคราว
มันก็แค่จบลง และเพราะอะไร?
เพราะเราปล่อยให้ความสงสัย มันตาบอด และหูหนวก ไม่มองและไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เพราะคิดว่า "เขาต้องเป็นในแบบที่เราคิด"
กับอีกทั้งคำถามงี่เง่าที่ชอบหยิบยกมาวัดลองใจกันว่า "ถ้าเค้าอ้วนยังจะรักจะชอบเค้าอยู่ไหม", หรือ "ถ้าเค้าตัวจริงไม่น่ารัก จะยังชอบเค้าอยู่เปล่า"
เราก็เป็นหนึ่งคนนั้นที่นิสัยเสีย ที่ตอบไปว่า เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน เพราะเราไม่ได้ชอบคนที่หน้าตา คือมาตรฐานความชอบหรือสเป้คผู้หญิงไม่ได้สูงว่าต้องสวย หรือน่ารักอะไร แค่ธรรมดาปกติในสายตาของคนทั่วไป ไม่ใช่ในสายตาของเรา
แต่การหลอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร" หรือ "ยังไงก็รัก" มันจะกลับมาทำร้ายตัวเราเอง เพราะมันคือการเริ่มต้นของการเปิดเผยความจริงว่าทั้งหมดที่ผ่านมามันคือ นิทานที่กุตั้งขึ้น และหลังจากความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดนั้นก็จบลงเพียงเสี้ยวนาที
"ผู้หญิงอ้วนไม่สามารถมีความรักได้หรอ?", "เราเกิดมาอ้วนแล้วผิดตรงไหน"
เป็นคำพูดที่ฟังแล้วเสียดไปถึงอก และรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเรากลายเป็นคนรังเกียจผู้หญิงอ้วน
และไม่ว่าครั้งนั้นจะผ่านไป เราก็ยังเจอเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำๆ หลายๆ ครั้งจาก ผู้หญิงอ้วน ที่เข้ามาแบบเดียวกัน และจบลงท้ายแบบเดียวกัน
เราแค่อยากบอกว่า
"ความรักต้องมาจากความจริงใจ ไม่ใช่การสร้างบทละคร อย่าซื้อเวลาและยื้อตัวเองให้อยู่นานขึ้นแค่วันพรุ่งนี้ และพรุ่งนี้ เพราะวันนึงมันก็ต้องจบลงด้วยการไม่มีวันพรุ่งนี้อยู่ดี"
"ความรักที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การเห็นแก่ตัว ปลอมแปลงตัวเองเพื่อให้คนอื่นประทับใจ หรือการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาที่ไม่ใช่ตัวเรา"
และเลิกตอบว่า สูง 167 หนัก 54 บวกลบใกล้เคียง เพียงเพราะคิดว่าเป็นมาตรฐานสาวไทยที่ผู้ชายทุกคนต้องชอบ
บอกตามตรงในแบบที่เราเป็น แม้ว่าเราจะไม่สวย หรือไม่ใช่คนหุ่นดี แต่เราเป็นคนจริงใจและกล้ายอมรับในสิ่งที่เราเป็น
เราว่าแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับ "ความรัก" แล้วนะ : )
ถ้าให้เลือก "คนอ้วน" กับ "คนโกหก" เราเลือกที่จะรักคนแรกมากกว่า
และผู้หญิงที่ไม่เข้าข่ายคำว่า "อ้วน" เราอยากให้หยุดมองตัวเองจากหน้ากระจกสักพัก และกวาดสายตาหันไปมองคนรอบๆ ดูบ้างว่า
"อ้วนจริง" กับ "อ้วนปลอม" มันต่างกันนะ ^^
แค่อยากพูดถึงผู้หญิงที่ "อ้วนจริง" กับ "อ้วนปลอม"
มันคิดอะไรออกพอดีระหว่างนั่งรถไฟฟ้ากลับถึงบ้าน แต่พอกลับมาเปิดอ่านกระทู้ต่างๆ ที่คนอื่นตั้งแล้ว
มีกระทู้นึงที่ทำให้เรานึกถึงอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมา และใกล้ตัวกับเรามากที่สุด สิ่งที่คิดไว้ระหว่างทางถูกกลบหายไปหมด
ด้วยกระทู้นี้ http://pantip.com/topic/30153539
ไม่ขอดราม่าวิพากษ์วิจารย์เรื่องความอ้วนของใครนะ แต่พอหลังจากที่อ่านกระทู้แล้วทีแรกพิมพ์ตอบไว้ในความคิดเห็น
แต่ไปๆมาๆ มันจะยาวมาก เลยตั้งใจจะตั้งกระทู้อยู่แล้ว ก็ขอเอามาเป็นเนื้อหากระทู้เลยดีกว่า
หลังจากที่อ่านกระทู้(จริงๆ อ่านแค่เนื้อความของเจ้าของกระทู้แค่นั้น)
ถ้าเอาคำตอบแบบโลกไม่สวย เราเข้าใจ คำว่า "อ้วน" มันอาจจะดูโหดร้ายในสังคมทั่วๆ ไป ใครที่มีคำว่า "อ้วน" ติดตัวจะเหมือน มีปมบางสิ่งที่ ผู้ชายส่วนใหญ่เลือกที่จะมองข้ามไปก่อน ขอย้ำว่าส่วนใหญ่ และไม่ใช่ทุกคน เพราะคนอ้วนก็มีหลากหลายคนที่น่ารัก และมีเสน่ห์
ผู้หญิงที่จัดอยู่ในกลุ่มของ สาวอ้วน หลายๆ คนก็มักจะรู้สึกว่า ตัวเอง ไม่ใช่สเป้คของผู้ชายทั่วไป แต่จะทำยังไงในเมื่อชีวิตจริง มันไม่สามารถหามุมหลบได้ เพียงแค่เดินก้าวเท้าพ้นประตูออกจากบ้าน มันก็คือตัวตนจริงๆ ที่เราเป็น ตามสายตาแต่ละคนจะมองและตัดสิน
แต่ในโลกของอินเตอร์เน็ต ที่ไม่มีใครสามารถมองทะลุผ่านหน้าจอคอมออกมาได้ อีกทั้งยังมีกล้องที่สามารถเลือกถ่ายได้เฉพาะจุด ในส่วนที่เราพึงพอใจที่จะถ่ายมันออกมา มันก็เป็นการลบจุดด้อยของตัวเองที่แต่ละคนคิดว่า "อ้วน" มันไม่ดี เราจึงต้องถ่ายออกมาหรือทำยังไงก็ได้ให้คนอื่นคิดว่าเรา "ไม่อ้วน" อีกทั้งกลุ่มสาวๆบางคนที่ชอบบ่นว่าตัวเองอ้วนอย่างนั้นอ้วนอย่างนี้ ส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างไม่ชอบ และอยากจะเดินเข้าไปต่อว่าด้วยซ้ำหากเป็นคนสนิท เราจะเข้าไปพูดเลยว่า ถ้าเธอคิดว่าตัวเองอ้วน แล้วคนอื่นที่อ้วนกว่าเธอ คืออะไร? ต้องการคำชมจากคนอื่นหรอ ว่าเปล่าเลยไม่อ้วนสักหน่อย หุ่นดีแล้ว ผอมจะตาย ถ้าอยากได้คำชม มากๆ ขอให้บอก เราจะชมทุกวัน แล้วเลิกบ่นว่า อ้วนปลอมๆ สักที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคำว่า "อ้วน" มันไม่มีมาตรฐานตายตัวกำหนดออกมาเป็นตัวเลขว่า ใครมากกว่านี้คืออ้วน หรือใครน้อยกว่านี้คือผอม มันอยู่ที่ความพอดีของแต่ละคน ตามลักษณะทางกายภาพ
คนไม่เคยอ้วน อาจจะไม่เข้าใจคนอ้วนว่า "โกหกทำไมวะ?" หรือ "จะเฟคหลอกลวง ถ่ายรูปปิดบังทำไม?"
ซึ่งเราก็ไม่ใช่คนอ้วน แต่เราถูกผู้หญิงอ้วนหลอกมาตลอดในช่วงหลายๆ ปี
ถ้าถามว่าโกรธไหม ก็ไม่โกรธหรอก มันก็อยากจะโกรธ แต่ก็โกรธที่ตัวเราเองมากกว่า
ที่บางครั้งเราไม่กล้าถามน้ำหนักคนอื่นเอง ว่าหนักเท่าไหร่ คิดว่ามันเสียมารยาท ทั้งๆ ที่มันก็ดูเสียมารยาทจริงๆ เลยเลือกที่จะไม่ถามตรงๆ แต่ถามว่าอยากรู้ไหม ใครๆ ก็อยากรู้ ใครเป็นคนกำหนดว่า การถามน้ำหนักของผู้หญิง เป็นเรื่องเสียมารยาท? เราไม่รู้ เพียงเพราะว่า เรากลัวว่าคนที่ถูกเราถามจะไม่สบายใจในเรื่องของน้ำหนักเสียมากกว่า ถ้าในความรู้สึกตัวส่วนตัว คนที่ค่อนข้างบุคลิกดีหรือปานกลาง เราเชื่อว่า ไม่คิดอะไรและมั่นใจตอบเรื่องตัวเลขน้ำหนัก 90% แต่ถ้าคนที่เราถามด้วยกังวลเรื่องน้ำหนักตัวเอง หรือเชื่อว่าตัวเองถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ "สาวเริ่มที่จะอ้วน" หรือเข้าข่าย "สาวอ้วน" แล้วก็คงไม่ยินดีที่จะตอบ มันก็เลยกลายเป็นการเสียมารยาทกับเฉพาะบุคคลแทนเสียมากกว่า
อีกทั้งจะขอดูรูป ก็ไม่กล้าขอตรงๆ เพราะคิดว่า การขอดูรูปมันกลายเป็นการเปรียบเสมือนว่า เราเลือกคบคนที่ภายนอก หรือหน้าตา จึงปล่อยเก็บไว้เป็นความสงสัย ให้อีกฝ่ายสบายใจไปแทน หรือสร้างภาพให้ตัวเองดูดี
และหลายครั้งที่เราพยายามแกล้งถามเล่นๆ ตามจังหวะที่เหมาะสมควรจะถาม
ก็มักจะได้คำตอบออกแนวติดตลกว่า "เกือบร้อยเลย" ตอบมาด้วยเสียงหัวเราะตบท้าย เป็นการส่งเสียงว่าเอาเรื่องจริงมาพูดให้ตลก
แต่เป็นตัวเราเองเนี่ยแหล่ะ ที่ไม่ชัดเจน ไม่กล้าเคลียร์กับเขาเสียมากกว่า จนคิดไปเอง และรอลุ้นตื่นเต้นว่า "มันคงไม่อ้วนหรอกน่า"
และสุดท้ายพอได้รู้ความจริง ก็มีทั้งรู้ในเหตุการณ์เฉพาะหน้าเลยก็มี หรือบางทีก็แอบรู้ก่อนล่วงหน้า มันก็กลายเป็น เสียความรู้สึกที่เกิดมาจากจินตนาการของตัวเราเอง และความไม่ชัดเจนของอีกฝ่ายที่เราเลือกที่จะมอง
มีครั้งนึงที่เราเคยตกหลุมรัก ผู้หญิงคนนึงที่ดูลางเลือนไม่รู้ว่าเป็นแบบไหน ลักษณะอย่างไร เหมือนเป็นแค่เงาดำๆ สำหรับภาพในหัว
แต่ความรู้สึกดีๆ มันสามารถเกิดขึ้นได้จากคำพูด หรือการแสดงออกที่รับรู้สึกได้ โดยไม่ต้องอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
ยิ่งพอเวลาผ่านไปใครๆ ก็ต้องการ "ความเป็นจริง" ในโลกแห่งความจริง แต่วันนึงเมื่อทุกอย่างที่ผ่านมามันไม่ใช่ "เรื่องจริง"
มันเป็นแค่ ตัวละครตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา เพียงแค่ให้เราประทับใจ จนเกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมา และกลายเป็นละครน้ำเน่าเพ้อฝันชั่วคราว
มันก็แค่จบลง และเพราะอะไร?
เพราะเราปล่อยให้ความสงสัย มันตาบอด และหูหนวก ไม่มองและไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เพราะคิดว่า "เขาต้องเป็นในแบบที่เราคิด"
กับอีกทั้งคำถามงี่เง่าที่ชอบหยิบยกมาวัดลองใจกันว่า "ถ้าเค้าอ้วนยังจะรักจะชอบเค้าอยู่ไหม", หรือ "ถ้าเค้าตัวจริงไม่น่ารัก จะยังชอบเค้าอยู่เปล่า"
เราก็เป็นหนึ่งคนนั้นที่นิสัยเสีย ที่ตอบไปว่า เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน เพราะเราไม่ได้ชอบคนที่หน้าตา คือมาตรฐานความชอบหรือสเป้คผู้หญิงไม่ได้สูงว่าต้องสวย หรือน่ารักอะไร แค่ธรรมดาปกติในสายตาของคนทั่วไป ไม่ใช่ในสายตาของเรา
แต่การหลอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร" หรือ "ยังไงก็รัก" มันจะกลับมาทำร้ายตัวเราเอง เพราะมันคือการเริ่มต้นของการเปิดเผยความจริงว่าทั้งหมดที่ผ่านมามันคือ นิทานที่กุตั้งขึ้น และหลังจากความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดนั้นก็จบลงเพียงเสี้ยวนาที
"ผู้หญิงอ้วนไม่สามารถมีความรักได้หรอ?", "เราเกิดมาอ้วนแล้วผิดตรงไหน"
เป็นคำพูดที่ฟังแล้วเสียดไปถึงอก และรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเรากลายเป็นคนรังเกียจผู้หญิงอ้วน
และไม่ว่าครั้งนั้นจะผ่านไป เราก็ยังเจอเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำๆ หลายๆ ครั้งจาก ผู้หญิงอ้วน ที่เข้ามาแบบเดียวกัน และจบลงท้ายแบบเดียวกัน
เราแค่อยากบอกว่า
"ความรักต้องมาจากความจริงใจ ไม่ใช่การสร้างบทละคร อย่าซื้อเวลาและยื้อตัวเองให้อยู่นานขึ้นแค่วันพรุ่งนี้ และพรุ่งนี้ เพราะวันนึงมันก็ต้องจบลงด้วยการไม่มีวันพรุ่งนี้อยู่ดี"
"ความรักที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การเห็นแก่ตัว ปลอมแปลงตัวเองเพื่อให้คนอื่นประทับใจ หรือการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาที่ไม่ใช่ตัวเรา"
และเลิกตอบว่า สูง 167 หนัก 54 บวกลบใกล้เคียง เพียงเพราะคิดว่าเป็นมาตรฐานสาวไทยที่ผู้ชายทุกคนต้องชอบ
บอกตามตรงในแบบที่เราเป็น แม้ว่าเราจะไม่สวย หรือไม่ใช่คนหุ่นดี แต่เราเป็นคนจริงใจและกล้ายอมรับในสิ่งที่เราเป็น
เราว่าแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับ "ความรัก" แล้วนะ : )
ถ้าให้เลือก "คนอ้วน" กับ "คนโกหก" เราเลือกที่จะรักคนแรกมากกว่า
และผู้หญิงที่ไม่เข้าข่ายคำว่า "อ้วน" เราอยากให้หยุดมองตัวเองจากหน้ากระจกสักพัก และกวาดสายตาหันไปมองคนรอบๆ ดูบ้างว่า
"อ้วนจริง" กับ "อ้วนปลอม" มันต่างกันนะ ^^