...เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องราวสมัยเรียนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว... (แค่อยากจะบ่นหรือระบายเท่านั้น ไม่มีสาระใดๆ)
*********************************************************************************
ภาค 1 >>
http://www.pantip.com/topic/30002236
ภาค 2 >>
http://www.pantip.com/topic/30003647
ภาค 3 >>
http://www.pantip.com/topic/30006201
... หลังจากที่ผมได้รู้จักกับน้องคนนี้ โดยที่เขาก็รู้ตัวมาตลอดเวลาว่าทำไมผมถึงมาทำความรู้จักกับเขา และที่ยังคุยอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร
ในใจผมคิดว่าเขาอาจจะรังเกียจ หรืออาจจะตัดความสัมพันธ์ของเราออกจากกันให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เรื่องมันไปไกลกว่านี้
แต่ไม่เลย น้องเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็คิดกับเราแค่เพื่อนมาโดยตลอด
... และแล้วก้ถึงเวลาปิดเทอม ทางเดียวที่เราจะติดต่อกันได้ก็มีแต่โทรศัพท์มือถือหากันเท่านั้น
ผมก็โทรหาเขาทุกวัน คุยอะไรไปเรื่อยๆเปื่อยๆ เขาเองก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน ในวันปกติก็จะมาโรงเรียนโดยให้แม่มาส่ง
เพราะว่าแม่ของน้องเขาขายของตอนเช้าด้วย น้องเขาเลยติดรถออกมากับแม่
มาโรงเรียนก็ไม่ได้มาทำอะไร มานั่งเล่น เดินเล่น หรือเดินหาหนังสือการ์ตูนอ่านไปวันๆเท่านั้น
พอ 10 โมงกว่าๆก็จะไปเล่นเกมที่ร้านหน้าโรงเรียน ทำแบบนี้อยู่ทุกวัน
ช่วงนั้นผมต้องทำโปรเจคจบปี 3 ก็เลยต้องไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ก็แอบมองน้องเขาเสมอ ตอนพักก็จะแอบไปดูว่าเขาทำอะไรอยู่
จนรู้ว่าวันๆหนึ่งน้องเขาทำอะไรบ้าง แล้วจะไปที่ไหนบ้าง วันไหนผมไม่เจอน้องเขาเลย ผมก็จะเดินตามหาตามสถานที่ที่คิดว่าน้องเขาจะไป
และก็เจอน้องเขาทุกครั้งที่ตามหา บางครั้งน้องเขาไปสถานที่แปลกๆที่ไม่เคยไปมา่ก่อน อย่างเช่นร้านเช่าหนังสือการ์ตูน
วันนั้นผมหาน้องเขายังไงก็หาไม่เจอ ตอนแรกก็เริ่มท้อไม่อยากตามหาแล้ว
ผมชอบแอบมองน้องเขา และน้องเขาก็ไม่รู้ว่าผมแอบตามดูน้องเขาตลอด เลยไม่อยากโทรไปถามว่าอยู่ที่ไหน
... จู่ๆ อะไรดลใจให้ผมเดินไปซอยข้างๆโรงเรียนที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็เลยไปเจอกับน้องเขาที่ร้านหนังสือเปิดใหม่พอดี แต่อยู่คนละฝั่งถนนกัน
ผมหันไปมองเจอน้องเขาอยู่หน้าร้านพอดี น้องเขาก็มองมาเห็นผมด้วยเช่นกัน ก็เลยตะโกนข้ามถนนเรียกกัน
ผมก็เลยข้ามถนนไปหา แล้วถามว่ามาทำอะไร ตามประสาไปเรื่อย
จนน้องเขาบอกว่าเบื่อแล้วไปเล่นเกมกัน ผมก็เลยตกลงไปเล่นเกมกับน้องเขา แต่วันนั้นเป็นวันปกติ เด็กนักเรียนเข้าร้านเกมก่อนเวลาไม่ได้
แต่มันก็ไม่ร้านที่สามารถเข้าได้ จะต้องเป็นร้านในซอยเล็กๆ หรือร้านที่ไม่มีใครมองเห็นได้ง่ายๆ
ผมก็เลยกลับเข้าโรงเรียนไปเอารถออกมารับน้องเขาไปร้านเนตด้วยกัน เราก็ต่างคนต่างนั่งเล่นเกมไปเรื่อยเปื่อย
ตอนแรกเราก็ต่างคนต่างเล่น ในขณะที่เล่นก็มีการพูดคุยว่านั่นเกมอะไร เล่นยากมั้ย สนุกมั้ยไปเรื่อย
จนเรามาเล่นเกมเดียวกันจนได้
... หลายวันต่อไป นอกจากเราจะเล่นเกมเดียวกันแล้ว กลับกลายเป้นว่าเรากลายเป็นบัดดี้คู่ซี้ในเกมกันไปสะงั้น
ตั้งชื่อตัวละครก็ต้องให้เหมือนกัน หรือคล้ายๆกันให้มากที่สุด
เวลสูงกว่าก็ไม่ได้ไม่งั้นไม่ได้ไปด้วยกัน ถ้าวันไหนไม่ได้มาเล่นด้วยกันก็จะเล่นเกมอื่นแทน
... ในช่วงปิดเทอมเราวนเวียนชีวิตอยู่แค่นี้ เช้าไปโรงเรียน กลางวันไปเล่นเนตด้วยกัน ตอนเย็นก็กลับบ้าน
บางครั้งก็ต้องไปส่งน้องเขาที่บ้าน เพราะว่าบางทีแม่เขาก็ไม่ยอมมารับ ก็เลยต้องพาไปส่ง
จนทำให้รู้ว่าบ้านน้องเขาอยู่ที่ไหน ในช่วงแรกๆก็ได้แค่ไปส่งบ้านตอนเย็นๆ
พอวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ น้องเข้าก็ไม่มีอะไรทำ ทีนี้กลายเป็นฝั่งน้องเขาที่โทรมาตามผม แต่ว่าโทรมาให้ไปรับเพื่ออกมาเล่นเกมเท่านั้น
ผมก็ไปรับเขาถึงบ้าน จนได้รู้จักกับน้องชายของเขาอีกคน เพราะน้องเขาก็จะออกมาเล่นด้วยเหมือนกัน
... แต่ทุกครั้งที่ออกมาเล่นเกมในวันหยุดผมจะต้องเป็นคนจ่ายค่าชั่วโมงให้ตลอด หากวันไหนน้องมาด้วยก็ต้องจ่ายเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว
แต่ผมก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือลำบากอะไร ยินดีที่จะทำให้น้องเขาเสมอ แต่เราไม่ได้เล่นเกมกันทั้งวันทั้งคืนหรอกนะ
บางครั้งเราก็เิลิกเล่นกันเร็ว เพราะรู้สึกเบื่อบ้าง อยากทำอย่างอื่นบ้าง
บางวันก็กลับบ้านเลย ผมพาน้องเขาไปส่งที่บ้าน และก็อยู่กับน้องเขาที่บ้านของน้องเขา เรานั่งดูการ์ตูน ดูหนังไปเรื่อย
จนได้รู้จักกับแม่และพ่อของน้องเขาอีก แม่เขาเป็นสาวเชียงใหม่ที่อกหักจากคนรักเก่า แล้วยังมีลูกติดอีก 2 คน
พ่อเขาเป็นชาวต่างชาติ เป็นพ่อเลี้ยงที่มาดูแลหัวใจให้แม่ของน้องเขาตอนที่อกหักใหม่ๆ จนได้มารักกันจนถึงทุกวันนี้
พ่อเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ส่วนแม่เป้นคนอารมณ์เย็นมากๆ สองคนนี้เลยอยู่ด้วยกันได้อย่างปกติ
... พ่อของน้องเขาค่อนข้างจะรักลูกมากเกินไป จนบางครั้งทำให้ลูกเขารู้สึกอึดอัด แต่แม่เป็นคนตามใจลูก
แม่เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า เขาคิดว่าตัวเองเป็นพ่อเลี้ยงแล้วกลัวว่าลูกจะคิดว่าเขาไม่รักก็เลยทำตัวดูเว่อร์ไปหน่อย
พอช่วงค่ำๆ ผมก็ร่วมทานอาหารเย็นกลับครอบครัวของเขาครบทั้งบ้านเลย
บางวันก็ได้ช่วงแม่เขาทำอาหารเหมือนกัน ทำเสร็จก็นั่งกิน นั่งคุยกันสนุกสนาน บางวันก็แอบเล่นไพ่กันสนุกๆ
... ผ่านมาสักระยะหนึ่ง โรงเรียนน้องของเขาก็เปิด น้องเขาต้องไปโรงเรียน แต่โรงเรียนของเรายังไม่เปิด
แม่ก็ต้องไปทำงานตอนเช้า พ่อก็ไปทำงานเหมือนกัน ก็เลยเหลือน้องเขาอยู่บ้านคนเดียว
ผมก็ไปหาที่บ้านและอยู่กับน้องเขาสองคน ในช่วงเวลาที่น้องเขาอยู่ที่บ้าน แม่ก็จะสั่งให้ล้างจาน ถูบ้าน ทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย
แต่น้องเขาไม่เคยทำเลยสักครั้ง ผมก็ไปล้างจานให้บ้าง ทำู้นทำนี่ให้บ้าง จนบ้านดูเรียบร้อย
แต่แม่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่ทำเป็นผม คิดว่าเป็นน้องเขามาโดยตลอด ผมก็ไม่เคยคิดอยากจะบอกด้วย
เพราะทำช่วยด้วยความเต็มใจ ด้วยใจที่รักน้องเขามาก
จนอยู่มาวันหนึ่ง วันนั้นน้องและแม่ก็ออกไปทำงานไปเรียนตามปกติ แต่พ่อเขาไม่ได้ไปทำงานนอหลับอยู่ที่ชั้นสอง
ผมก็มาที่บ้านเขาเป็นปกติ นั่งดูหนัง จนถึงเวลาทำความสะอาดบ้านอีกแล้ว
แต่วันนี้ผมไม่รู้ว่าพ่อเขาอยู่บ้าน จู่ๆพ่อเขาก็ตื่นแล้วลงมาเห็นผมกำลังล้างจานอยู่ในครัว
วันนั้นน้องเขาก็เลยโดนพ่อเล่นชุดใหญ่ไป หลักก็คงเพราะว่าทำไมให้คนอื่นมาล้างจาน แล้วทำไมตัวเองถึงไม่ทำเอง
... ชีวิตเราวนเวียนอยู่แค่นี้ในช่วงปิดเทอม พอถึงเวลาเปิดเทอมเราก็มาโรงเรียนกันตามปกติ
แต่การเปิดเทอมครั้งนี้ทำให้ชีวิตวุ่นวายมากไปอีก เมื่อรุ่นพี่ของน้องเขากลับมาจากฝึกงาน แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นผู้หญิงไม่สวยเท่าไร
มาชอบน้องเขาเหมือนกัน แล้วก็แสดงตัวตนให้ชาวโลกรับรู้ว่าเขาแอบชอบน้องคนนี้
แต่อย่างว่า ข่าวของผมมันไปไวกว่าสายน้ำ รุ่นพี่คนนั้นก็เลยรู้ว่ามีคู่แข่ง
แต่ในใจผมคิว่าเขาเป็นคู่แข่งของผมมากกว่า ผมจะเอาอะไรไปสู้เขาได้ แค่เรื่องเพศก็แพ้ขาดลอยแล้ว
แต่ที่หนักไปกว่านั้นรุ่นพี่คนนั้นเป็นเพื่อสนนิท ของเพื่อนเก่าเพื่อนในกลุ่มของผมอีกทีหนึ่ง
(เพื่อนสนิทของรุ่นพี่ที่แอบชอบน้องเขา เคยเรียนอยู่แผนกเดียวกับผม แต่เรียนไม่ไหว เลยขอย้ายแผนกไป)
งานเข้าละทีนี้ เพื่อนๆผมไม่รู้จะเข้าข้างใครดี ผมก็เพื่อนสนิท(แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก) อีกคนก็เพื่อนต่างแผนกสนิทพอๆกัน
เพื่อนๆก็เลยอยู่เฉยๆ ไม่เชียร์ใครทั้งนั้น ไม่ยุ่งเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน
แ่ต่ว่าเพื่อนอีกคนที่อยู่ห้องเดียวกับรุ่นพี่คนนั้น เชียร์เพื่อนตัวเองเต็มที่
(คนนั้นกับผม ไม่ไม่สนิทสนมกัน)
ไอคนเนี๊ย มันพยายามคิดแผน วางแผนทุกอย่างเพื่อนแยกผมกับน้องเขาออกจากกัน และเพื่อให้น้องเขากับเพื่อนมันได้อยู่ใกล้กัน
หลายอย่างมากที่มันทำ แต่ที่ผมจำได้มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมก็พาน้องเขาไปส่งที่บ้าน แล้วก็อยู่ที่บ้านน้องเขาด้วยกันจนเย็นเลย
ตอนนั้นในบ้านอยู่กันครบทั้งครอบครัว และผมรู้จักกับพ่อแม่น้องเขาอยู่แล้ว เลยอยู่ได้ไม่มีปัญหา
จู่ๆก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องน้องเขา เป็นโทรศัพท์จากรุ่นพี่ผู้หญิงคนที่แอบชอบน้องเขา
โทรมาบอกว่ารถเสีย น้ำมันหมดกลับบ้านไม่ได้ บอกให้น้องเขาช่วยออกไปดูรถให้หน่อยได้ไหม
น้องเขาก็เล่นด้วยซิครับ ขอกุญแจรถแม่แล้วรีบขี่รถออกไปหาเลย
ช่วงเวลานั้นผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมได้แต่รอน้องเขาอยู่ที่บ้านน้องเขาเอง ตอนนั้นน้องเขาหายไปนานมาก เป็นชั่วโมงได้เลย
ตอนนั้นผมคิดมากสุดๆ ไม่รู้ว่าอิรุ่นพี่คนนั้นมันจะอะไรนักหนา
พอน้องเขากลับมาก็ถามเรื่องราวว่าเป็นอย่างไง ก็เลยรู้ว่ารถน้ำมันหมด สตาร์ทเครื่องไม่ได้แค่นั้นแหละ
ผมก็เลยถามว่ารถเสียที่ไหน น้องเขาก็บอกว่าเสียที่ข้างๆโรงเรียน
(สรุปแล้วคือตรงที่รถมันเสียอะ ถ้าจูงไปสัก 2 ตึกก็ถีงร้านขายน้ำมันขวดแล้ว)
ในใจก็คิดว่าทำไมต้องโทรเรียกน้องเขาออกไป อีกใจก็คิดว่าทำไมออกไปนานจัง ระยะห่างมันแค่นี้เอง
แต่ก็ไม่กล้าถามน้องเขา กลัวว่าจะวุ่นวายมากเกินไป
... ตกค่ำก็กลับบ้านตัวเองตามปกติ พอวันต่อมาไปโรงเรียน ก็เจอกับรุ่นพี่คนนั้น อยู่กับเพื่อนคนที่พูดถึงตอนแรก
เพื่อนคนนั้นก็พยายามพูดดังๆว่าเมื่อวานน้องเขามาหาที่ข้าโรงเรียนด้วยแหละ ได้อยู่ด้วยกันคุยกันตั้งหลา่ยชั่วโมง
คล้ายๆจะประชดให้ผมได้ยืนว่าเขากำลังล้ำเส้นไปแล้วนะ แต่เขาไม่รู้ว่าวันนั้นผมอยู่กับน้องเขาที่บ้าน
ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร คิดสะว่าเสียงนกเสียงกา แต่ชีวิตผมกับน้องเขาก็ยังคงดำรงเหมือนเดิม
เย็นๆเล่นเกมด้วยกัน ค่ำก็ส่งน้องเขากลับบ้าน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมแปลกใจมาตลอดคือตอนอยู่ในบริเวณโรงเรียน น้องเข้าไม่เคยทักทายผมเลย ไม่เคยคุยเลย
เดินสวนกันก็ทำเหมือนคนไม่รู้จัก เดินผ่านไปเฉยๆ
แต่พอออกมานอกโรงเรียน น้องเขาติดผมมาก จะต้องโทรตาม ให้ไปรับบ้าง ให้ไปหาบ้าง ไปช้าหน่อยก็โดนวีนใส่สะงั้น
ชีวิตก็วนเวียนอยู่แค่นี้แหละในช่วงเปิดเทอม แต่ช่วงนั้นผมกับน้องเขาสนิทกันมาก
มากจนเป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั่ว ทุกคนมองว่าผมกับน้องเขาเป็นยิ่งกว่าเพื่อนรัก เป็นอะไรที่ชาตินี้จะหาเพื่อนทืี่ทใำห้กันขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้ว
แต่ผมกลับคิดว่า "เรายังสนิทกันไม่พอ" มาตลอดชีวิต...
(Y) อีกไม่เท่าไร..เรื่องร้ายๆก็จะจบ แต่ก็ไม่จบ (ภาค4)
*********************************************************************************
ภาค 1 >> http://www.pantip.com/topic/30002236
ภาค 2 >> http://www.pantip.com/topic/30003647
ภาค 3 >> http://www.pantip.com/topic/30006201
... หลังจากที่ผมได้รู้จักกับน้องคนนี้ โดยที่เขาก็รู้ตัวมาตลอดเวลาว่าทำไมผมถึงมาทำความรู้จักกับเขา และที่ยังคุยอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร
ในใจผมคิดว่าเขาอาจจะรังเกียจ หรืออาจจะตัดความสัมพันธ์ของเราออกจากกันให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เรื่องมันไปไกลกว่านี้
แต่ไม่เลย น้องเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็คิดกับเราแค่เพื่อนมาโดยตลอด
... และแล้วก้ถึงเวลาปิดเทอม ทางเดียวที่เราจะติดต่อกันได้ก็มีแต่โทรศัพท์มือถือหากันเท่านั้น
ผมก็โทรหาเขาทุกวัน คุยอะไรไปเรื่อยๆเปื่อยๆ เขาเองก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน ในวันปกติก็จะมาโรงเรียนโดยให้แม่มาส่ง
เพราะว่าแม่ของน้องเขาขายของตอนเช้าด้วย น้องเขาเลยติดรถออกมากับแม่
มาโรงเรียนก็ไม่ได้มาทำอะไร มานั่งเล่น เดินเล่น หรือเดินหาหนังสือการ์ตูนอ่านไปวันๆเท่านั้น
พอ 10 โมงกว่าๆก็จะไปเล่นเกมที่ร้านหน้าโรงเรียน ทำแบบนี้อยู่ทุกวัน
ช่วงนั้นผมต้องทำโปรเจคจบปี 3 ก็เลยต้องไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ก็แอบมองน้องเขาเสมอ ตอนพักก็จะแอบไปดูว่าเขาทำอะไรอยู่
จนรู้ว่าวันๆหนึ่งน้องเขาทำอะไรบ้าง แล้วจะไปที่ไหนบ้าง วันไหนผมไม่เจอน้องเขาเลย ผมก็จะเดินตามหาตามสถานที่ที่คิดว่าน้องเขาจะไป
และก็เจอน้องเขาทุกครั้งที่ตามหา บางครั้งน้องเขาไปสถานที่แปลกๆที่ไม่เคยไปมา่ก่อน อย่างเช่นร้านเช่าหนังสือการ์ตูน
วันนั้นผมหาน้องเขายังไงก็หาไม่เจอ ตอนแรกก็เริ่มท้อไม่อยากตามหาแล้ว
ผมชอบแอบมองน้องเขา และน้องเขาก็ไม่รู้ว่าผมแอบตามดูน้องเขาตลอด เลยไม่อยากโทรไปถามว่าอยู่ที่ไหน
... จู่ๆ อะไรดลใจให้ผมเดินไปซอยข้างๆโรงเรียนที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็เลยไปเจอกับน้องเขาที่ร้านหนังสือเปิดใหม่พอดี แต่อยู่คนละฝั่งถนนกัน
ผมหันไปมองเจอน้องเขาอยู่หน้าร้านพอดี น้องเขาก็มองมาเห็นผมด้วยเช่นกัน ก็เลยตะโกนข้ามถนนเรียกกัน
ผมก็เลยข้ามถนนไปหา แล้วถามว่ามาทำอะไร ตามประสาไปเรื่อย
จนน้องเขาบอกว่าเบื่อแล้วไปเล่นเกมกัน ผมก็เลยตกลงไปเล่นเกมกับน้องเขา แต่วันนั้นเป็นวันปกติ เด็กนักเรียนเข้าร้านเกมก่อนเวลาไม่ได้
แต่มันก็ไม่ร้านที่สามารถเข้าได้ จะต้องเป็นร้านในซอยเล็กๆ หรือร้านที่ไม่มีใครมองเห็นได้ง่ายๆ
ผมก็เลยกลับเข้าโรงเรียนไปเอารถออกมารับน้องเขาไปร้านเนตด้วยกัน เราก็ต่างคนต่างนั่งเล่นเกมไปเรื่อยเปื่อย
ตอนแรกเราก็ต่างคนต่างเล่น ในขณะที่เล่นก็มีการพูดคุยว่านั่นเกมอะไร เล่นยากมั้ย สนุกมั้ยไปเรื่อย
จนเรามาเล่นเกมเดียวกันจนได้
... หลายวันต่อไป นอกจากเราจะเล่นเกมเดียวกันแล้ว กลับกลายเป้นว่าเรากลายเป็นบัดดี้คู่ซี้ในเกมกันไปสะงั้น
ตั้งชื่อตัวละครก็ต้องให้เหมือนกัน หรือคล้ายๆกันให้มากที่สุด
เวลสูงกว่าก็ไม่ได้ไม่งั้นไม่ได้ไปด้วยกัน ถ้าวันไหนไม่ได้มาเล่นด้วยกันก็จะเล่นเกมอื่นแทน
... ในช่วงปิดเทอมเราวนเวียนชีวิตอยู่แค่นี้ เช้าไปโรงเรียน กลางวันไปเล่นเนตด้วยกัน ตอนเย็นก็กลับบ้าน
บางครั้งก็ต้องไปส่งน้องเขาที่บ้าน เพราะว่าบางทีแม่เขาก็ไม่ยอมมารับ ก็เลยต้องพาไปส่ง
จนทำให้รู้ว่าบ้านน้องเขาอยู่ที่ไหน ในช่วงแรกๆก็ได้แค่ไปส่งบ้านตอนเย็นๆ
พอวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ น้องเข้าก็ไม่มีอะไรทำ ทีนี้กลายเป็นฝั่งน้องเขาที่โทรมาตามผม แต่ว่าโทรมาให้ไปรับเพื่ออกมาเล่นเกมเท่านั้น
ผมก็ไปรับเขาถึงบ้าน จนได้รู้จักกับน้องชายของเขาอีกคน เพราะน้องเขาก็จะออกมาเล่นด้วยเหมือนกัน
... แต่ทุกครั้งที่ออกมาเล่นเกมในวันหยุดผมจะต้องเป็นคนจ่ายค่าชั่วโมงให้ตลอด หากวันไหนน้องมาด้วยก็ต้องจ่ายเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว
แต่ผมก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือลำบากอะไร ยินดีที่จะทำให้น้องเขาเสมอ แต่เราไม่ได้เล่นเกมกันทั้งวันทั้งคืนหรอกนะ
บางครั้งเราก็เิลิกเล่นกันเร็ว เพราะรู้สึกเบื่อบ้าง อยากทำอย่างอื่นบ้าง
บางวันก็กลับบ้านเลย ผมพาน้องเขาไปส่งที่บ้าน และก็อยู่กับน้องเขาที่บ้านของน้องเขา เรานั่งดูการ์ตูน ดูหนังไปเรื่อย
จนได้รู้จักกับแม่และพ่อของน้องเขาอีก แม่เขาเป็นสาวเชียงใหม่ที่อกหักจากคนรักเก่า แล้วยังมีลูกติดอีก 2 คน
พ่อเขาเป็นชาวต่างชาติ เป็นพ่อเลี้ยงที่มาดูแลหัวใจให้แม่ของน้องเขาตอนที่อกหักใหม่ๆ จนได้มารักกันจนถึงทุกวันนี้
พ่อเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ส่วนแม่เป้นคนอารมณ์เย็นมากๆ สองคนนี้เลยอยู่ด้วยกันได้อย่างปกติ
... พ่อของน้องเขาค่อนข้างจะรักลูกมากเกินไป จนบางครั้งทำให้ลูกเขารู้สึกอึดอัด แต่แม่เป็นคนตามใจลูก
แม่เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า เขาคิดว่าตัวเองเป็นพ่อเลี้ยงแล้วกลัวว่าลูกจะคิดว่าเขาไม่รักก็เลยทำตัวดูเว่อร์ไปหน่อย
พอช่วงค่ำๆ ผมก็ร่วมทานอาหารเย็นกลับครอบครัวของเขาครบทั้งบ้านเลย
บางวันก็ได้ช่วงแม่เขาทำอาหารเหมือนกัน ทำเสร็จก็นั่งกิน นั่งคุยกันสนุกสนาน บางวันก็แอบเล่นไพ่กันสนุกๆ
... ผ่านมาสักระยะหนึ่ง โรงเรียนน้องของเขาก็เปิด น้องเขาต้องไปโรงเรียน แต่โรงเรียนของเรายังไม่เปิด
แม่ก็ต้องไปทำงานตอนเช้า พ่อก็ไปทำงานเหมือนกัน ก็เลยเหลือน้องเขาอยู่บ้านคนเดียว
ผมก็ไปหาที่บ้านและอยู่กับน้องเขาสองคน ในช่วงเวลาที่น้องเขาอยู่ที่บ้าน แม่ก็จะสั่งให้ล้างจาน ถูบ้าน ทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย
แต่น้องเขาไม่เคยทำเลยสักครั้ง ผมก็ไปล้างจานให้บ้าง ทำู้นทำนี่ให้บ้าง จนบ้านดูเรียบร้อย
แต่แม่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่ทำเป็นผม คิดว่าเป็นน้องเขามาโดยตลอด ผมก็ไม่เคยคิดอยากจะบอกด้วย
เพราะทำช่วยด้วยความเต็มใจ ด้วยใจที่รักน้องเขามาก
จนอยู่มาวันหนึ่ง วันนั้นน้องและแม่ก็ออกไปทำงานไปเรียนตามปกติ แต่พ่อเขาไม่ได้ไปทำงานนอหลับอยู่ที่ชั้นสอง
ผมก็มาที่บ้านเขาเป็นปกติ นั่งดูหนัง จนถึงเวลาทำความสะอาดบ้านอีกแล้ว
แต่วันนี้ผมไม่รู้ว่าพ่อเขาอยู่บ้าน จู่ๆพ่อเขาก็ตื่นแล้วลงมาเห็นผมกำลังล้างจานอยู่ในครัว
วันนั้นน้องเขาก็เลยโดนพ่อเล่นชุดใหญ่ไป หลักก็คงเพราะว่าทำไมให้คนอื่นมาล้างจาน แล้วทำไมตัวเองถึงไม่ทำเอง
... ชีวิตเราวนเวียนอยู่แค่นี้ในช่วงปิดเทอม พอถึงเวลาเปิดเทอมเราก็มาโรงเรียนกันตามปกติ
แต่การเปิดเทอมครั้งนี้ทำให้ชีวิตวุ่นวายมากไปอีก เมื่อรุ่นพี่ของน้องเขากลับมาจากฝึกงาน แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นผู้หญิงไม่สวยเท่าไร
มาชอบน้องเขาเหมือนกัน แล้วก็แสดงตัวตนให้ชาวโลกรับรู้ว่าเขาแอบชอบน้องคนนี้
แต่อย่างว่า ข่าวของผมมันไปไวกว่าสายน้ำ รุ่นพี่คนนั้นก็เลยรู้ว่ามีคู่แข่ง
แต่ในใจผมคิว่าเขาเป็นคู่แข่งของผมมากกว่า ผมจะเอาอะไรไปสู้เขาได้ แค่เรื่องเพศก็แพ้ขาดลอยแล้ว
แต่ที่หนักไปกว่านั้นรุ่นพี่คนนั้นเป็นเพื่อสนนิท ของเพื่อนเก่าเพื่อนในกลุ่มของผมอีกทีหนึ่ง
(เพื่อนสนิทของรุ่นพี่ที่แอบชอบน้องเขา เคยเรียนอยู่แผนกเดียวกับผม แต่เรียนไม่ไหว เลยขอย้ายแผนกไป)
งานเข้าละทีนี้ เพื่อนๆผมไม่รู้จะเข้าข้างใครดี ผมก็เพื่อนสนิท(แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก) อีกคนก็เพื่อนต่างแผนกสนิทพอๆกัน
เพื่อนๆก็เลยอยู่เฉยๆ ไม่เชียร์ใครทั้งนั้น ไม่ยุ่งเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน
แ่ต่ว่าเพื่อนอีกคนที่อยู่ห้องเดียวกับรุ่นพี่คนนั้น เชียร์เพื่อนตัวเองเต็มที่
(คนนั้นกับผม ไม่ไม่สนิทสนมกัน)
ไอคนเนี๊ย มันพยายามคิดแผน วางแผนทุกอย่างเพื่อนแยกผมกับน้องเขาออกจากกัน และเพื่อให้น้องเขากับเพื่อนมันได้อยู่ใกล้กัน
หลายอย่างมากที่มันทำ แต่ที่ผมจำได้มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมก็พาน้องเขาไปส่งที่บ้าน แล้วก็อยู่ที่บ้านน้องเขาด้วยกันจนเย็นเลย
ตอนนั้นในบ้านอยู่กันครบทั้งครอบครัว และผมรู้จักกับพ่อแม่น้องเขาอยู่แล้ว เลยอยู่ได้ไม่มีปัญหา
จู่ๆก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องน้องเขา เป็นโทรศัพท์จากรุ่นพี่ผู้หญิงคนที่แอบชอบน้องเขา
โทรมาบอกว่ารถเสีย น้ำมันหมดกลับบ้านไม่ได้ บอกให้น้องเขาช่วยออกไปดูรถให้หน่อยได้ไหม
น้องเขาก็เล่นด้วยซิครับ ขอกุญแจรถแม่แล้วรีบขี่รถออกไปหาเลย
ช่วงเวลานั้นผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมได้แต่รอน้องเขาอยู่ที่บ้านน้องเขาเอง ตอนนั้นน้องเขาหายไปนานมาก เป็นชั่วโมงได้เลย
ตอนนั้นผมคิดมากสุดๆ ไม่รู้ว่าอิรุ่นพี่คนนั้นมันจะอะไรนักหนา
พอน้องเขากลับมาก็ถามเรื่องราวว่าเป็นอย่างไง ก็เลยรู้ว่ารถน้ำมันหมด สตาร์ทเครื่องไม่ได้แค่นั้นแหละ
ผมก็เลยถามว่ารถเสียที่ไหน น้องเขาก็บอกว่าเสียที่ข้างๆโรงเรียน
(สรุปแล้วคือตรงที่รถมันเสียอะ ถ้าจูงไปสัก 2 ตึกก็ถีงร้านขายน้ำมันขวดแล้ว)
ในใจก็คิดว่าทำไมต้องโทรเรียกน้องเขาออกไป อีกใจก็คิดว่าทำไมออกไปนานจัง ระยะห่างมันแค่นี้เอง
แต่ก็ไม่กล้าถามน้องเขา กลัวว่าจะวุ่นวายมากเกินไป
... ตกค่ำก็กลับบ้านตัวเองตามปกติ พอวันต่อมาไปโรงเรียน ก็เจอกับรุ่นพี่คนนั้น อยู่กับเพื่อนคนที่พูดถึงตอนแรก
เพื่อนคนนั้นก็พยายามพูดดังๆว่าเมื่อวานน้องเขามาหาที่ข้าโรงเรียนด้วยแหละ ได้อยู่ด้วยกันคุยกันตั้งหลา่ยชั่วโมง
คล้ายๆจะประชดให้ผมได้ยืนว่าเขากำลังล้ำเส้นไปแล้วนะ แต่เขาไม่รู้ว่าวันนั้นผมอยู่กับน้องเขาที่บ้าน
ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร คิดสะว่าเสียงนกเสียงกา แต่ชีวิตผมกับน้องเขาก็ยังคงดำรงเหมือนเดิม
เย็นๆเล่นเกมด้วยกัน ค่ำก็ส่งน้องเขากลับบ้าน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมแปลกใจมาตลอดคือตอนอยู่ในบริเวณโรงเรียน น้องเข้าไม่เคยทักทายผมเลย ไม่เคยคุยเลย
เดินสวนกันก็ทำเหมือนคนไม่รู้จัก เดินผ่านไปเฉยๆ
แต่พอออกมานอกโรงเรียน น้องเขาติดผมมาก จะต้องโทรตาม ให้ไปรับบ้าง ให้ไปหาบ้าง ไปช้าหน่อยก็โดนวีนใส่สะงั้น
ชีวิตก็วนเวียนอยู่แค่นี้แหละในช่วงเปิดเทอม แต่ช่วงนั้นผมกับน้องเขาสนิทกันมาก
มากจนเป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั่ว ทุกคนมองว่าผมกับน้องเขาเป็นยิ่งกว่าเพื่อนรัก เป็นอะไรที่ชาตินี้จะหาเพื่อนทืี่ทใำห้กันขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้ว
แต่ผมกลับคิดว่า "เรายังสนิทกันไม่พอ" มาตลอดชีวิต...