นฤตย์ เสกธีระ : ฟังหู...ไว้หู ......มติชนออนไลน์

กระทู้สนทนา
คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ max@matichon.co.th    
(ที่มา:มติชนรายวัน 8 ม.ค.2556)



สถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้ต้องฟังหู...ไว้หู

กรณีการสั่งห้ามละครโทรทัศน์ "เหนือเมฆ 2" ออกอากาศ
ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

วันแรกที่ข่าวออกมา มีข้อมูล "เขาเล่าว่า" ระบุว่า
แบนเพราะลูกนักการเมืองไม่พอใจ

รุ่งขึ้นกระแสเปลี่ยนเป็น แบนเพราะรัฐบาลไม่พอใจ

อีกวันหนึ่งฝ่ายรัฐบาลออกมาปฏิเสธ ส่วนสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
แถลงว่า ดำเนินการแบนตัวเอง เพราะละครมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

ช่วงหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กสทช.แย้มว่า สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3
แบนตัวเองเพราะละครขัดกฎหมายบางมาตรา

หลังจากนั้นก็เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์...เชื่อกับไม่เชื่อ

ฝ่ายเชื่อมีเหตุผลสนับสนุน ฝ่ายไม่เชื่อก็มีเหตุผลเหมือนกัน

แต่น่าสังเกตว่าเป็นเหตุผลสนับสนุนที่มาจากข้อมูลแบบ...เขาเล่าว่า

จบกรณี "เหนือเมฆ 2" เข้าสู่กรณีปราสาทพระวิหาร

กรณีศาลโลกพิจารณาข้อเสนอของกัมพูชาที่ให้ตีความคำพิพากษา
คดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก

มีข่าวออกมาว่า ไทยแพ้แน่...เล่นเอาตกใจ

สอบถามว่าใครเป็นคนบอกว่าไทยแพ้ มีคนชี้ไปที่ "ท่านปึ้ง" สุรพงษ์
โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ระดับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
พูดนี่...ต้องติดตามมา

ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า คดีนี้ยังไม่เริ่มไต่สวนด้วยวาจาเลย

เท่าที่ทราบ กระบวนการให้การด้วยวาจาเริ่มต้นในวันที่ 15 เมษายนโน้น

แล้วกว่าศาลโลกจะตัดสินก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ประมาณกันว่า
เดือนตุลาคมโน้น

ส่วนคำพิพากษาของศาลโลกนั้น คาดการณ์กันไว้ว่าจะออกมาได้ 3 ทาง

หนึ่ง คือ ไม่รับตีความ

หนึ่ง คือ รับตีความแต่ไม่ยุ่งกับแผนที่

หนึ่ง คือ รับตีความและแตะต้องแผนที่ด้วย

สรุปว่า ขณะนี้ยังไม่เริ่มพิจารณาคดี แล้วท่านรัฐมนตรีทำไมจึงบอกว่าแพ้

นายสุรพงษ์คนที่ถูกอ้างว่าเป็นคนบอกว่า ไทยมีแต่แพ้กับเจ๊า อธิบายว่า
ไม่ได้บอกว่าไทยแพ้แน่ แต่บอกว่า แนวทางที่คาดการณ์คำตัดสินนั้น

หากศาลโลกพิพากษาในแนวทางที่ดีที่สุด คือ ศาลไม่รับตีความ
ไทยก็ได้แค่เสมอตัว

แต่แย่ที่สุดคือศาลรับตีความและรับรองแผนที่ของทางกัมพูชา...เท่ากับแพ้

แต่รัฐมนตรีไม่ได้บอกว่าแพ้แน่ๆ เพียงแค่บอกว่า ดีที่สุดก็เจ๊า แย่สุดก็แพ้

สรุปต้องรอดูต่อไป...หวยจะออกหัวหรือก้อย ต้องรอศาลโลกพิจารณา

อีกเรื่องคือ กรณีค่าแรง 300 บาท ที่มีผลบังคับใช้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ปรากฏว่าหลังค่าแรง 300 บาท มีผล 1 วัน โรงงานที่สระบุรีปิดกิจการ
เกิดเป็นข้อสรุปว่า "ปิดเพราะค่าแรง"

ตรวจสอบไปมากลับพบว่าโรงงานเหล่านั้นมีปัญหาออเดอร์จึงปิด
ยังไม่เกี่ยวกับค่าแรง

ส่วนผลกระทบการขึ้นค่าแรง กระทรวงแรงงานเองอยู่ระหว่างเฝ้า
ระวัง 29 จังหวัด เพราะจังหวัดเหล่านั้นค่าจ้างพุ่ง จึงห่วงการเลิกจ้าง

ส่วนกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการเพิ่มอีก 5 ข้อ เพื่อช่วยเหลือ
ผู้ประกอบการ หลังจากมาตรการอื่นๆ เคยออกไปแล้วตั้งแต่ปีก่อน

เป็นอันว่าปัจจัยค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ จะเห็นผลจะแจ้ง
ก็เดือนมีนาคมโน้น

ตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นแค่การคาดเดา...กระทรวงแรงงานจึงอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง

เห็นไหมครับว่า แม้ทั้งสามเรื่องจะมากันคนละแนว

หนึ่งแนวละคร หนึ่งแนวการเมือง-ต่างประเทศ อีกหนึ่งคือแนวเศรษฐกิจ

แต่ทั้ง 3 เรื่องกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการคาดการณ์

เรื่องคาดการณ์หมายถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด หรือเป็นเรื่องที่ยังไม่มีข้อสรุปแน่นอน

เรื่องเหล่านี้ เราต้องฟังหู...ไว้หู อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1357646378&grpid=&catid=02&subcatid=0207
สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่