คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
มันเป็นความผิดของต้นไม้ใช่ไหมครับ ที่
1. การชนต้นไม้อาจจะมีสิทธิ์รอดกว่าแหกโค้งไปชนรถที่สวนมา
2. กันไม่ให้ข้ามเลนไปชนรถคันอื่น จนมีคนตายเพิ่ม
3. ช่วยพรางแสง เวลา พวกเปิดไฟสูง ไฟซีนอน ไฟตัดหมอก วิ่งสวนมา
4. ชนต้นไม้ตายไม่เสียอะไรเพิ่ม เหมือนชนเสาไฟฟ้าที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้การไฟฟ้า
5. มีต้นไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้อากาศดีขึ้น
6. ช่วยกันตกเขาเวลาแหกโค้ง
***คิดไม่ออกแล้วครับ รอท่านอื่นมาเพิ่มเติม***
1. การชนต้นไม้อาจจะมีสิทธิ์รอดกว่าแหกโค้งไปชนรถที่สวนมา
2. กันไม่ให้ข้ามเลนไปชนรถคันอื่น จนมีคนตายเพิ่ม
3. ช่วยพรางแสง เวลา พวกเปิดไฟสูง ไฟซีนอน ไฟตัดหมอก วิ่งสวนมา
4. ชนต้นไม้ตายไม่เสียอะไรเพิ่ม เหมือนชนเสาไฟฟ้าที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้การไฟฟ้า
5. มีต้นไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้อากาศดีขึ้น
6. ช่วยกันตกเขาเวลาแหกโค้ง
***คิดไม่ออกแล้วครับ รอท่านอื่นมาเพิ่มเติม***
ความคิดเห็นที่ 14
สงสัยคนที่ไม่เห็นด้วยไม่เข้าใจเพราะไม่ได้เรียนวิศกรรมมา
การออกแบบระบบใด ๆ ต้องเผื่อ human eror เอาไว้ด้วยนะครับ
ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติผมออกแบบเครื่องตัดโลหะที่ใช้ในโรงงาน
แล้วปรากฏว่า ผู้ปฎิบัติงานที่หน้าเครื่อง ผิดพลาด โดนเครื่องจักรตัดมือตัดนิ้วบ่อย ๆ นั่นคือความผิดพลาดทางวิศวกรรมครับ คือ วิศกรไม่ได้คิดถึงระบบเซพตี้มาเพียงพอ
การมาตักเตือนพนักงานทุกวันว่า ระวัง ๆ นะ มันจึงใช้ไม่ได้ในโรงงานอุตสาหกรรม เขาต้องออกแบบเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความผิดพลาดของคนที่จะเกิดขึ้นนะครับ
การออกแบบระบบใด ๆ เนี่ย ต้องเผื่อความผิดพลาดของคนเสมอ
แล้วที่บอกว่า เอาไว้กันรถไม่ให้เข้าบ้านคน กันกระโดดข้ามเกาะกลาง สงสัยเป็นคนในประเทศกรุงเทพแน่ ๆ เลย ถึงไม่รู้ว่าที่ตาย ๆ กันแบบที่ผมพูดเป็นถนนข้ามจังหวัด ใน กทม มีแต่ไฟแดง มันชนประสานงากันเสียมากกว่า
การออกแบบระบบใด ๆ ต้องเผื่อ human eror เอาไว้ด้วยนะครับ
ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติผมออกแบบเครื่องตัดโลหะที่ใช้ในโรงงาน
แล้วปรากฏว่า ผู้ปฎิบัติงานที่หน้าเครื่อง ผิดพลาด โดนเครื่องจักรตัดมือตัดนิ้วบ่อย ๆ นั่นคือความผิดพลาดทางวิศวกรรมครับ คือ วิศกรไม่ได้คิดถึงระบบเซพตี้มาเพียงพอ
การมาตักเตือนพนักงานทุกวันว่า ระวัง ๆ นะ มันจึงใช้ไม่ได้ในโรงงานอุตสาหกรรม เขาต้องออกแบบเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความผิดพลาดของคนที่จะเกิดขึ้นนะครับ
การออกแบบระบบใด ๆ เนี่ย ต้องเผื่อความผิดพลาดของคนเสมอ
แล้วที่บอกว่า เอาไว้กันรถไม่ให้เข้าบ้านคน กันกระโดดข้ามเกาะกลาง สงสัยเป็นคนในประเทศกรุงเทพแน่ ๆ เลย ถึงไม่รู้ว่าที่ตาย ๆ กันแบบที่ผมพูดเป็นถนนข้ามจังหวัด ใน กทม มีแต่ไฟแดง มันชนประสานงากันเสียมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 48
ผมเรียนไฮเวย์เอนจิเนียริ่งเหมือน จขกท. ครับ
แล้วก็ได้เดินทางไปรอบโลก ซึ่งได้เห็นถนนของประเทศอื่นๆมามาก
เมื่อมองไฮเวย์ และทางหลวงที่เชื่อมต่อระหว่างภาคและจังหวัด ในเมืองไทยแล้ว
จะเห็นได้ว่ามาตรฐานต่ำมากๆ ทั้งระบบป้องกัน ระบบการออกแบบ การใช้งาน ฯลฯ
จึงจะเห็นได้ว่าเมืองไทยเราติดอันดับอุบัติเหตุสูงสุดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
อันนี้ต้องยอมรับกันครับ ว่า ต่ำกว่ามาตรฐานสากลมาก
ผมว่ามี ๒ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจราจรและถนน ยังต้องปรับปรุงบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลถนนให้มีความรู้ด้านไฮเวย์เอนจิเนียริ่งมากๆ
คือกรมทางหลวงและตำรวจทางหลวงครับ
เราจะเห็นตำรวจทางหลวงปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดอันตรายได้บ่อยมาก เช่นอยู่ๆ นึกจะจับมอร์เตอร์ไซค์ก็ไปดักจับตอนขาลงสะพานลอย
ผมเคยเห็นกะตาครับมอเตอร์ไซค์พอเห็นตำรวจอยู่ตีนสะพานขาลง
แกก็กลับรถวิ่งสวนกลับเพราะกลัวเสียตังค์
เป็นที่ตลกปนสมเพชมากสำหรับเมืองไทย
ที่จริงตำรวจต้องมายืนฝั่งขาขึ้นไม่ให้มอร์เตอร์ไซค์ฝ่าฝืนกฎ
แต่พี่ตำรวจไทยไปยืนขาลง กะฟาดค่าปรับแบบนี้เป็นต้น
หรือประเภทไปยืนหลบต้นไม้รอให้รถยูเทิร์นในที่ห้ามก่อน แล้วค่อยเรียกเก็บสตางค์ แบบนี้เป็นต้น
ล่าสุดติดกล้องไปทั่ว ทางไฮเวย์แบบดอนเมืองโทล์เวย์ และ ทางยกระดับลอยฟ้าบางนา-บางปะกง
ที่มีการอกแบบมาอย่างดีเลิศ สามารถวิ่งได้ถึง ๑๒๐ กม./ชม. สบายๆ กลับถูกจำกัดให้วิ่งเพียง ไม่เกิน ๑๑๐ กม/ชม.
แบบนี้เรียกว่าใครเผลอหน่อยก็โดนจดหมายเรียกเก็บเงินไปที่บ้านทันที (เพราะถนนมันโล่งใหญ่กว้างขวางน่าขับมาก)
ผมเดาเอาว่าผู้ควบคุมกฎคงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์เท่าไหร่นัก
อยู่เมืองไทยก็ต้อง ระวัง และเสี่ยงสูงกันต่อไปจนกว่าประเทศเราจะปราศจากความล้าหลัง
โดยเฉพาะเรื่องความไม่ซื่อตรงของหน่วยงานรับผิดชอบครับ
แล้วก็ได้เดินทางไปรอบโลก ซึ่งได้เห็นถนนของประเทศอื่นๆมามาก
เมื่อมองไฮเวย์ และทางหลวงที่เชื่อมต่อระหว่างภาคและจังหวัด ในเมืองไทยแล้ว
จะเห็นได้ว่ามาตรฐานต่ำมากๆ ทั้งระบบป้องกัน ระบบการออกแบบ การใช้งาน ฯลฯ
จึงจะเห็นได้ว่าเมืองไทยเราติดอันดับอุบัติเหตุสูงสุดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
อันนี้ต้องยอมรับกันครับ ว่า ต่ำกว่ามาตรฐานสากลมาก
ผมว่ามี ๒ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจราจรและถนน ยังต้องปรับปรุงบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลถนนให้มีความรู้ด้านไฮเวย์เอนจิเนียริ่งมากๆ
คือกรมทางหลวงและตำรวจทางหลวงครับ
เราจะเห็นตำรวจทางหลวงปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดอันตรายได้บ่อยมาก เช่นอยู่ๆ นึกจะจับมอร์เตอร์ไซค์ก็ไปดักจับตอนขาลงสะพานลอย
ผมเคยเห็นกะตาครับมอเตอร์ไซค์พอเห็นตำรวจอยู่ตีนสะพานขาลง
แกก็กลับรถวิ่งสวนกลับเพราะกลัวเสียตังค์
เป็นที่ตลกปนสมเพชมากสำหรับเมืองไทย
ที่จริงตำรวจต้องมายืนฝั่งขาขึ้นไม่ให้มอร์เตอร์ไซค์ฝ่าฝืนกฎ
แต่พี่ตำรวจไทยไปยืนขาลง กะฟาดค่าปรับแบบนี้เป็นต้น
หรือประเภทไปยืนหลบต้นไม้รอให้รถยูเทิร์นในที่ห้ามก่อน แล้วค่อยเรียกเก็บสตางค์ แบบนี้เป็นต้น
ล่าสุดติดกล้องไปทั่ว ทางไฮเวย์แบบดอนเมืองโทล์เวย์ และ ทางยกระดับลอยฟ้าบางนา-บางปะกง
ที่มีการอกแบบมาอย่างดีเลิศ สามารถวิ่งได้ถึง ๑๒๐ กม./ชม. สบายๆ กลับถูกจำกัดให้วิ่งเพียง ไม่เกิน ๑๑๐ กม/ชม.
แบบนี้เรียกว่าใครเผลอหน่อยก็โดนจดหมายเรียกเก็บเงินไปที่บ้านทันที (เพราะถนนมันโล่งใหญ่กว้างขวางน่าขับมาก)
ผมเดาเอาว่าผู้ควบคุมกฎคงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์เท่าไหร่นัก
อยู่เมืองไทยก็ต้อง ระวัง และเสี่ยงสูงกันต่อไปจนกว่าประเทศเราจะปราศจากความล้าหลัง
โดยเฉพาะเรื่องความไม่ซื่อตรงของหน่วยงานรับผิดชอบครับ
แสดงความคิดเห็น
ทำไมบ้านเราชอบปลูกต้นไม้ไว้ข้างถนน ทั้งที่มันอันตรายมาก ๆ
ทำไมบ้านเราถึงชอบปลูกนัก ทั้งข้างถนน ทั้งเกาะกลางถนน แล้วไม้แต่ละต้น ถ้าปลูกมานาน ๆ ต้นเท่าเสาบ้านทั้งนั้น ประมาณว่าเผลอแหกโค้งเมื่อไหร่ อัดต้นไม้ตายทันที