ทำไมบ้านเราชอบปลูกต้นไม้ไว้ข้างถนน ทั้งที่มันอันตรายมาก ๆ

ส่วนมากที่ตายถ้าไม่ประสานงากันก็แหกโค้งไปอัดต้นไม้ตาย    จริง ๆ ถ้าเป็นที่โล่ง ๆ อัดมาเร็วแค่ไหนก็ไม่น่าจะเป็นไรมาก   

ทำไมบ้านเราถึงชอบปลูกนัก  ทั้งข้างถนน  ทั้งเกาะกลางถนน  แล้วไม้แต่ละต้น ถ้าปลูกมานาน ๆ ต้นเท่าเสาบ้านทั้งนั้น  ประมาณว่าเผลอแหกโค้งเมื่อไหร่   อัดต้นไม้ตายทันที

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 21
คุ้นๆว่า วิศวกรรมจราจร จะห้ามไม่ให้มีต้นไม้ใหญ่อยู่ริมถนน แต่จะให้มีพวกไหล่ทางที่เป็นกรวด ฤ ทราย เพื่อเอาไว้ชลอรถที่หลุดออกจากเส้นทาง

แ่ต่นี่คือเมืองไทย ถนนแทบทุกเส้น เลยมีต้นไม้ขนาดใหญ่ไว้เพื่อความร่มรื่นถึงแม้จะขัดกับวิศวกรรมการจราจรก็ตาม

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
มันเป็นความผิดของต้นไม้ใช่ไหมครับ ที่
1. การชนต้นไม้อาจจะมีสิทธิ์รอดกว่าแหกโค้งไปชนรถที่สวนมา
2. กันไม่ให้ข้ามเลนไปชนรถคันอื่น จนมีคนตายเพิ่ม
3. ช่วยพรางแสง เวลา พวกเปิดไฟสูง ไฟซีนอน ไฟตัดหมอก วิ่งสวนมา
4. ชนต้นไม้ตายไม่เสียอะไรเพิ่ม เหมือนชนเสาไฟฟ้าที่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้การไฟฟ้า
5. มีต้นไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้อากาศดีขึ้น
6. ช่วยกันตกเขาเวลาแหกโค้ง

***คิดไม่ออกแล้วครับ รอท่านอื่นมาเพิ่มเติม***
ความคิดเห็นที่ 14
สงสัยคนที่ไม่เห็นด้วยไม่เข้าใจเพราะไม่ได้เรียนวิศกรรมมา

การออกแบบระบบใด ๆ ต้องเผื่อ human eror  เอาไว้ด้วยนะครับ

ยกตัวอย่างนะครับ  สมมุติผมออกแบบเครื่องตัดโลหะที่ใช้ในโรงงาน

แล้วปรากฏว่า ผู้ปฎิบัติงานที่หน้าเครื่อง  ผิดพลาด โดนเครื่องจักรตัดมือตัดนิ้วบ่อย ๆ   นั่นคือความผิดพลาดทางวิศวกรรมครับ   คือ  วิศกรไม่ได้คิดถึงระบบเซพตี้มาเพียงพอ

การมาตักเตือนพนักงานทุกวันว่า ระวัง ๆ นะ  มันจึงใช้ไม่ได้ในโรงงานอุตสาหกรรม   เขาต้องออกแบบเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความผิดพลาดของคนที่จะเกิดขึ้นนะครับ

การออกแบบระบบใด ๆ เนี่ย  ต้องเผื่อความผิดพลาดของคนเสมอ

แล้วที่บอกว่า  เอาไว้กันรถไม่ให้เข้าบ้านคน  กันกระโดดข้ามเกาะกลาง สงสัยเป็นคนในประเทศกรุงเทพแน่ ๆ เลย  ถึงไม่รู้ว่าที่ตาย ๆ กันแบบที่ผมพูดเป็นถนนข้ามจังหวัด   ใน กทม มีแต่ไฟแดง มันชนประสานงากันเสียมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 48
ผมเรียนไฮเวย์เอนจิเนียริ่งเหมือน จขกท. ครับ

แล้วก็ได้เดินทางไปรอบโลก ซึ่งได้เห็นถนนของประเทศอื่นๆมามาก

เมื่อมองไฮเวย์ และทางหลวงที่เชื่อมต่อระหว่างภาคและจังหวัด ในเมืองไทยแล้ว

จะเห็นได้ว่ามาตรฐานต่ำมากๆ ทั้งระบบป้องกัน ระบบการออกแบบ การใช้งาน ฯลฯ

จึงจะเห็นได้ว่าเมืองไทยเราติดอันดับอุบัติเหตุสูงสุดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร

อันนี้ต้องยอมรับกันครับ ว่า ต่ำกว่ามาตรฐานสากลมาก

ผมว่ามี ๒ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจราจรและถนน ยังต้องปรับปรุงบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลถนนให้มีความรู้ด้านไฮเวย์เอนจิเนียริ่งมากๆ

คือกรมทางหลวงและตำรวจทางหลวงครับ

เราจะเห็นตำรวจทางหลวงปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดอันตรายได้บ่อยมาก เช่นอยู่ๆ นึกจะจับมอร์เตอร์ไซค์ก็ไปดักจับตอนขาลงสะพานลอย

ผมเคยเห็นกะตาครับมอเตอร์ไซค์พอเห็นตำรวจอยู่ตีนสะพานขาลง

แกก็กลับรถวิ่งสวนกลับเพราะกลัวเสียตังค์

เป็นที่ตลกปนสมเพชมากสำหรับเมืองไทย

ที่จริงตำรวจต้องมายืนฝั่งขาขึ้นไม่ให้มอร์เตอร์ไซค์ฝ่าฝืนกฎ

แต่พี่ตำรวจไทยไปยืนขาลง กะฟาดค่าปรับแบบนี้เป็นต้น

หรือประเภทไปยืนหลบต้นไม้รอให้รถยูเทิร์นในที่ห้ามก่อน แล้วค่อยเรียกเก็บสตางค์ แบบนี้เป็นต้น

ล่าสุดติดกล้องไปทั่ว ทางไฮเวย์แบบดอนเมืองโทล์เวย์ และ ทางยกระดับลอยฟ้าบางนา-บางปะกง

ที่มีการอกแบบมาอย่างดีเลิศ สามารถวิ่งได้ถึง ๑๒๐ กม./ชม. สบายๆ กลับถูกจำกัดให้วิ่งเพียง ไม่เกิน ๑๑๐ กม/ชม.

แบบนี้เรียกว่าใครเผลอหน่อยก็โดนจดหมายเรียกเก็บเงินไปที่บ้านทันที (เพราะถนนมันโล่งใหญ่กว้างขวางน่าขับมาก)

ผมเดาเอาว่าผู้ควบคุมกฎคงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์เท่าไหร่นัก

อยู่เมืองไทยก็ต้อง ระวัง และเสี่ยงสูงกันต่อไปจนกว่าประเทศเราจะปราศจากความล้าหลัง

โดยเฉพาะเรื่องความไม่ซื่อตรงของหน่วยงานรับผิดชอบครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่