D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น รถยนต์ ISUZU Commonrail by Yai6000

D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น รถยนต์ ISUZU Commonrail by Yai6000

    กลับมาอีกครั้งในการ D.I.Y. เปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น รถยนต์ Isuzu เวอร์ชั่นจัดเต็ม ในครั้งนี้จะพยายาม
ใส่รายละเอียดทุกอย่างที่ เท่าที่ทำได้ เพื่อให้ใครก็ตามที่อยากจะเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นเองได้ จะได้สามารถ
ดูแลรถที่ตัวเองรักได้อย่างที่ต้องการ อะไรก็ตามที่เราสามารถทำเองได้ แล้วคุมคุณภาพได้ด้วย คือแนวทางใน
การทำ D.I.Y. ในครั้งนี้นะครับ

     ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ตามการเช็คระยะในสมุดคู่มือ ระบุต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น
ทุกๆ 40,000 Km. หรือมีน้าๆ บางท่านเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 20,000 Km. ซะด้วยซ้ำ อันนี้ตามความเหมาะสมของ
แต่ละบุคคล ในการเลือกใช้น้ำยาหล่อเย็น ควรเลือกที่มีคุณภาพสักหน่อย ประเภทขวดเดียวราคา 100 บาท
ผสมได้ทั้งหม้อ ไม่แนะนำให้ใช้ อันนั้นเป็นน้ำผสมสี ใช้แล้วสนิมแหรกแน่นอน

หมายเหตุ : รถยนต์แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ระยะเวลา หรือระยะทางในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นจะไม่เท่ากัน
โปรดทำการศึกษาข้อมูล และรายละเอียด จากคู่มือประจำรถยนต์ของท่านกันอีกครั้ง

1. ทำการจัดหาสิ่งของที่ใช้ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นกัน ใช้น้ำยาหล่อเย็นจำนวน 3 ลิตร กับน้ำดื่ม 1 ขวด
ใช้ไม่เกิน 6 ลิตร หรือจะเตรียมเผื่อเอาไว้สักหน่อยก็ได้ จากรูป เป็นน้ำยาหล่อเย็นขนาดแกลลอน 3 ลิตร


2. ฉลากที่ด้านข้างแกลลอน แสดงถึงคุณสมบัติ และข้อแนะนำในการใช้น้ำยาหล่อเย็น ผสมกับน้ำดื่ม
ตามอัตราส่วนที่กำหนด ซึ่งในการเปลี่ยนถ่ายในครั้งนี้ จะใช้น้ำยาหล่อเย็นจำนวน 3 ลิตร ราคาต่อ
แกลลอนแบบ 3 ลิตร ประมาณ 450-500 บาท


3. ในบางพื้นที่ ที่อาจจะไม่มีขนาดบรรจุแกลลอนแบบ 3 ลิตร จำหน่าย ลองไปตามหาขนาดบรรจุแบบขวด 1 ลิตร
ดูนะครับ ยังใช้น้ำยาหล่อเย็นจำนวน 3 ลิตร เหมือนเดิม ราคาต่อขวดหนึ่งลิตรประมาณ 160-200 บาท


4. มาดูข้อสงสัยนี่กัน รถยนต์ขับมาจอด เครื่องยังร้อนอยู่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นได้ไหม ?
สามารถทำได้แน่นอน ถ้ารู้วิธี ตามมาดูกันเลย


5. ทำการเปิดฝากระโปรงหน้ารถกันเลย กรณีที่รถใช้งานมาพอสมควรแล้ว ก็ทำการตรวจเช็ค ท่อยางทางเดิน
ของน้ำยาหล่อเย็นไปด้วยเลย หากพบว่าชำรุด หรือใกล้จะชำรุดแล้ว จะได้จัดเตรียมอะไหล่ที่จะใช้ในการ
เปลี่ยนซะเลย หาซื้อได้ที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน ราคาไม่แพงอย่างที่คิด


6. เนื่องจากจะทำการหมุนน็อตหางปลาที่ด้านล่างของหม้อน้ำออกมา แต่ว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่ก็เลยต้องทำการ
เอาสิ่งที่กีดขวางทางของเราออกไป กรณีที่เป็นรถรุ่นอื่นอาจจะไม่ต้องเอาออกก็ได้นะครับ


7. เมื่อทำการยกฝาหม้อกรองอากาศออกไปแล้ว ให้หาถุงมือผ้ามาคลุมปากท่อยางเทอร์โบเอาไว้ ป้องกันสิ่ง
ที่ไม่พึงประสงค์กระเด็นลงไปด้านใน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากได้ ปลอดภัยไว้ก่อน


8. ทำการล้วงลงไปด้านล่าง เพื่อที่จะหมุนหางปลาถ่ายน้ำหม้อน้ำออกมา ถ้าทำงานตอนที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่
ก็หาวิธีการป้องความร้อน จากการที่จะต้องถูกลวกผิวหนังเอาไว้ด้วยนะครับ จากรูปจะเห็นว่าทำการล้วงลงไป
สุดแขน ถ้าหางปลาถ่ายน้ำหมุนออกมาได้โดยง่ายก็ใช้เวลาไม่นาน ถ้าลองแล้วยังไม่เป็นผล ก็คงต้องใช้วิธี
เปิดกันแคร้งด้านล่าง แล้วหมุนหางปลาถ่ายน้ำยาหล่อเย็นออกมา
แน่น

จากรูปด้านล่าง นี่คือปลั๊กหางปลาถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ต้องทำการถอดกันแคร้งด้านล่างออกมา
ถึงจะมองเห็น ซึ่งถ้าคันไหนหมุนอัดมาแน่นมาก ก็ต้องเสียเวลามุดด้านล่าง เผื่อที่จะทำการ
เอาปลั๊กหางปลาออกมาให้ได้


9. หลังจากที่หมุนหางปลาถ่ายน้ำออกมาแล้ว ค่อยมาเปิดฝาวาล์วน้ำออก เพื่อที่จะทำการถ่ายน้ำยาหม้อน้ำ
ออกมา จากรูป เป็นคำเตือนว่า " อย่าเปิดฝานี้ขณะเครื่องร้อน " เป็นจริงตามคำเตือน ถ้าใครเปิดฝาหม้อน้ำนี้
ออกมาก่อน ขณะที่เครื่องยนต์ร้อน ได้โดยน้ำร้อนพุ่งทะลักออกมาทำอันตรายแน่นอน


10. ทำการถ่ายน้ำยาหม้อน้ำออกมาแล้ว ส่วนใครจะใช้วิธีเปิดกันแคร้งที่ด้านล่างออกมาก่อน แล้วค่อยทำการ
หมุนหางปลาถ่ายน้ำออกมา ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคล


11. ใช้ประแจบล็อค พร้อมลูกบล็อคหกเหลี่ยม เบอร์ 10 ทำการหมุนน็อตที่ล็อคถังพักน้ำสำรองออกมา
เพื่อที่จะทำการถอดออกมาล้าง และทำความสะอาด


12. สีของน้ำยาหล่อเย็นของเก่า ที่ทำการเทออกมาจากถังพักน้ำสำรอง จากรูป พบว่าสภาพยังพอใช้ได้
แต่ว่าไม่ถูกใจเจ้าของรถ ก็เลยเปลี่ยนซะเลย ส่วนของรถใครที่ดำมากๆ หรือเป็นสีสนิมแล้ว แนะนำให้รีบเปลี่ยน
ออกในทันที่ เพราะว่าประสิทธิของน้ำยาหล่อเย็นในระบบอยู่ในเกณฑ์ที่แย่แว้ว..... นานไปสนิมจะมาถามหา


หากว่าน้ำยาหล่อเย็นมีสภาพ และสี ดังเช่นข้างล่างนี้แล้ว ก็อย่ารีรอกันอีกเลย ควรรีบดำเนินการ
เปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นของใหม่ในทันที เพื่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีขึ้น นั่นเอง




13. จับมาลงอ่าง ล้างทำความสะอาดซักหน่อย ขัดคราบฝุ่นออก จะได้ขาวๆ
บางคันเจอว่ามีตะกอนในหม้อพักน้ำด้วย จะได้เอาออกมาก็ตอนนี้แหละ


14. จากรูป เมื่อล้างเสร็จแล้ว พบว่าดูดีขึ้นเยอะ ไม่ได้ทำกันบ่อย จัดหนักกันไปเลย
ถ้าสามารถทำการถอดล้างได้ แนะนำให้ทำการถอดล้างทุกครั้ง ดีต่อรถยนต์ของท่านแน่นอน
บางครั้งให้คนอื่นทำให้มันยาก ทำเองนี่แหละสบายใจดี ขัดล้างกันให้ขาวไปเลย


15. ส่วนบริเวณข้างเคียง ที่เราได้ทำการรื้อออกมา อันไหนที่เราสามารถทำความสะอาดได้
ก็จัดการได้เลย อย่างเศษใบไม้ที่อยู่ภายในหม้อกรองอากาศ ดังรูป


16. ทำการติดตั้งถังพักน้ำสำรอง กลับคืนที่เดิม โดยหมุนน็อตเบอร์ 10 เข้าที่เดิม และต่อสายเข้าอย่างเดิม


17. ฝาปิดถังพักน้ำสำรอง พร้อมลูกยางใต้ฝา ราคาอันละ 10 บาท หาซื้อได้ที่ศูนย์บริการได้เลย


18. สภาพภายในหม้อน้ำ เท่าที่พอจะถ่ายรูปให้เห็นได้ ขนาดว่าเปลี่ยนถ่ายตามระยะเลยน่ะเนี่ย ก็พอมีคราบ
สนิมบ้าง ของใครที่ไม่ค่อยได้ทำการเปลี่ยนถ่ายเลย สงสัยจะหนักกว่านี้


19. ทำการใส่ปลั๊กหางปลาถ่ายน้ำกลับคืนที่เดิม และทำการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ กลับคืนที่ จากนั้นทำการใส่
น้ำยาหล่อเย็น จำนวน 0.5 ลิตร ลงในถังพักน้ำสำรอง แล้วที่เหลือ 2.5 ลิตร ลงไปนหม้อน้ำรถยนต์ ดังรูป


20. ใช้น้ำดื่มเท่านั้น ทำการเติมน้ำลงไปในระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ โดยที่ถังพักน้ำสำรอง ทำการเติมน้ำ
ให้ถึงระดับบนสุด (Max) โดยดูจากที่ข้างกระป๋อง แล้วที่หม้อน้ำรถยนต์ทำการเติมน้ำดืมลงไปให้เต็มหม้อน้ำ

มาถึงขั้นตอนนี้ ถ้าใครคิดว่า ปิดฝาหม้อน้ำก็เสร็จแล้ว ถ้านำรถออกไปใช้งานตอนนี้ เครื่อง Heat แน่นอน
ต้องทำการติดเครื่องยนต์ ไล่อากาศในระบบหล่อเย็น แล้วทยอยเติมน้ำลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็ม ถึงจะสมบูรณ์
ทุกครั้งที่ทำการถ่ายน้ำหล่อเย็น ต้องทำการติดเครื่องไล่อากาศในระบบหล่อเย็นทุกครั้ง




21. ขั้นตอนการติดเครื่องยนต์ ไล่อากาศออกจากระบบหล่อเย็น หลักการก็คือ เราต้องทำให้น้ำยาหล่อเย็นใน
ระบบมีความร้อนสูงขึ้น จนทำให้วาล์วน้ำยกตัวเอง ทำให้น้ำยาหล่อในระบบหมุนเวียนไปถ่ายเทความร้อนที่
หม้อน้ำ โดยอากาศจะดันออกมาทางฝาหม้อน้ำ เมื่อถึงตอนนั้นแล้วเราก็ทยอยเติมน้ำลงไปจนเต็มระบบเป็น
อันเรียบร้อย

ขั้นตอนที่ 1 ทำการติดเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา เปิดแอร์ และพัดลมแรงสุด


ขั้นตอนที่ 2 ทำการเร่งรอบเครื่องยนต์ไปที่ประมาณ 2,000 รอบต่อนาที เร่งค้าง และคงที่เอาไว้ที่ตรงนี้


ขั้นตอนที่ 3 สังเกตที่เกจวัดความร้อน ต้องขึ้นมาอยู่ที่ขีดตรงกลางเหมือนตอนที่ความร้อนปกติ


22. จากนั้นปล่อยเครื่องที่รอบเดินเบาไปเรื่อย แล้วมาทำการตรวจสอบและเติมน้ำที่หม้อน้ำกัน จากรูปถ้าท่อยาง
ด้านบนร้อนขึ้นมาก แสดงว่าวาล์วน้ำยกแล้ว วิธีการคือ ใช้มือสัมผัสก็จะรู้ได้เองว่ามันร้อนขึ้นจริงๆ หรืออีกวิธีนึง
ก็คือ ถ้ามีไอน้ำร้อนระเหยออกมาที่ฝาหม้อน้ำ แสดงว่าน้ำหล่อเย็นไหลมาที่หม้อน้ำแล้ว เราก็ทำการเติมน้ำดื่ม
ลงไปเรื่อยๆ ที่ฝาหม้อน้ำ จนกระทั่งไม่มีฟองอากาศพุ่งสวนออกมาแล้ว ทำการปิดฝาหม้อน้ำเป็นอันเรียบร้อย

จากวิธีการนี้พบว่า เมื่อวาล์วน้ำเปิดแล้วสามารถเติมน้ำเข้าไปอีกได้เป็นลิตร จึงเป็นที่มาว่าถ้าไม่ไล่อากาศใน
ระบบหล่อเย็น น้ำในระบบไม่พอเนื่องจากมีอากาศไปแทนที่ เครื่องก็เลย Heat นั่นเอง

ข้อควรระวัง : เปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ต้องทำการติดเครื่องยนต์ไล่ลมในระบบทุกครั้ง



23. อันนี้เป็นการทดลองเล่นๆ ถ่ายมาให้ดูกัน จากรูป นี้คือน้ำยาหล่อเย็นจำนวน 1 ลิตร


24. ถ้านำน้ำยาหล่อเย็นทำการผสมกับน้ำดื่มในอัตราส่วน 1:1 ก็จะได้สีที่ออกมา ดังรูป


25. สาเหตุที่มีการใช้น้ำยาหล่อเย็น จำนวน 3 ลิตร ผสมกับน้ำดื่มเติมเข้าไปในระบบ ส่วนนึงก็มาจาก
การคำนวณอันนี้ด้วยครับ แล้วก็มีเหตุผลอื่นๆ ประกอบด้วย ซึ่งต้องไปตามหาอ่านกันเองแล้วล่ะครับ

อัตราส่วนของน้ำยาหล่อเย็น = ( 3/8.7 ) x 100% = 34.5 %
( ปริมาณน้ำยาหล่อเย็นที่เติม / ปริมาณของน้ำยาหล่อเย็นที่ผสมแล้วทั้งระบบ) x 100%

โปรดศึกษาจากคู่มือรถของท่านกันอีกครั้ง เนื่องจากแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็แตกต่างกันไป
รถยนต์บางยี่ห้อ ก็ไม่ต้องมาผสม ซื้อมาใช้ได้เลย ตามแต่ละยี่ห้อรถยนต์นั้นระบุเอาไว้

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่