มิจฉาชีพ ตกทอง แถวอนุเสาวรีย์ชัยฯ ห้างเซ็นจูรี่

สวัสดีคะ ดิฉันเองกำลังเรียนอยู่เทอมสุดท้ายของมหาลัยแห่งหนึ่ง อายุ 21 ปีคะ  จริงๆแล้วเป็นคนที่ต้องเดินทางด้วยรถบ่อยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ หรือรถเมล์ ซึ่งก็เดินทางแบบนี้มาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้วคะ ก็แอบกลัวๆหวั่นๆเหมือนกันในเรื่องของความปลอดภัย แต่ดิฉันเองก็ไม่เคยเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้มาก่อนคะ จนอยู่มาถึงปีสี่เทอมสุดท้าย ก็ดันมาโชคร้ายเป็นเหยื่อให้พวก...นี้คะ
           ดิฉันจึงอยากฝากเตือนภัย เกี่ยวกับมิจฉาชีพ ตกทอง แถวอนุเสาวรีย์ ห้างเซ็นจูรี่คะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2556 เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆเองคะ เดี๋ยวจะขอเล่าตั้งแต่แรกอย่างละเอียดก่อนนะคะ เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนหน้านั้นดิฉันนั่งรถเมล์ไปลงอนุสาวรีย์ เพื่อจะไปเดินเล่นและเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์ใหม่ไว้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง ตามร้านแถวอนุสาวรีย์ อีกอย่างที่มาลงที่อนุสาวรีย์ก็เพราะจะได้มาต่อรถเมล์นั่งรถกลับบ้านด้วยคะ แล้วช่วงเวลานั้นก็ร้อนๆด้วยจึงรีบเดินเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์ให้เสร็จ ...อีกอย่างดิฉันเองก็ใส่เสื้อยืด กางเกงขายาว และใส่เสื้อแจ๊คแก๊ตแขนยาว รูปซิบเรียบร้อยแล้วด้วย แถมยังแบกเป้ที่มีโน๊ตบุคด้วย แล้วดิฉันเองเป็นคนที่มีนิสัยที่เดินเร็ว เหมือนกับรีบจ้ำเอา จ้ำเอา มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อซื้อเสร็จก็รีบเดินมาที่ป้ายรถเมล์ฝั่งราชวิธีเพื่อจะกลับบ้านคะ...
              แต่ในขณะที่กำลังจะเดินถึงป้ายรถเมล์เป้าหมายของดิฉัน  ก็มีใครไม่รู้มาตีที่ไหล่ของดิฉัน ดิฉันเลยหันหลังไปดู ปรากฏว่า หันไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 40-50 ปี คะ สวมเสื้อยืดคอปก ลายขวาง สีชมพูสลับสีขาว กางเกงสีดำๆน้ำเงินๆ เป็นกางเกงแบบสามส่วนคะ ใส่รองเท้าสีดำคะ ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้เราแล้วบอกเราว่า
              “ป้าเรียกตั้งนาน ทำไมไม่ได้ยินหล่ะลูก ป้าเลยรีบวิ่งมาเรียกหนู หนูจำป้าไม่ได้หรอลูก ก็ป้าเป็นญาติฝั่งของยายไง ที่เราเจอกันเมื่อครั้งล่าสุดที่พวกหนูกลับไปหายายไง ทำเป็นจำป้าไม่ได้ หนูเป็นอย่างไรบ้าง โตเป็นสาวแล้วนะลูก มากับใครหล่ะลูก มาซื้ออะไร เรียนเป็นอย่างไรบ้าง พี่สาวหนูเป็นอย่างไรบ้าง แม่เป็นอย่างไรบ้าง พ่อกับแม่ทำงานที่เดิมรึป่าว เมื่อหลายเดือนก่อนป้าก็เพิ่งไปเจอแม่หนูมา เนี่ยก่ะว่าป้าจะกลับไปที่บ้านไปหาแม่หนูสักหน่อย พอดีป้าถูกหวยสองแสน กำลังจะซื้อของไปให้พ่อกับแม่หนูหน่อย พ่อใส่ไซต์อะไรนะ แบบนั้นรึป่าวเสื้อลายขวางหน่ะ แล้วแม่หล่ะ แม่ถูกหวยบ้างรึป่าวลูก พอดีป้ามานอนเฝ้าลุงที่เป็นเบาหวานขึ้นตาที่โรงพยาบาลไง...”
               ดิฉันเองยืนงงและลังเลมาก เมื่อเจอกับคำถาม คำพูดของผู้หญิงคนนี้ ที่ดูเป็นธรรมชาติเนียนมากๆ มีการแตะแขนหยอกเย้า และที่สำคัญคือดิฉันจำไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครของฝั่งญาติทางยาย หรืออาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยได้เจอกันจึงจำป้าไม่ได้ ดิฉันจึงถามไปว่า เดี๋ยวจะโทรบอกแม่ให้นะว่าเจอป้าที่นี่ ผู้หญิงคนนั้นเลยบอกกับดิฉันว่า “ไม่เป็นไร เดี่ยวป้าจะกลับไปที่บ้านหนูอยู่แล้ว จะไปเซอร์ไพซ์แม่หนูไง เดี๋ยวป้าจะไปหาซื้อของ ซื้อเสื้อผ้า ฝากให้แม่กับพ่อหนูหน่อย หนูรีบกลับไปบ้านรึป่าว กลับบ้านวันนี้เลยมั๊ย ป้าจะได้ฝากของไปให้ แล้วพี่สาวหนูใช้โทรสับรุ่นอะไร ลุงที่เค้าป่วยใช้ไอโฟนนะ หนูเอาไปใช้มั๊ย ถ้าไม่อย่างนั้นเดียวป้าจะเอาไปให้พี่หนูที่บ้านแทนหล่ะกัน เพราะเอาไว้ที่ลุงก็ไม่มีใครใช้ ใช้กันไม่เป็น...”  
               ดิฉันไม่ได้สนใจของอะไรพวกนั้นเลย แค่อยากให้ผู้หญิงคนนั้น ที่บอกว่าเป็นญาติของดิฉัน รีบซื้อของให้พ่อกับแม่ของดิฉันให้เสร็จไวๆ  เพราะดิฉันเองก็อยากรีบกลับบ้านแล้ว จึงบอกแบบนี้ไปกับผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นเลยบอกว่า “อ้าวๆ จะกลับแล้วหรอลูก รอป้าแป็บสิ ป้าจะรีบไปซื้อของฝากให้แม่ พ่อหนูก่อน เดี๋ยวป้าไปส่งหนูที่ป้ายรถเมล์ หรือไม่เดี๋ยวป้าให้นั่งแท็กซี่กลับก็ได้”  ตัวดิฉันเองก็กล้าๆกลัวๆ จึงคิดว่าคงไม่นานหรอก สักครึ่งชั่วโมงก็จะขอกลับแล้ว ไปๆมาๆเลยไม่ได้โทรไปถามแม่เลยหล่ะคะ T^T เพราะป้าชวนคุยเรื่อยๆไม่หยุด อีกอย่างหน้าตา เค้าโครง ก็เหมือนญาติของดิฉันจริงๆเลยนี่หล่ะคร้า...
               จากนั้นก็พาเลือกดูเสื้อผ้าให้พ่อกับแม่ เดินไปเรื่อยๆจนเข้าไปถึงในห้างเซ็นจูรี่คะ ซึ่งตลอดทางนี้ดิฉันคิดทบทวนตลอดทางเลยคะ ว่ามันใช่เรื่องจริงหรือปล่าว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร ดิฉันจะได้กลับบ้านเสียที  อีกอย่างก็เพราะกลัวว่า ถ้าแม่รู้ว่ามาเจอป้า แล้วทิ้งป้าไว้ ไม่รอป้า แม่จะด่าว่าดิฉันแน่ๆคะ (ในใจตอนนั้นคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นญาติของดิฉันจริงๆ แต่ก็แอบกังวลและคอยระวังตัวเองมาตลอด) โดยดิฉันกับผู้หญิงคนนี้ก็เดินดูของในห้างตั้งแต่ชั้นล่างสุดจนถึงชั้นสี่ และเดินลงมาดูที่ชั้นสามอีกที
               จากนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เริ่มทักดิฉันว่า “ทำไมใส่ทองมาแบบนี้หล่ะ มันอันตรายมากนะลูก ลุงกับป้าเคยเจอวิ่งราวทรัพย์มาแล้ว น่ากลัวมากๆ เพราะแถวนี้เนี้ย เกิดเรื่องพวกนี้บ่อยมากๆ อันตรายจริงๆ  หนูควรถอดทองเก็บในกระเป๋าไว้ดีกว่านะ ปลอดภัยกว่า ป้าเป็นห่วง เดี๋ยวจะได้เดินไปซื้อของให้แม่หนูอย่างสบายใจ“  ...ดิฉันเองคิดได้แค่ว่ามันเป็นการแนะนำและเป็นการเตือนที่ดีว่าควรเก็บทองไว้ในกระเป๋า เพราะดิฉันก็ถอดเก็บไว้บ่อยๆ แฟนก็เคยเตือนให้ถอดเก็บไว้  ปล. สร้อยทอง 1บาทคะ เพิ่งซื้อมาเมื่อสิ้นปีนี้เอง เก็บตังค์ซื้อเป็นของขวัญที่ใกล้จะเรียนจบแล้ว พูดแล้วจะร้องไห้ ฮือๆ TT^TT...  
                ผู้หญิงคนนี้ก็ช่วยปลดตะขอสร้อยให้ แต่ดิฉันเองก็จับสร้อยเอาไว้เก็บไว้ในมือ แล้วกำลังจะใส่ในกระเป๋าตังค์ใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมา แล้วค่อยใส่ในกระเป๋าเป้อีกที แต่ผู้หญิงคนนี้บอกกับดิฉันว่า เอากระดาษทิชชูมารองห่อไว้จะได้ไม่หาย ดิฉันก็จึงหยิบกระดาษทิชชูจากมือผู้หญิงคนนั้นมาห่อสร้อยทองเอาไว้ แล้วดิฉันก็จะเอาเข้ากระเป๋า ผู้หญิงคนนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้ามาให้ห่ออีกที โดยอ้างว่า "จะได้ไม่เผลอทิ้งห่อกระดาษทิชชูนั้นไปนะลูก"  ดิฉันก็ช่วยห่อผ้านั้นเองด้วย โดยผู้หญิงคนนี้ก็ฝากสร้อยกับพระ (ตอนนั้น ไม่ได้แอ๊ะใจ ว่าเป็นสร้อยปลอมหรืออะไร) แต่ก็ห่อใส่ไว้ด้วย  ดิฉันเองก็เห็นขั้นตอนการห่อทั้งหมดอย่างชัดเจน จากนั้นดิฉันก็เอาห่อนั้นเก็บใส่กระเป๋าตังค์ใบใหม่ แล้วใส่ลงในกระเป๋าเป้อีกทีคะ โดยดิฉันหยิบใส่เองกับมือ และมั่นใจว่าในห่อนั้นยังมีทองของดิฉันอยู่จริงๆ ก็ดิฉันเห็นกับตาเลยนี่คะ...
               จากนั้นหลังจากเดินเลือกซื้อของได้สักพัก ผู้หญิงคนนั้นบอกดิฉันเสมอว่าไม่ค่อยสบาย ต้องกินยา แต่ไม่มีน้ำ เราจึงยื่นน้ำขวดของดิฉันไปให้ แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่เอาโดยอ้างว่าต้องหาอะไรทานรองท้องก่อนกินยาก่อน แล้วจึงบอกให้ดิฉันไปซื้อน้ำเป็บซื่ที่ร้านเคเอ็ฟซี ดิฉันเลยบอกไปว่าไม่ควรทานยาคู่กับน้ำเป็บซี่เพราะมันไม่ดี (ดิฉันก็นึกเป็นห่วงผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นญาติ) ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็ได้ให้เงินแบงค์ร้อยเพื่อให้ดิฉันไปซื้อน้ำให้ ส่วนผู้หญิงคนนี้จะไปซื้อโดนัท ซึ่งสองร้านนี้อยู่ใกล้กันมาก แต่มีคนเยอะบ้าง ระหว่างนั้นดิฉันเองไม่ได้แอ๊ะใจอะไรเลย เพราะก็เห็นว่าทองอยู่กับตัวดิฉันเองแน่ๆร้อยเปอร์เซ็นต์ พอดิฉันซื้อเสร็จ ก็มายืนรอที่หน้าร้านโดนัทตามที่ผู้หญิงคนนั้นนัดไว้ ดิฉันรอสักแป็บเดียวเท่านั้น เลยลองหยิบหาดูทองในกระเป๋า ซึ่งพอเปิดผ้าเช็ดหน้าและห่อกระดาษทิชชูออกมา ทองของดิฉันก็กลายเป็นเศษเงินเหรียญไปซะแล้ว พร้อมกับสร้อย(ทองปลอม)พร้อมพระอยู่ในห่อนั้น  
                ดิฉันมารู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว  T^T  ....ทั้งที่ดิฉันคิดว่ามีสติคิดตัดสินใจตลอดเวลานะ คิดว่าไม่ใช่การป้ายยาใดๆ แต่ดิฉันก็พลาดให้กับมันจนได้ ไม่เจอด้วยตัวเองก็คงไม่รู้จริงๆเลยหล่ะคะ คิดว่าตัวเองจะใจแข็ง ใจกล้ามากแล้วเชียว แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ ตกเป็นเหยื่ออยู่ดี เฮ้อออออออ ทั้งที่ก็คอยระวังตัวและอ่านข่าวอยู่เสมอว่ามันจะมารูปแบบไหนบ้างแล้วเชียว
                ผู้หญิงคนนั้นที่อ้างว่าเป็นญาติเรา(คนร้าย) ได้ใช้จิตวิทยาหลอกดิฉันแบบเนียนมากที่สุด แล้วใช้กลอุบาย เสมือนเล่นมายากล พลิกแพลง สับเปลี่ยนห่อผ้าเช็ดหน้าหรือห่อทิชชูที่มีทองของเราไป โดยมาหลอกและล้อเล่นกับความรู้สึกของดิฉัน ที่อ้างถึงพ่อกับแม่ที่ดิฉันเคารพนับถือและเกรงใจท่าน ซึ่งดิฉันไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แล้วยิ่งมาอ้างถึงพ่อกับแม่ของดิฉันแบบนี้ ดิฉันยอมไม่ได้จริงๆ มันเจ็บจี๊ดถึงหัวใจ มาหลอกดิฉันด้วยวิธีอื่นจะดีซะกว่า  T^T  ดิฉันเสียใจมากๆเลยหล่ะคะ เพราะความโง่เขลา ไม่ทันต่อมิจฉาชีพ ทำให้ดิฉันต้องเสียรู้ แต่พ่อ แม่ พี่ แฟน เพื่อน ก็บอกดิฉันว่า มันกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว ถือว่าฟาดเคราะห์ไป มันเป็นกรรมเก่าของดิฉันเอง ให้อโหสิกรรมให้คนร้าย ของนอกกายหาใหม่ได้ แต่ให้พยายามคิดแบบนี้ก็ยากอยู่เหมือนกันคะ ดิฉันจึงอยากให้เป็นอุธาหรณ์ให้กับเพื่อนๆ พี่ๆทุกคน ว่าใครเข้ามาทักเรา ถ้าไม่รุ้จัก ให้เดินหนีทันที ดิฉันแทบไม่อยากจะเข้ากรุงเทพอีกเลย โลกอยู่ยากขึ้นทุกวัน
             ...ขอให้ดิฉันเป็นคนสุดท้ายนะคะที่เจอแบบนี้ ดิฉันจะทำบุญครั้งใหญ่ด้วยการให้ทานกับทองเส้นนั้นที่มันได้ไป และให้ทานชีวิตของมันไป ดิฉันปวดใจมากๆเลยหล่ะคะ ไม่อยากซื้อทอง ไม่อยากมีทองติดตัวไว้อีกเลย พยายามคิดเสียว่า บทเรียนครั้งนี้ ดิฉันซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เก็บมาด้วยมือของดิฉันเอง แต่ถ้าจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ก็ยังได้อยู่ ตราบใดที่ชีวิตดิฉันยังไม่สิ้น  (เสียใจสุดขีด ฮือๆๆ มาหลอกกันด๊ายยยยย !!!) รูปด้านล่างนี้เป็นรูปคนร้ายคะ สวมหน้ากากปิดจมูกเป็นบางครั้ง แล้วทำทีว่าไอคะ แถมยังสังเกตได้ว่าผู้หญิงคนนี้เหมือนจะรู้มุมกล้องวงจรปิดของห้างนี้ดี
บางครั้ง ปัญหาของคนอื่น เป็นเรื่องเล็กน้อย..ตราบใดที่คุณยัง "ไม่เจอมันกับตัวเอง"
                                                                                                                              ยืมล็อคอินคุณแฟนมาคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่