จู่ๆ ก็มีพี่ที่กองซึ่งเป็นคนเดินเอกสาร(อดีต พนักงานขับรถ) อายุน่าจะ 40 ต้นๆ ฐานะไม่ค่อยดี มาจีบ เริ่มต้นด้วย ปลายปีที่แล้วช่วงปีใหม่ จู่ๆ แกก็โทรเข้ามาที่มือถือ (ดิฉันเห็นเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยก็นึกว่า น้องที่ทำงานโทรมาเรื่องงาน ก็รับ) ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายขอสายดิฉัน พอดิฉันถามว่าใครก็วางสายไป ดิฉันเลยบ่นกับคุณแม่ที่นั่งอยู่ในรถด้วยกันว่า โรคจิตหรือเปล่า โทรมาแล้วไม่พูด คุณแม่ก็หัวเราะ
สักพักก็มี message เข้ามาจากเบอร์เมื่อครู่ บอกว่าเขาไม่ได้เป็นโรคจิต แค่อยากรู้จักดิฉันให้มากขึ้น แต่ไม่กล้าคุย ซึ่งตอนแรกดิฉันก็ตกใจว่าเขาได้ยินที่ดิฉันบ่นกับคุณแม่ได้อย่างไร เพราะเห็นว่า call end แล้ว
ดิฉันเลยโทรกลับไปด้วยความอยากรู้ว่าคนๆ นี้เป็นใคร ปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง ดิฉันก็เลยไม่ได้ทำการใดๆ แต่ก็รำคาญเล็กๆ
พอวันปีใหม่เขาก็ส่งข้อความมา อวยพร โน่น นี่ นั่น บอกว่าที่ดิฉันโทรไปวันนั้นแล้วเหมือนปิดเครื่องเพราะบริเวณที่เขาอยู่ไม่มีสัญญาณ แล้วก็มีข้อความจากผู้ชายคนนี้มาเรื่อยๆ บ่อยๆ
จนวันหนึ่งดิฉันขับรถอยู่ เขาก็โทรเข้ามา อารามกำลังกังวลเรื่องบ้านที่ deal ไว้ นึกว่าบริษัทบ้านโทรเข้ามาเลยกดรับโดยที่จำไม่ได้ว่าเป็นเบอร์ของผู้ชายคนนี้
เขาก็บอกชื่อว่าชื่อหนึ่ง เป็นพนักงานเดินเอกสารและเป็นเขาเองที่โทรหาดิฉันและส่ง message ไปบ่อยๆ และกล่าวขอโทษ บอกว่าไปค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของดิฉันมาจากระบบงานสารบรรณ และบอกว่าจะไม่คิดอะไรกับดิฉันอีก
แต่หลังจากนั้น เขาก็ยังโทรหาดิฉัน ครั้งแรกๆ 1-2 ครั้งดิฉันก็รับ เพราะยังไงก็เป็นพี่ที่ทำงาน ต้องเห็นหน้ากันทุกวัน แต่พอเริ่มคุยแบบออกไปในแนวอยากรู้เรื่องส่วนตัว แบบคนเริ่มจีบ ดิฉันก็ไม่คุย ไม่รับแล้ว
แต่เขาก็ยังโทรมาเรื่อยๆ จนวันวาเลนไทน์ เขาก็ยังโทรมา ดิฉันเลยตัดสินใจรับ และถามว่ามีอะไร เขาก็บอกว่าโทรมา happy valentine
ดิฉันบอก ขอบคุณ
เขาก็ถามต่อว่าทานข้าวหรือยัง ดิฉันขับรถอยู่ก็เลยเปิดกระจกรถ ทำทีเหมือนว่าอยู่ในกลุ่มคน แล้วบอกว่าทานข้าวอยู่กับเพื่อนเนี่ยค่ะ (เพื่อสร้างสถานการณ์เสมือนว่าดิฉันกำลัง dinner อยู่กับแฟน แต่จริงๆ ดิฉันโสด)
เขาก็วางไป หลังจากนั้นก็เงียบหายไปเป็น 2 เดือน ระหว่างนั้นเจอกันที่กอง ดิฉันก็ทำเป็นเฉยๆ กว่าแต่ก่อน ไม่มอง ไม่ยิ้ม ไม่ทัก จนครบสามเดือน ดิฉันก็คิดว่าเขาคงทำใจไม่คิดอะไรกับดิฉันได้แล้ว ก็เลยลองทักบ้าง ปรากฏว่าพอเริ่มทักปั๊บ เย็นวันนั้นเขาก็โทรหาดิฉันทันที ดิฉันเลยตัดสินใจตั้งแต่วันนั้นว่า จะทำเป็นเหมือนคนที่ไม่รู้จักเขา จะได้ไม่ทำให้เขาคิดมากอีก
เพื่อนๆ ว่าดิฉันทำถูกต้องหรือไม่ และถ้าเป็นเพื่อนๆ หากมีพนักงานเดินเอกสารมาจีบจะรู้สึกอย่างไร
ดิฉันอายุ 38 เพิ่งเลิกกับแฟนมาได้ปีกว่าๆ ยังไม่คิดมีแฟนใหม่ ถ้าจะมีคงจะคบคนที่พอจะหาเลี้ยงดิฉันได้ หรือ support ในสิ่งที่ดิฉันขาดมากกว่าจะหาภาระเพิ่มด้วยการคิดอุ้มชู คนที่เงินเดือนน้อยกว่าดิฉันมาก โดยดิฉันต้องคอยช่วยเหลือเขาในด้านต่างๆ และดูฐานะทางสังคมก็ดูด้อยกว่า (ขอโทษนะคะ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขามาจีบดิฉัน ทั้งๆ ที่เราต่างกันมาก หรือดิฉันวางตัวไม่ดี ไม่เหมาะสม ไม่ไว้ตัว พูดคุยกับพนักงานขับรถมากกว่าพนักงานคนอื่นในระดับเดียวกับดิฉันที่มักจะนั่งเชิดๆ พูดด้วยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เป็นเพื่อนๆ จะรู้สึกอย่างไร และวางตัวอย่างไรต่อไปคะ
ถ้าคุณเป็นข้าราชการ ซี 7 โสด หน้าตาดี แล้วมีพนักงานเดินเอกสารมาจีบคุณจะรู้สึกอย่างไรคะ
สักพักก็มี message เข้ามาจากเบอร์เมื่อครู่ บอกว่าเขาไม่ได้เป็นโรคจิต แค่อยากรู้จักดิฉันให้มากขึ้น แต่ไม่กล้าคุย ซึ่งตอนแรกดิฉันก็ตกใจว่าเขาได้ยินที่ดิฉันบ่นกับคุณแม่ได้อย่างไร เพราะเห็นว่า call end แล้ว
ดิฉันเลยโทรกลับไปด้วยความอยากรู้ว่าคนๆ นี้เป็นใคร ปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง ดิฉันก็เลยไม่ได้ทำการใดๆ แต่ก็รำคาญเล็กๆ
พอวันปีใหม่เขาก็ส่งข้อความมา อวยพร โน่น นี่ นั่น บอกว่าที่ดิฉันโทรไปวันนั้นแล้วเหมือนปิดเครื่องเพราะบริเวณที่เขาอยู่ไม่มีสัญญาณ แล้วก็มีข้อความจากผู้ชายคนนี้มาเรื่อยๆ บ่อยๆ
จนวันหนึ่งดิฉันขับรถอยู่ เขาก็โทรเข้ามา อารามกำลังกังวลเรื่องบ้านที่ deal ไว้ นึกว่าบริษัทบ้านโทรเข้ามาเลยกดรับโดยที่จำไม่ได้ว่าเป็นเบอร์ของผู้ชายคนนี้
เขาก็บอกชื่อว่าชื่อหนึ่ง เป็นพนักงานเดินเอกสารและเป็นเขาเองที่โทรหาดิฉันและส่ง message ไปบ่อยๆ และกล่าวขอโทษ บอกว่าไปค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของดิฉันมาจากระบบงานสารบรรณ และบอกว่าจะไม่คิดอะไรกับดิฉันอีก
แต่หลังจากนั้น เขาก็ยังโทรหาดิฉัน ครั้งแรกๆ 1-2 ครั้งดิฉันก็รับ เพราะยังไงก็เป็นพี่ที่ทำงาน ต้องเห็นหน้ากันทุกวัน แต่พอเริ่มคุยแบบออกไปในแนวอยากรู้เรื่องส่วนตัว แบบคนเริ่มจีบ ดิฉันก็ไม่คุย ไม่รับแล้ว
แต่เขาก็ยังโทรมาเรื่อยๆ จนวันวาเลนไทน์ เขาก็ยังโทรมา ดิฉันเลยตัดสินใจรับ และถามว่ามีอะไร เขาก็บอกว่าโทรมา happy valentine
ดิฉันบอก ขอบคุณ
เขาก็ถามต่อว่าทานข้าวหรือยัง ดิฉันขับรถอยู่ก็เลยเปิดกระจกรถ ทำทีเหมือนว่าอยู่ในกลุ่มคน แล้วบอกว่าทานข้าวอยู่กับเพื่อนเนี่ยค่ะ (เพื่อสร้างสถานการณ์เสมือนว่าดิฉันกำลัง dinner อยู่กับแฟน แต่จริงๆ ดิฉันโสด)
เขาก็วางไป หลังจากนั้นก็เงียบหายไปเป็น 2 เดือน ระหว่างนั้นเจอกันที่กอง ดิฉันก็ทำเป็นเฉยๆ กว่าแต่ก่อน ไม่มอง ไม่ยิ้ม ไม่ทัก จนครบสามเดือน ดิฉันก็คิดว่าเขาคงทำใจไม่คิดอะไรกับดิฉันได้แล้ว ก็เลยลองทักบ้าง ปรากฏว่าพอเริ่มทักปั๊บ เย็นวันนั้นเขาก็โทรหาดิฉันทันที ดิฉันเลยตัดสินใจตั้งแต่วันนั้นว่า จะทำเป็นเหมือนคนที่ไม่รู้จักเขา จะได้ไม่ทำให้เขาคิดมากอีก
เพื่อนๆ ว่าดิฉันทำถูกต้องหรือไม่ และถ้าเป็นเพื่อนๆ หากมีพนักงานเดินเอกสารมาจีบจะรู้สึกอย่างไร
ดิฉันอายุ 38 เพิ่งเลิกกับแฟนมาได้ปีกว่าๆ ยังไม่คิดมีแฟนใหม่ ถ้าจะมีคงจะคบคนที่พอจะหาเลี้ยงดิฉันได้ หรือ support ในสิ่งที่ดิฉันขาดมากกว่าจะหาภาระเพิ่มด้วยการคิดอุ้มชู คนที่เงินเดือนน้อยกว่าดิฉันมาก โดยดิฉันต้องคอยช่วยเหลือเขาในด้านต่างๆ และดูฐานะทางสังคมก็ดูด้อยกว่า (ขอโทษนะคะ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขามาจีบดิฉัน ทั้งๆ ที่เราต่างกันมาก หรือดิฉันวางตัวไม่ดี ไม่เหมาะสม ไม่ไว้ตัว พูดคุยกับพนักงานขับรถมากกว่าพนักงานคนอื่นในระดับเดียวกับดิฉันที่มักจะนั่งเชิดๆ พูดด้วยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เป็นเพื่อนๆ จะรู้สึกอย่างไร และวางตัวอย่างไรต่อไปคะ