
เกริ่นนำ จากผู้เผยแพร่บทความครับ
วันนี้มาที่จังหวัดหนองคายอีกครั้งหนึ่งครับ หลังจากบทความเมื่อคราวที่แล้วเกี่ยวกับหลวงพ่อพระใส วัดดพธิ์ชัย ตามลิ้งก์เดิม
http://www.oknation.net/blog/thaitourismsociety/2013/01/21/entry-1
แต่วันนี้จะเป็นบทความเรื่อง กลุ่ม กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย ซึ่งเป็นชมรมจักรยานกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมรักษ์โลก เชิญชวนกันมาปั่นจักรยาน และกลุ่มนี้ยังรณรงค์ส่งเสริมอัตตลักษณ์ การแต่งกายโดยการใช้ผ้าพื้นเมือง ซึ่งผมเห็นว่านับเป็นเรื่องดีอย่างมากมาย ที่คนรุ่นใหม่ มีวิธีคิดในการอนุรักษ์อัตตลักษณ์ท้องถิ่นตัวเอง อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่วิสัยทัศน์ก็ไม่เลวทีเดียว หวังว่าคนหนองคาย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน น่าจะเล็งเห็นถึงการส่งเสริมในแนวนี้กันครับ เพราะเป็นผลดีกับชุมชน กับจังหวัด และกับประเทศชาติโดยตรง การรณรงค์ง่ายๆ ก็คือการใช้ Social Media นี่แหละครับ “บอกต่อ Share ต่อยอด” กันครับ และมีกิจกรรมรักษ์โลกกันอย่างต่อเนื่อง “กระแสจักรยาน เป็นกระแสของโลกครับ เพราะจักรยาน สร้างเมืองที่น่าอยู่ได้จริงอย่างแน่นอนครับ”
หนองคาย เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่น่าไปเยือนอย่างมากมาย ฝั่งตรงข้ามคนละฝั่งแม่น้ำโขง ก็คือประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านเรานั่นเอง มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าติดตามในหลายเรื่องราว เป็นเมืองน่าอยู่ เมืองคนอัธยาศัยดี มีภูมิประเทศที่เยี่ยมยอด เพราะขนาบไปกับแม้น้ำโขงนับหลายร้อยกิโลเมตร
ถ้าหนองคายมีการพัฒนา ในเชิงอนุรักษ์ เชิงท่องเที่ยว ชุมชน น่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้คนท้องถิ่นได้อย่างมหาศาล เพราะโลเกชั่น ทัศนียภาพที่ได้เปรียบ คือริมโขง ถ้าสามารถ หรือเป็นไปได้ ทำเลนจักรยาน (Bike Lane) เลียบแม่น้ำโขง ซี่งถ้าใช้ท่าเสด็จ เป็นจุดศูนย์กลาง ในการปั่นริมโขง บรรยากาศมันคงเยี่ยมยอดทีเดียว
กอรปกับ ถนนริมโขง สามารถเชื่อมโยงกับริมโขง จ.เลย เชื่อมไปถึงเชียงคาน ได้อีกต่างหาก
อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ในความเห็นส่วนบุคคลของผู้เผยแพร่บทความ เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองของจังหวัดหนองคาย มันก็ต้องเริ่มจากคนหนองคาย เป็นหลัก ครับ ถ้าผู้บริหารเมือง มองไม่เห็น ก็นับเป็นเรื่องเสียโอกาสต่างๆ ครับ ในขณะที่ผู้บริหารเมือง จ.อุดร ขอนแก่น โคราช เค้าขยับตัวกันไปไกลแล้ว เพื่อต้อนรับ AEC ที่จะไร้พรมแดนกันแล้ว ส่วนหนองคาย มี “ของดี” มากมาย ถ้านำออกมาใช้ มีแต่ได้ครับ เพราะ สถานที่ท่องเที่ยว มันแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแต่ควรทำแบบอนุรักษ์ กันครับ อย่าส่งเสริมท่องเที่ยวแบบทำลายสถานที่ แบบไร้ทิศทาง
เข้าบทความครับ เกริ่นยาวไปหน่อยครับ
เครดิต ภาพและเนื้อหา จากคุณชัยนิติ ศรีหาบุตร ขอขอบพระคุณที่อนุเคราะห์ภาพและเนื้อหา มา ณ ที่นี้ครับ
เนื้อหา....
Copy// กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย ก่อตั้งจากบุลคล 3 คน คือ
1.นางพัชรี ตักโพธิ์ (อ๋อย)
2. ประเสริฐศักดิ์ ไชยสุริยา (อ๊อด)
3.นายชัยนิติ ศรีหาบุตร (โต้ง)
จากความรัก รักในความเป็นเมืองหนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก เมืองที่มีเสน่ห์ อัธยาศัยดี อากาศ ภูมิศาสตร์อยู่ติดลำน้ำโขง วิถีดั้งเดิม อารยะธรรมเก่าแก่ นับวันคนจะเริ่มลืมเลือน
จึงคิดหาวิธีจะปลูกจิตสำนึกรักหนองคายด้วย “จักรยาน” ยานพาหนะที่มีเสน่ห์ในตัวมัน ขี่แล้วปั่น ๆ ด้วยแรงของตน ไม่ต้องพึ่งพา พลังงานจากน้ำมัน ที่เรียกว่ารถยนต์ มอเตอร์ไซต์ โลกสะอาด
เที่ยวเมืองหนองคาย ด้วยจักรยาน ใน 1 วัน จึงเป็นโครงการที่ได้ทั้งการโปรโมทเมืองหนองคาย ได้ทั้งด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจมาก โครงการค้นหาวันวาน ด้วยการปั่นจักรยาน ของกลุ่ม กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย จึงได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชน
กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย ปั่นจักรยานเมืองน่าอยู่ ท่องเที่ยวชุมชน รณรงค์ส่งเสริมแต่งกายผ้าพื้นเมือง
เกริ่นนำ จากผู้เผยแพร่บทความครับ
วันนี้มาที่จังหวัดหนองคายอีกครั้งหนึ่งครับ หลังจากบทความเมื่อคราวที่แล้วเกี่ยวกับหลวงพ่อพระใส วัดดพธิ์ชัย ตามลิ้งก์เดิม http://www.oknation.net/blog/thaitourismsociety/2013/01/21/entry-1
แต่วันนี้จะเป็นบทความเรื่อง กลุ่ม กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย ซึ่งเป็นชมรมจักรยานกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมรักษ์โลก เชิญชวนกันมาปั่นจักรยาน และกลุ่มนี้ยังรณรงค์ส่งเสริมอัตตลักษณ์ การแต่งกายโดยการใช้ผ้าพื้นเมือง ซึ่งผมเห็นว่านับเป็นเรื่องดีอย่างมากมาย ที่คนรุ่นใหม่ มีวิธีคิดในการอนุรักษ์อัตตลักษณ์ท้องถิ่นตัวเอง อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่วิสัยทัศน์ก็ไม่เลวทีเดียว หวังว่าคนหนองคาย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน น่าจะเล็งเห็นถึงการส่งเสริมในแนวนี้กันครับ เพราะเป็นผลดีกับชุมชน กับจังหวัด และกับประเทศชาติโดยตรง การรณรงค์ง่ายๆ ก็คือการใช้ Social Media นี่แหละครับ “บอกต่อ Share ต่อยอด” กันครับ และมีกิจกรรมรักษ์โลกกันอย่างต่อเนื่อง “กระแสจักรยาน เป็นกระแสของโลกครับ เพราะจักรยาน สร้างเมืองที่น่าอยู่ได้จริงอย่างแน่นอนครับ”
หนองคาย เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่น่าไปเยือนอย่างมากมาย ฝั่งตรงข้ามคนละฝั่งแม่น้ำโขง ก็คือประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านเรานั่นเอง มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าติดตามในหลายเรื่องราว เป็นเมืองน่าอยู่ เมืองคนอัธยาศัยดี มีภูมิประเทศที่เยี่ยมยอด เพราะขนาบไปกับแม้น้ำโขงนับหลายร้อยกิโลเมตร
ถ้าหนองคายมีการพัฒนา ในเชิงอนุรักษ์ เชิงท่องเที่ยว ชุมชน น่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้คนท้องถิ่นได้อย่างมหาศาล เพราะโลเกชั่น ทัศนียภาพที่ได้เปรียบ คือริมโขง ถ้าสามารถ หรือเป็นไปได้ ทำเลนจักรยาน (Bike Lane) เลียบแม่น้ำโขง ซี่งถ้าใช้ท่าเสด็จ เป็นจุดศูนย์กลาง ในการปั่นริมโขง บรรยากาศมันคงเยี่ยมยอดทีเดียว
กอรปกับ ถนนริมโขง สามารถเชื่อมโยงกับริมโขง จ.เลย เชื่อมไปถึงเชียงคาน ได้อีกต่างหาก
อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ในความเห็นส่วนบุคคลของผู้เผยแพร่บทความ เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองของจังหวัดหนองคาย มันก็ต้องเริ่มจากคนหนองคาย เป็นหลัก ครับ ถ้าผู้บริหารเมือง มองไม่เห็น ก็นับเป็นเรื่องเสียโอกาสต่างๆ ครับ ในขณะที่ผู้บริหารเมือง จ.อุดร ขอนแก่น โคราช เค้าขยับตัวกันไปไกลแล้ว เพื่อต้อนรับ AEC ที่จะไร้พรมแดนกันแล้ว ส่วนหนองคาย มี “ของดี” มากมาย ถ้านำออกมาใช้ มีแต่ได้ครับ เพราะ สถานที่ท่องเที่ยว มันแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแต่ควรทำแบบอนุรักษ์ กันครับ อย่าส่งเสริมท่องเที่ยวแบบทำลายสถานที่ แบบไร้ทิศทาง
เข้าบทความครับ เกริ่นยาวไปหน่อยครับ
เครดิต ภาพและเนื้อหา จากคุณชัยนิติ ศรีหาบุตร ขอขอบพระคุณที่อนุเคราะห์ภาพและเนื้อหา มา ณ ที่นี้ครับ
เนื้อหา....
Copy// กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย ก่อตั้งจากบุลคล 3 คน คือ
1.นางพัชรี ตักโพธิ์ (อ๋อย)
2. ประเสริฐศักดิ์ ไชยสุริยา (อ๊อด)
3.นายชัยนิติ ศรีหาบุตร (โต้ง)
จากความรัก รักในความเป็นเมืองหนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก เมืองที่มีเสน่ห์ อัธยาศัยดี อากาศ ภูมิศาสตร์อยู่ติดลำน้ำโขง วิถีดั้งเดิม อารยะธรรมเก่าแก่ นับวันคนจะเริ่มลืมเลือน
จึงคิดหาวิธีจะปลูกจิตสำนึกรักหนองคายด้วย “จักรยาน” ยานพาหนะที่มีเสน่ห์ในตัวมัน ขี่แล้วปั่น ๆ ด้วยแรงของตน ไม่ต้องพึ่งพา พลังงานจากน้ำมัน ที่เรียกว่ารถยนต์ มอเตอร์ไซต์ โลกสะอาด
เที่ยวเมืองหนองคาย ด้วยจักรยาน ใน 1 วัน จึงเป็นโครงการที่ได้ทั้งการโปรโมทเมืองหนองคาย ได้ทั้งด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจมาก โครงการค้นหาวันวาน ด้วยการปั่นจักรยาน ของกลุ่ม กริ๊ง กริ๊ง หนองคาย จึงได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชน