เสือเขี้ยวหัก.......
ราสส์ กิโลหก
อ้ายชุบคนขี้คุก มันเพิ่งเดินพ้นประตูคุกมาได้ไม่ถึงเดือน ครั้งนี้ไม่ใช่การออกจากคุกเป็นครั้งแรก แต่มันเดินเข้าออกคุกเป็นว่าเล่นเหมือนเดินเข้าออกสวนสนุก ที่สำคัญคนอย่างชุบไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร กับการติดคุก เพราะการติดคุกหรืออยู่นอกคุกไม่แตกต่างกัน ดีเสียอีกมีข้าวแดงให้กิน ทั้งค่าน้ำค่าไฟไม่ต้องจ่าย ..เรื่องการทำงานนั้นไม่เคยคิด เพราะการใช้วิชาโจรไม่เหนื่อยแรงทั้งยังได้เงินมาง่ายๆ เหยื่อมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนกุ้งปูปลาที่มีอยู่เต็มกระชังของชาวบ้าน แค่หาอะไรไปช้อนก็ได้กินแล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้เจ้าของเห็น ไปทำงานให้เหนื่อยยากทำไม ทำแทบตายแต่ได้เงินแค่หยิบมือเดียว คนอย่างชุบไม่ทำให้เหนื่อยยาก.
หลังออกจากคุกมันไปหาเช่ารถแท็กซี่มาขับ แต่คงไม่ได้หมายความว่าการขับแท็กซี่ จะเป็นอาชีพที่สิงห์ขี้คุกตั้งใจทำมาหากิน แต่มันกำลังออกหาเหยื่อ...
ชุบอยู่ในคราบคนขับรถแท็กซี่ กำลังขับอยู่บนท้องถนน สายตาสอดส่ายไปมา สมองของมันกำลังทำงาน ประสบการณ์จะช่วยวิเคราะห์เหยื่อได้เป็นอย่างดี เด็ก คนแก่ และคนพิการทุกประเภท ขาเป๋ ขาเดี้ยง ยิ่งตาบอดยิ่งดี นั่นคือผู้โดยสารชั้นยอด เพราะความอ่อนแอของเหยื่อ ทำให้การง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างไรความผิดพลาดก็มีได้ มิเช่นนั้นมันคงไม่ต้องเข้าออกคุกหลายครั้งหลายหน เพราะครั้งหนึ่งมันเคยรับคนขอทานตาบอดขึ้นรถ เมื่อถึงที่หมาย เจ้าขอทานควักเงินออกมาเพื่อจ่ายค่าโดยสาร พอเห็นเงินปึกใหญ่ โจรอย่างมันถึงกับตาพอง ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าขอทานตาบอดจะมีเงินมากมายอย่างนี้ มันเอามือลูบปาก เหยื่อตาบอดอย่างนี้มันยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
มันมองซ้ายมองขวาเห็นว่าปลอดคน ใช้มือผลักอกขอทานตาบอดจนล้มลง และคว้าเงินปึกใหญ่ที่มือขอทาน แต่เจ้าขอทานลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และชกเปรี้ยงจนอ้ายชุบหงายเงิบ
“อ้ายเวร คิดว่ากูตาบอดหรือ ไง !”
ขอทานปลอมอดีตนักมวยตกยาก กระทืบอ้ายชุบซะน่วม ทั้งยังเรียกพรรคพวกที่อยู่แถวๆนั้น มายำใหญ่อีกชุด และตามด้วยของแถมติดคุกเป็นปี เล่นเอาเข็ดกับพวกตาบอดไปนาน แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า กิ้งกือพันตีนยังหล่นบ่อ นับประสาอะไรกับมนุษย์สองตีนอย่างมัน แต่ก็ไม่เป็นอะไร การเข้าออกคุกเหมือนเป็นการเข้าไปเรียนต่อวิชาโจรให้แกร่งกล้ามากขึ้น วิชาโจรไม่มีหมดมีแต่จะพัฒนาก้าวหน้าไปเรื่อยๆ....
บนถนนของเมืองหลวงเต็มไปด้วยรถหลากหลายชนิด ที่ติดกันเป็นแพ เวลาเกือบมืดแล้ว ผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งตาเดินทางกลับบ้าน หลังจากตรากตรำทำงานมาทั้งวัน ทั้งคนจนคนรวยก็ไม่แตกต่างกัน ทุกคนต้องนอนต้องกิน ต้องกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ คนที่มีเงินมากกว่าย่อมได้สิ่งที่ดีกว่า สบายกว่าอร่อยกว่าเพราะมีเงินมากกว่า
คนจนจำนวนมาก ชอบพาลไปโกธรคนรวยหาว่าเอาเปรียบ แต่หากพวกเขาได้คิดให้ดีจะพบว่าคนรวยส่วนใหญ่จะจนมาก่อน ไม่มีการห้ามให้เป็นคนจนหรือคนรวย แต่การจะจนหรือรวยมันอยู่ที่ตัวเองมากว่า บางคนจะต้องเป็นคนจนไปจนตาย .เป็นเพราะพวกเขาไม่ปรับปรุงตัวเอง ชอบไปโทษแต่คนอื่นแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ว่าทำไมถึงยังจน...
อ้ายชุบเกิดมาพร้อมกับความจน พ่อแม่ของมันจนและเลี้ยงมันมาแบบจนๆ..ทำให้การลักเล็กขโมยน้อยเป็นยาแก้ความจนของมันมาแต่เด็ก สันดานนี้มันซึมซับเข้าไปในเนื้อสมองจนยากที่จะรักษา..เมื่อโตขึ้นแข็งแรงขึ้นการลักขโมยก็จะพัฒนาขึ้นตามลำดับ แต่อย่างใรก็ตามอ้ายชุบก็มีความฉลาดอยู่บ้าง เพราะมันตั้งกติกาโจรของมันว่า จะต้องไม่ทำร้ายเหยื่ออย่างเด็ดขาดในทุกกรณี กติกาอันนี้จึงเป็นเหมือนคาถาที่ปกป้องคุ้มครอง มันมาตลอดการทำชั่วของมัน เพราะถ้าถูกจับได้ โทษที่ได้รับจะไม่หนักมากนัก บางครั้งเจ้าทุกข์ก็ใจอ่อนที่ได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของอ้ายชุบ น้ำตาจระเข้ของมันสามารถบีบออกมาได้เป็นปิ๊บ ถ้าถึงคราวคับขัน
ถ้าเข้าไปในเรือนจำและได้มีโอกาสได้คุยกับพวกนักโทษ ส่วนใหญ่พวกเขาจะบอกว่า ผมไม่ผิดผมเป็นแพะเป็นแกะอะไรไปโน่น พวกเขามักจะเล่านิทานที่ชวนให้สงสาร จนคนฟังแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ต่างคนก็มีเรื่องนิทานที่แตกต่างกันไป แต่ทุกเรื่องเต็มไปด้วยเหตุการณ์ ที่ผู้เล่าต้องประสบกับเคราะห์กรรมที่โดนผู้อื่นกลั่นแกล้ง เหมือนกับว่าเป็นกระต่ายน้อยที่โดนหมาป่ารังแก.....แต่ถ้าสังเกตรอยสักที่มีอยู่เต็มตัวและแววตาแล้วก็คงได้คำตอบอยู่ในใจ..
กลับมาที่อ้ายชุบ มันขับรถไปเรื่อยๆสายตาสอดส่ายหาผู้โดยสาร แต่จริงแล้วมันไม่ได้มองแค่นั้น แต่มันมองข้ามไปถึงอย่างอื่นด้วย จนกระทั่งมาถึงหน้าร้านขายเพชรทองแห่งหนึ่งมีหญิงแก่แต่งตัวดีเดินออกมาจากร้าน ในมือถือกระเป๋าหนังใบย่อมๆ ชุบชะลอความเร็วลงทันที สายตาของมันแวววาวเหมือนเสือเห็นกวาง การเดินออกมาจากร้านทองและมีกระเป๋าด้วย โอ้ ! กระเป๋าใบนั้นมันคือขุมทรัพย์ขนาดย่อมเลยที่เดียว ใจมันเต้นโครมคราม จัดการหันหัวรถเข้าไปหาอย่ารวดเร็ว ฤกษ์โจรเข้าข้างอ้ายชุบ เพราะหญิงแก่ยกมือขึ้นเรียก เธอคงไม่รู้ว่านี่คือการเรียกหาโจร ชัดๆ..
หล่อนเปิดประตูรถด้านหลังขึ้นมา พอเห็นหน้าคนขับเธอชะงักแต่ไม่ได้พูดอะไร เอ่ยปากบอกตำแหน่งจุดหมายปลายทาง เป็นหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ หมู่บ้านนี้จัดว่าอยู่ในระดับราคาแพงและคนที่สามารถซื้อเข้าไปอยู่อาศัยได้ ต้องไม่ใช่ระดับธรรมดา..
อ้ายโจรห้าร้อย วางแผนชั่วทันที ถ้างานนี้สำเร็จมันต้องอิ่มไปนาน ช่วงนี้ทองแพงซะด้วย ..
หญิงแก่ทำท่าทาง หวงกระเป๋าใบนี้มากเธอกอดแนบอยู่ที่อกตลอดเวลา และไม่ยอมพูดจาอะไรนั่งนิ่งไปตลอดทาง การกระทำของหญิงแก่ ยิ่งทำให้เสือหิวอย่างชุบเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นว่าสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าราคาของมันต้องเกินหลักเจ็ดไปหลายคืบ ช่วงนี้การจราจรหนาแน่นการใช้ความเร็วไม่ได้เต็มที่ แต่กริยาของผู้โดยสารกระวนกระวายเหมือนอยากให้ถึงที่หมายเร็วๆ ตรงข้ามกับอ้ายชุบมันดีใจที่รถติดเพราะจะได้มีเวลาคิดแผนการ..
ท่ามกลางความเงียบ “ป้า ครับ”
หญิงแก่สะดุ้งสุดตัว หันหน้าไปมองคนถามด้วยอาการ งงๆ ?
“ห๊า ! อะไรหรือ คุณ”
“รถติดมากเลย ผมมีทางลัดที่จะหลบรถติด ป้าจะว่าอะไรหรือเปล่า ครับ ?”
หญิงแก่ทำท่าทางแปลกใจและลังเล เธอหันมองออกไปนอกตัวรถ รถนับร้อยนับพันคันค่อยๆขยับตัวเหมือนหนอน
“ป้าไม่ต้องกลัวผม ผมเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ยศแค่นายสิบ เงินเดือนไม่พอใช้ จึงมาขับรถหารายได้พิเศษ ครับ”
“ อ๋อ เป็นตำรวจ”
“ครับป้า ผมอยู่กองปราบ ช่วงไหนไม่เข้าเวร ผมก็ออกรถมาหาเงิน ลูกสองเมียหนึ่ง มันต้องดิ้นรน ไม่งั้นลูกเมียอดตาย”
“ดีนะ ขนาดเป็นตำรวจยังยอมมาขับรถแท็กซี่ ช่างเป็นคนดีจริงๆ”
“ผมลูกชาวนาครับ ความลำบากผมไม่เคยกลัว อาชีพไหนที่สุจริต ผมทำทั้งนั้น ไม่ว่าจะต่ำต้อยแค่ไหน” เสียงของจิ้งจอกพูดโดยไม่ติดขัด
ผู้โดยสารสูงอายุเริ่มพูดคุยด้วย การสนทนาเป็นไปด้วยความมีไมตรีจิตต่อกัน การพูดคุยกันเป็นสะพานแห่งมิตรภาพ ทั้งสองคุยกันอย่างออกรสจนลืมเรื่องรถติด...
จนมาถึงซอยแยกแห่งหนึ่ง ตรงปากซอยมีปั๊มน้ำมันตั้งอยู่ ชุบเอ่ยขึ้นว่า
“เข้าซอยนี้ นะครับเป็นทางลัด”
ชุบเลี้ยวเข้าไปทันที...หญิงแก่ไม่ว่าอะไรแต่เธอขอให้ชุบวิ่งเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อขอเข้าห้องน้ำซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณปั๊มน้ำมัน
“ขอเข้าห้องน้ำหน่อย นะรถติดนานจังอากาศเย็นๆด้วย”
ชุบหันรถเข้าไปทันที เขาไปจอดอยู่ตรงหน้าร้านค้าภายในปั๊มน้ำมัน
“ ดีเหมือนกัน เมือคืนเข้าเวรดึก ผมขออนุญาตซื้อเครื่องดื่มชูกำลังหน่อยนะครับ” เขาเอ่ยก่อนเปิดประตูลงรถไป.
ชุบเดินกลับออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ในมือถือขวดเครื่องดื่ม พอเดินมาที่รถเปิดผาจุกยกขึ้นดื่มจนหมด..โยนขวดเปล่าใส่ถังขยะที่อยู่ไม่ไกล..
เขายืนเตร่อยู่ข้างรถ ใจจดจ่ออยู่ที่กระเป๋าสีดำพลางพยายามหาทางแย่งเอามาให้ได้ .ควักบุหรี่จากกระเป๋าใช้นิ้วคีบใส่ที่มุมปาก ไฟแช๊กราคาถูกจ่อที่ปลาย ประกายไฟพุ่งออกมา ปลายบุหรีเป็นสีแดง เขาดูดควันเข้าปากอย่างกระหาย และพ่นออกมาทั้งปากและจมูกควันสีขาวพุ่งออกมาเป็นทางยาว..
“อีแก่เอ๊ย ! วันนี้เป็นวันซวยของแน่ ฮะๆๆ”
พูดยังไม่ทันจบมีเสียงดังมาจากข้างหลัง
“รอนานมั้ย คุณ ! ”
เสือเขี้ยวหัก
ราสส์ กิโลหก
อ้ายชุบคนขี้คุก มันเพิ่งเดินพ้นประตูคุกมาได้ไม่ถึงเดือน ครั้งนี้ไม่ใช่การออกจากคุกเป็นครั้งแรก แต่มันเดินเข้าออกคุกเป็นว่าเล่นเหมือนเดินเข้าออกสวนสนุก ที่สำคัญคนอย่างชุบไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร กับการติดคุก เพราะการติดคุกหรืออยู่นอกคุกไม่แตกต่างกัน ดีเสียอีกมีข้าวแดงให้กิน ทั้งค่าน้ำค่าไฟไม่ต้องจ่าย ..เรื่องการทำงานนั้นไม่เคยคิด เพราะการใช้วิชาโจรไม่เหนื่อยแรงทั้งยังได้เงินมาง่ายๆ เหยื่อมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เหมือนกุ้งปูปลาที่มีอยู่เต็มกระชังของชาวบ้าน แค่หาอะไรไปช้อนก็ได้กินแล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้เจ้าของเห็น ไปทำงานให้เหนื่อยยากทำไม ทำแทบตายแต่ได้เงินแค่หยิบมือเดียว คนอย่างชุบไม่ทำให้เหนื่อยยาก.
หลังออกจากคุกมันไปหาเช่ารถแท็กซี่มาขับ แต่คงไม่ได้หมายความว่าการขับแท็กซี่ จะเป็นอาชีพที่สิงห์ขี้คุกตั้งใจทำมาหากิน แต่มันกำลังออกหาเหยื่อ...
ชุบอยู่ในคราบคนขับรถแท็กซี่ กำลังขับอยู่บนท้องถนน สายตาสอดส่ายไปมา สมองของมันกำลังทำงาน ประสบการณ์จะช่วยวิเคราะห์เหยื่อได้เป็นอย่างดี เด็ก คนแก่ และคนพิการทุกประเภท ขาเป๋ ขาเดี้ยง ยิ่งตาบอดยิ่งดี นั่นคือผู้โดยสารชั้นยอด เพราะความอ่อนแอของเหยื่อ ทำให้การง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างไรความผิดพลาดก็มีได้ มิเช่นนั้นมันคงไม่ต้องเข้าออกคุกหลายครั้งหลายหน เพราะครั้งหนึ่งมันเคยรับคนขอทานตาบอดขึ้นรถ เมื่อถึงที่หมาย เจ้าขอทานควักเงินออกมาเพื่อจ่ายค่าโดยสาร พอเห็นเงินปึกใหญ่ โจรอย่างมันถึงกับตาพอง ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าขอทานตาบอดจะมีเงินมากมายอย่างนี้ มันเอามือลูบปาก เหยื่อตาบอดอย่างนี้มันยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
มันมองซ้ายมองขวาเห็นว่าปลอดคน ใช้มือผลักอกขอทานตาบอดจนล้มลง และคว้าเงินปึกใหญ่ที่มือขอทาน แต่เจ้าขอทานลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และชกเปรี้ยงจนอ้ายชุบหงายเงิบ
“อ้ายเวร คิดว่ากูตาบอดหรือ ไง !”
ขอทานปลอมอดีตนักมวยตกยาก กระทืบอ้ายชุบซะน่วม ทั้งยังเรียกพรรคพวกที่อยู่แถวๆนั้น มายำใหญ่อีกชุด และตามด้วยของแถมติดคุกเป็นปี เล่นเอาเข็ดกับพวกตาบอดไปนาน แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า กิ้งกือพันตีนยังหล่นบ่อ นับประสาอะไรกับมนุษย์สองตีนอย่างมัน แต่ก็ไม่เป็นอะไร การเข้าออกคุกเหมือนเป็นการเข้าไปเรียนต่อวิชาโจรให้แกร่งกล้ามากขึ้น วิชาโจรไม่มีหมดมีแต่จะพัฒนาก้าวหน้าไปเรื่อยๆ....
บนถนนของเมืองหลวงเต็มไปด้วยรถหลากหลายชนิด ที่ติดกันเป็นแพ เวลาเกือบมืดแล้ว ผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งตาเดินทางกลับบ้าน หลังจากตรากตรำทำงานมาทั้งวัน ทั้งคนจนคนรวยก็ไม่แตกต่างกัน ทุกคนต้องนอนต้องกิน ต้องกลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ คนที่มีเงินมากกว่าย่อมได้สิ่งที่ดีกว่า สบายกว่าอร่อยกว่าเพราะมีเงินมากกว่า
คนจนจำนวนมาก ชอบพาลไปโกธรคนรวยหาว่าเอาเปรียบ แต่หากพวกเขาได้คิดให้ดีจะพบว่าคนรวยส่วนใหญ่จะจนมาก่อน ไม่มีการห้ามให้เป็นคนจนหรือคนรวย แต่การจะจนหรือรวยมันอยู่ที่ตัวเองมากว่า บางคนจะต้องเป็นคนจนไปจนตาย .เป็นเพราะพวกเขาไม่ปรับปรุงตัวเอง ชอบไปโทษแต่คนอื่นแต่ไม่เคยโทษตัวเอง ว่าทำไมถึงยังจน...
อ้ายชุบเกิดมาพร้อมกับความจน พ่อแม่ของมันจนและเลี้ยงมันมาแบบจนๆ..ทำให้การลักเล็กขโมยน้อยเป็นยาแก้ความจนของมันมาแต่เด็ก สันดานนี้มันซึมซับเข้าไปในเนื้อสมองจนยากที่จะรักษา..เมื่อโตขึ้นแข็งแรงขึ้นการลักขโมยก็จะพัฒนาขึ้นตามลำดับ แต่อย่างใรก็ตามอ้ายชุบก็มีความฉลาดอยู่บ้าง เพราะมันตั้งกติกาโจรของมันว่า จะต้องไม่ทำร้ายเหยื่ออย่างเด็ดขาดในทุกกรณี กติกาอันนี้จึงเป็นเหมือนคาถาที่ปกป้องคุ้มครอง มันมาตลอดการทำชั่วของมัน เพราะถ้าถูกจับได้ โทษที่ได้รับจะไม่หนักมากนัก บางครั้งเจ้าทุกข์ก็ใจอ่อนที่ได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของอ้ายชุบ น้ำตาจระเข้ของมันสามารถบีบออกมาได้เป็นปิ๊บ ถ้าถึงคราวคับขัน
ถ้าเข้าไปในเรือนจำและได้มีโอกาสได้คุยกับพวกนักโทษ ส่วนใหญ่พวกเขาจะบอกว่า ผมไม่ผิดผมเป็นแพะเป็นแกะอะไรไปโน่น พวกเขามักจะเล่านิทานที่ชวนให้สงสาร จนคนฟังแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ต่างคนก็มีเรื่องนิทานที่แตกต่างกันไป แต่ทุกเรื่องเต็มไปด้วยเหตุการณ์ ที่ผู้เล่าต้องประสบกับเคราะห์กรรมที่โดนผู้อื่นกลั่นแกล้ง เหมือนกับว่าเป็นกระต่ายน้อยที่โดนหมาป่ารังแก.....แต่ถ้าสังเกตรอยสักที่มีอยู่เต็มตัวและแววตาแล้วก็คงได้คำตอบอยู่ในใจ..
กลับมาที่อ้ายชุบ มันขับรถไปเรื่อยๆสายตาสอดส่ายหาผู้โดยสาร แต่จริงแล้วมันไม่ได้มองแค่นั้น แต่มันมองข้ามไปถึงอย่างอื่นด้วย จนกระทั่งมาถึงหน้าร้านขายเพชรทองแห่งหนึ่งมีหญิงแก่แต่งตัวดีเดินออกมาจากร้าน ในมือถือกระเป๋าหนังใบย่อมๆ ชุบชะลอความเร็วลงทันที สายตาของมันแวววาวเหมือนเสือเห็นกวาง การเดินออกมาจากร้านทองและมีกระเป๋าด้วย โอ้ ! กระเป๋าใบนั้นมันคือขุมทรัพย์ขนาดย่อมเลยที่เดียว ใจมันเต้นโครมคราม จัดการหันหัวรถเข้าไปหาอย่ารวดเร็ว ฤกษ์โจรเข้าข้างอ้ายชุบ เพราะหญิงแก่ยกมือขึ้นเรียก เธอคงไม่รู้ว่านี่คือการเรียกหาโจร ชัดๆ..
หล่อนเปิดประตูรถด้านหลังขึ้นมา พอเห็นหน้าคนขับเธอชะงักแต่ไม่ได้พูดอะไร เอ่ยปากบอกตำแหน่งจุดหมายปลายทาง เป็นหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ หมู่บ้านนี้จัดว่าอยู่ในระดับราคาแพงและคนที่สามารถซื้อเข้าไปอยู่อาศัยได้ ต้องไม่ใช่ระดับธรรมดา..
อ้ายโจรห้าร้อย วางแผนชั่วทันที ถ้างานนี้สำเร็จมันต้องอิ่มไปนาน ช่วงนี้ทองแพงซะด้วย ..
หญิงแก่ทำท่าทาง หวงกระเป๋าใบนี้มากเธอกอดแนบอยู่ที่อกตลอดเวลา และไม่ยอมพูดจาอะไรนั่งนิ่งไปตลอดทาง การกระทำของหญิงแก่ ยิ่งทำให้เสือหิวอย่างชุบเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นว่าสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าราคาของมันต้องเกินหลักเจ็ดไปหลายคืบ ช่วงนี้การจราจรหนาแน่นการใช้ความเร็วไม่ได้เต็มที่ แต่กริยาของผู้โดยสารกระวนกระวายเหมือนอยากให้ถึงที่หมายเร็วๆ ตรงข้ามกับอ้ายชุบมันดีใจที่รถติดเพราะจะได้มีเวลาคิดแผนการ..
ท่ามกลางความเงียบ “ป้า ครับ”
หญิงแก่สะดุ้งสุดตัว หันหน้าไปมองคนถามด้วยอาการ งงๆ ?
“ห๊า ! อะไรหรือ คุณ”
“รถติดมากเลย ผมมีทางลัดที่จะหลบรถติด ป้าจะว่าอะไรหรือเปล่า ครับ ?”
หญิงแก่ทำท่าทางแปลกใจและลังเล เธอหันมองออกไปนอกตัวรถ รถนับร้อยนับพันคันค่อยๆขยับตัวเหมือนหนอน
“ป้าไม่ต้องกลัวผม ผมเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ยศแค่นายสิบ เงินเดือนไม่พอใช้ จึงมาขับรถหารายได้พิเศษ ครับ”
“ อ๋อ เป็นตำรวจ”
“ครับป้า ผมอยู่กองปราบ ช่วงไหนไม่เข้าเวร ผมก็ออกรถมาหาเงิน ลูกสองเมียหนึ่ง มันต้องดิ้นรน ไม่งั้นลูกเมียอดตาย”
“ดีนะ ขนาดเป็นตำรวจยังยอมมาขับรถแท็กซี่ ช่างเป็นคนดีจริงๆ”
“ผมลูกชาวนาครับ ความลำบากผมไม่เคยกลัว อาชีพไหนที่สุจริต ผมทำทั้งนั้น ไม่ว่าจะต่ำต้อยแค่ไหน” เสียงของจิ้งจอกพูดโดยไม่ติดขัด
ผู้โดยสารสูงอายุเริ่มพูดคุยด้วย การสนทนาเป็นไปด้วยความมีไมตรีจิตต่อกัน การพูดคุยกันเป็นสะพานแห่งมิตรภาพ ทั้งสองคุยกันอย่างออกรสจนลืมเรื่องรถติด...
จนมาถึงซอยแยกแห่งหนึ่ง ตรงปากซอยมีปั๊มน้ำมันตั้งอยู่ ชุบเอ่ยขึ้นว่า
“เข้าซอยนี้ นะครับเป็นทางลัด”
ชุบเลี้ยวเข้าไปทันที...หญิงแก่ไม่ว่าอะไรแต่เธอขอให้ชุบวิ่งเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อขอเข้าห้องน้ำซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณปั๊มน้ำมัน
“ขอเข้าห้องน้ำหน่อย นะรถติดนานจังอากาศเย็นๆด้วย”
ชุบหันรถเข้าไปทันที เขาไปจอดอยู่ตรงหน้าร้านค้าภายในปั๊มน้ำมัน
“ ดีเหมือนกัน เมือคืนเข้าเวรดึก ผมขออนุญาตซื้อเครื่องดื่มชูกำลังหน่อยนะครับ” เขาเอ่ยก่อนเปิดประตูลงรถไป.
ชุบเดินกลับออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ในมือถือขวดเครื่องดื่ม พอเดินมาที่รถเปิดผาจุกยกขึ้นดื่มจนหมด..โยนขวดเปล่าใส่ถังขยะที่อยู่ไม่ไกล..
เขายืนเตร่อยู่ข้างรถ ใจจดจ่ออยู่ที่กระเป๋าสีดำพลางพยายามหาทางแย่งเอามาให้ได้ .ควักบุหรี่จากกระเป๋าใช้นิ้วคีบใส่ที่มุมปาก ไฟแช๊กราคาถูกจ่อที่ปลาย ประกายไฟพุ่งออกมา ปลายบุหรีเป็นสีแดง เขาดูดควันเข้าปากอย่างกระหาย และพ่นออกมาทั้งปากและจมูกควันสีขาวพุ่งออกมาเป็นทางยาว..
“อีแก่เอ๊ย ! วันนี้เป็นวันซวยของแน่ ฮะๆๆ”
พูดยังไม่ทันจบมีเสียงดังมาจากข้างหลัง
“รอนานมั้ย คุณ ! ”