สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกๆคนเลยที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ นี่เป็นครั้งแรกของการเขียนประสบการณ์ที่เผยแพร่ต่อคนอื่นๆขอเรียกตัวเองว่า
"เด็กเคมบริดจ์" ฮ่าๆๆ ไม่ได้เรียนมหาลัยนี้หรอก แต่แค่เรียนซัมเมอร์ที่เมืองนี้ก็เท่านั้น อยากให้ทุกคนที่มีความฝันอยากมาเรียนที่อังกฤษ โดยเฉพาะคนที่อยากสัมผัสสิ่งที่แตกต่างจากLondon ได้เก็บCambridgeไว้ในใจสักนิดนึงนะ
เรื่องราวต่อจากนี้หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้ ความสนุกสนาน สาระที่ปนความไร้สาระบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ อิๆๆ
การเตรียมตัว
เราเตรียมตัวมาเกือบ1ปี เลือกหาสถาบันที่ถือว่าเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด ส่วนเมืองCambridge โดยส่วนตัวชอบมากมาตั้งแต่เด็ก เหตุจากการดูซีรี่ย์เกาหลีตอนเด็ก พระเอกกะนางเอกเจอกันที่นี่
ฟินมากๆ เลยคิดว่าตัวเองเป็นนางเอก 5555 เลยตัดสินใจบอกเพื่อนสนิทชวนกันมาด้วยกัน เลือกมาช่วงปิดเทอมใหญ่มหาวิทยาลัย ได้ฤกษ์10อาทิตย์ ดูเหมือนนาน แต่จริงๆแล้ว กระพริบตาเดียวจริงๆ ทำไมเราคิดแบบนั้นอ่ะเหรอ เดี๋ยวจะรู้หลังจากอ่านต่อไป
และแล้ววันนี้ก็มาถึง เราไปของการบินไทย แนะนำว่าให้ซื้อล่วงหน้าไว้มากๆๆ เพราะราคาจะต่างกันเยอะ เราซื้อก่อนไป3เดือน ราคาก็เริ่มเยอะแล้ว บินตอนตีหนึ่งกว่าๆ วันที่ไปมีเพื่อนไปอีก2คน คือเพื่อนสนิทเรา กับรุ่นพี่อีก1คนที่ไปเมืองเดียวกัน เด็กเคมบริดจ์3คน พร้อมเดินทาง
..... ใช้เวลาบิน12ชั่วโมง..... นานมากๆ แต่เรานอนเกือบ9ชั่วโมง คือไม่มีการJetlagแน่นอน ว่างั้น5555 เชื่อหรือไม่ว่า การนอน9ชั่วโมงของเราและเพื่อน จะเกิดการขาดทุนที่ยิ่งใหญ่ คือแบบว่า ตอนลงจากเครื่องมารุ่นพี่ก็คุยเรื่องอาหารบนเครื่องบินว่า “ได้กินอะไรกันบ้าง? พี่ชอบกินแพนเค้กนะ อร่อยดี” ตัดภาพมาที่เราสองคน “แกๆ มันมีอาหารนี้บนเครื่องด้วยหรอฟ่ะ?”
“เอ่อๆ มันมีด้วยหรอพี่ ไม่เห็นได้กินเลย” แล้วเราสองคนก็ได้รู้ว่า อาหารบนเครื่องบิน มีเสิร์ฟสองรอบ แต่ทว่ารอบแรก หลับเป็นตายทั้งคู่ ฝรั่งคนนึงที่นั่งข้างๆก็ไม่ยอมปลุกเราเล้ย
สรุปพลาดทั้งคู่ TTเซ็งแปบ

การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

วิวสวยๆ เห็นแม่น้ำเทมส์กันไหม?
Welcome to the UK
เราถึงสนามบินHeathrow ประมาน6โมงกว่าๆ เวลาต่างกับไทย7ชั่วโมง ตรวจคนเข้าเมือง รอรับกระเป๋าใบโต เข็นรถคนละคัน หาคนขับรถที่มารับ เสียเวลาก็อันหลังนี่แหล่ะ นึกว่าโดนทิ้งซะแล้ว อากาศกำลังดีนะ ลมเย็นๆ นั่งแทกซี่เบนซ์กันเลยจ้าาา Let’s go to Cambridge ระหว่างทางก็ตื่นเต้นกับการจะได้เจอโฮสต์ เจอแล้วจะพูดไรดี ตื่นเต้นมาก
..... ผ่านไป2ชั่วโมง ....
เราก็มาถึงบ้านใหม่เรา ซึ่งบ้านโฮสต์เราอยู่Cambourne ออกห่างจากเมืองCambridge ประมาณ45นาที(รถบัส) 3คนที่มา เราลงคนแรก คนขับรถลงมาส่ง เคาะประตู สักพักก็เจอโฮสต์ วันนั้นคนเปิดประตูคือลูกชายโฮสต์คนโต เค้ารอเราอยู่บ้าน เข้าไปแบกกระเป๋าใบโต ขึ้นไปชั้น3 บ้านเรารับเด็กมา3คน มี2ห้องนอน มีsingleกับdouble เราอยู่ห้องdouble ซึ่งลูกโฮสต์ก็แนะนำบ้าน ของต่างๆ ห้องต่างๆ ให้เรา พอเสร็จเราก็จัดของ สักพักเมทเราก็มา เธอมาจากชิลี พูดสเปน ส่วนเมทอีกคนมาจากจีน ดีใจนะเจอคนเอเชีย 5555 วันแรกเราจะวุ่นๆกับการเติมเงินซิมการ์ด โฮสต์เป็นคนพาไปซื้อบัตรเติมเงินให้ แนะนำซุปเปอร์มาร์เกต ป้ายรถเมล์ กว่าจะได้กินอาหารมื้อแรกปาไปเกือบ1ทุ่ม ตอนเราไปซุปเปอร์กับโฮสต์ เราเลยซื้อสตอเบอรี่มา1กล่อง กับซูชิ ซึ่งสตอเบอรี่เปรี้ยว ซูชิไม่หร่อยเลย สรุปโอ๊ยหิวมาก รอเวลาโฮสต์ผู้ชายทำอาหาร แต่คุณผู้อ่านคะ วันที่เราไปทีมเชลซีกับทีมไทยแข่งบอลกันที่ไทย ตอนก่อนมาที่นี่ เราจะได้ใบข้อมูลบ้านของเราก่อน เขียนไว้ว่า โฮสต์เราทั้งบ้านชอบฟุตบอลมาก เราก็นั่งทายกับน้องชายเราอยู่เลยว่า จะชอบทีมไรหว่า? สรุปมาวันนี้ คำถามที่ค้างคาใจก็ค้นพบว่า เชลซีนี่เอง 555 ถามว่าเกร็งไหม ที่นั่งดูบอลกับโฮสต์ตอนนั้น บอกเลยว่า โคดๆ แบบถ้าไทยเล่นดีกว่าเชลซี โฮสต์จะเป็นยังไงกับเรา แต่ที่รู้ๆ ไทยแพ้อยู่แระล่ะ เลยโล่งใจไป อาหารมื้อแรกอร่อยมาก ไก่อบบาร์บิคิว มันฝรั่ง สลัด อิ่มอยู่นะ หลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆๆๆ โฮสต์ผู้หญิงก็กลับมาบ้าน เสียงตะโกนเรียก “Girls" ดังมาก เรียกให้เรากับเมทชิลีลงไปหา แนะนำตัวไรทำนองนี้ โฮสต์แต่งตัวดูไฮโซมาก ก็เพราะเธอเป็นผจก.Mark&Spencerไง เธอก็กอด พูดอังกฤษรัวๆๆๆๆใส่เรากับเมท เอาจริงๆป่ะ ฟังไม่ค่อยออก จับได้เป็นคำๆ ยิ่งทำให้เกร็งฉิบๆๆ พูดไม่ออกเท่าไหร่ แต่นางชมเราว่าเราพูดโอเคอยู่นะ (หราาา?555) จากนั้นก็พาไปแนะนำการอยู่ที่บ้านนี้ว่าต้องทำตัวยังไง ซักผ้าได้วันไหน บลาๆ รัวๆใส่ ก็พอเข้าใจอยู่ เห้ออออ เหนื่อยมากจริงๆ จบวันที่1 ZzZzZz

ตื่นเต้นมาก โฮสต์จะหน้าตายังไงน๊า??

บ้านสวยอ่า ชอบๆ

ห้องนอนอย่างหวานอ่ะ จองนอนข้างหน้าต่างก่อนเลย

หลังบ้านเราเอง วิวดีๆ

เชลซี-ไทย นั่งกินสตอเบอรี่ไปอย่างเกร็งๆ ฮ่าๆๆ

ไม่หร่อยเลย สักอย่าง
ที่พักอยู่อาศัย
โรงเรียนของเรามีให้พักอยู่2แบบ คือ host familyกับresident มันต่างกันเกือบๆทุกอย่าง แล้วแต่คนจะชอบ หากอยากอยู่แบบด้วยตัวเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง รักอิสระ อยากอยู่ใกล้ๆเมือง ก็อยู่แบบที่2 แต่ราคาจะต่างกันมาก มันจะแพงกว่าแบบแรก ไม่รุทำไม สงสัยมันส่วนตัวมั้ง5555 เราก็มีเพื่อนอยู่แบบนี้เหมือนกัน เค้าก็ชอบกันนะ เพราะได้ปั่นจักรยานไปโรงเรียนเองได้ ส่วนเราเลือกมาอยู่กับโฮสต์เพราะคิดว่า เราจะได้ซึมซับความเป็นบริติชทุกๆอย่าง ทั้งภาษา อาหาร การใช้ชีวิต ส่วนตัวเรามีปัญหากับการออกเสียงศัพท์บางตัว MirrorกับTeacher นี่โดนล้อตลอด เราก็ให้โฮสต์สอน สรุปว่าสอนกันทั้งบ้าน ตั้งแต่เมทคนจีน เมทสเปน โฮสต์ทั้งสองคน เอาจริงๆ อายมาก แบบเค้าขำกันตลอด แต่ถ้าอายก็อดได้วิชา ก็คิดว่า เออๆขำกันไปเถอะ ชิส์ๆ 555 ข้อดีของการอยู่กับโฮสต์ก็ดีตรงนี้ด้วยล่ะ ส่วนหนึ่งๆ แล้วก็ไม่เหงาและหว้าเหว่ด้วย อันนี้เฉพาะบางบ้านนะ บ้านเราเฮฮามากๆๆๆ แฟนพันธุ์แท้ฟุตบอลอีก สรุปบ้านไม่เหงาเบย

ทางเดินไปบ้าน Cambourne

เพื่อนบ้านเปิดประตูบ้านพอดีเลย!!

หน้าบ้านตอนกลางคืน

ทะเลสาบในหมู่บ้าน สวยมาก

มาทิวเขาหลังหมู่บ้าน กะเพื่อนๆ
สำรวจเส้นทางของเด็กเคมบริดจ์
วันต่อมา เราแพลนกับพี่และเพื่อนว่าจะไปสำรวจโรงเรียนก่อนเปิดเรียน1วัน ตื่นเช้า อาบน้ำ ลงมากินซีเรียลที่ไม่อิ่ม เดินทางไปเมืองกับเมทคนจีน โดยรถบัสสาย18 (มีสาย4ด้วย)
Cambourne-city centre ค่าโดยสารเราซื้อเป็นอาทิตย์ อาทิตย์ละ24.50ปอนด์ (ก็แพงอยู่นะ คูน56) แต่ๆ สามารถใช้กับรถทุกสายในเมือง เพียงโชว์บัตร ผ่านไปเกือบ1ชั่วโมง ถึงแล้วCity centre พอลงจากรถก็เจอเพื่อน เสร็จก็ถามทางเมทจีนเพื่อไปโรงเรียน สรุป หลงทาง4ชั่วโมง คือไปคนละทิศทางกะโรงเรียน เดินวนในเมืองไปมา น้ำตาจิไหล ฝนก็ตกปรอยๆ ข้าวกลางวันก็ไม่ได้กิน ชีวิตในอังกฤษใครว่าจะสวยหรู 5555 หลังจากหลงทางไปมา ถามทางตลอดทาง ก็เดินเจอโรงเรียนสักที แต่การหลงทางใครว่าจะแย่เสมอไป จริงไหม? เจอคนมากมายที่ใจดี วิวสวยๆของCambridge (ตัดภาพ มีซีรี่ย์เกาหลีขึ้นในหัว) พอเสร็จภารกิจ ก็นัดเจอรุ่นพี่ที่มาด้วยกัน พี่เค้าดีหน่อย โฮสต์ขับรถพามาส่ง พามาดูโรงเรียน (ตัดภาพที่โฮสต์เรา ฮ่าๆๆ) พอระบายเรื่องราวหลงทางกับพี่คนนั้นเสร็จ พี่เค้าก็พาไปกินอาหารไทย OMG!!! มันใช่อ่ะ ผัดพริกเผากับเส้นสปาเกตตี้เนื่องจากข้าวหมด แต่ไม่เป็นไร อร่อยมาก ร้านที่มากินชื่อร้าน noodle bar เจ้าของร้านชื่อ พี่เบิร์ด ใจดีมาก ป้าๆที่ร้านก็ใจดี คนไทยอ่ะเนอะเจอกันต่างแดนเหมือนเจอญาติที่หายไป ดีใจกันมากๆ กับข้าวร้านนี้ ราคาไม่แพง กับราดข้าวมีไข่ดาว ราคา5ปอนด์ อย่างอิ่ม ใครมาเคมบริดจ์อย่าลืมแวะนะ (เส้นทางอยากรู้ทิ้งข้อความไว้จะบอกๆ) เราจะไม่ลืมวันนี้จริงๆ “วันแห่งการหลงทางที่นานที่สุดในชีวิต” พอกลับบ้านโฮสต์ถามเป็นไงบ้าง? หึๆๆ เล่าว่า หลงทาง4ชั่วโมง ขำ+ช๊อกทั้งบ้าน ยิ่งเมทคนจีนนี่ โดนเราบ่นใส่เลย ชี้ทางให้ผิดอ่ะ
แต่ก็สนุกดีนะ เราก็กล่าวทิ้งท้ายในมื้อเย็นนั้น จบวัน.
ปล. วันนี้เพิ่งรู้ว่า ลงรถ ภาษาอังกฤษ คือคำว่า “Get off” ฮ่าๆๆๆ

บัตรรถบัสใบแรก ใช้ได้ทั่วเมือง

ถึงแย้ว city centre

MAP Cambridge

หลงทางง่าาาา

Noodle bar ร้านโปรด

อาหารไทยมื้อแรก 5 ปอนด์
Diary of Dekcambridge ประสบการณ์ซัมเมอร์คอร์สครั้งแรกที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ Part1
"เด็กเคมบริดจ์" ฮ่าๆๆ ไม่ได้เรียนมหาลัยนี้หรอก แต่แค่เรียนซัมเมอร์ที่เมืองนี้ก็เท่านั้น อยากให้ทุกคนที่มีความฝันอยากมาเรียนที่อังกฤษ โดยเฉพาะคนที่อยากสัมผัสสิ่งที่แตกต่างจากLondon ได้เก็บCambridgeไว้ในใจสักนิดนึงนะ
เรื่องราวต่อจากนี้หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้ ความสนุกสนาน สาระที่ปนความไร้สาระบ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ อิๆๆ
การเตรียมตัว
เราเตรียมตัวมาเกือบ1ปี เลือกหาสถาบันที่ถือว่าเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด ส่วนเมืองCambridge โดยส่วนตัวชอบมากมาตั้งแต่เด็ก เหตุจากการดูซีรี่ย์เกาหลีตอนเด็ก พระเอกกะนางเอกเจอกันที่นี่
ฟินมากๆ เลยคิดว่าตัวเองเป็นนางเอก 5555 เลยตัดสินใจบอกเพื่อนสนิทชวนกันมาด้วยกัน เลือกมาช่วงปิดเทอมใหญ่มหาวิทยาลัย ได้ฤกษ์10อาทิตย์ ดูเหมือนนาน แต่จริงๆแล้ว กระพริบตาเดียวจริงๆ ทำไมเราคิดแบบนั้นอ่ะเหรอ เดี๋ยวจะรู้หลังจากอ่านต่อไป
และแล้ววันนี้ก็มาถึง เราไปของการบินไทย แนะนำว่าให้ซื้อล่วงหน้าไว้มากๆๆ เพราะราคาจะต่างกันเยอะ เราซื้อก่อนไป3เดือน ราคาก็เริ่มเยอะแล้ว บินตอนตีหนึ่งกว่าๆ วันที่ไปมีเพื่อนไปอีก2คน คือเพื่อนสนิทเรา กับรุ่นพี่อีก1คนที่ไปเมืองเดียวกัน เด็กเคมบริดจ์3คน พร้อมเดินทาง
..... ใช้เวลาบิน12ชั่วโมง..... นานมากๆ แต่เรานอนเกือบ9ชั่วโมง คือไม่มีการJetlagแน่นอน ว่างั้น5555 เชื่อหรือไม่ว่า การนอน9ชั่วโมงของเราและเพื่อน จะเกิดการขาดทุนที่ยิ่งใหญ่ คือแบบว่า ตอนลงจากเครื่องมารุ่นพี่ก็คุยเรื่องอาหารบนเครื่องบินว่า “ได้กินอะไรกันบ้าง? พี่ชอบกินแพนเค้กนะ อร่อยดี” ตัดภาพมาที่เราสองคน “แกๆ มันมีอาหารนี้บนเครื่องด้วยหรอฟ่ะ?”
“เอ่อๆ มันมีด้วยหรอพี่ ไม่เห็นได้กินเลย” แล้วเราสองคนก็ได้รู้ว่า อาหารบนเครื่องบิน มีเสิร์ฟสองรอบ แต่ทว่ารอบแรก หลับเป็นตายทั้งคู่ ฝรั่งคนนึงที่นั่งข้างๆก็ไม่ยอมปลุกเราเล้ย
สรุปพลาดทั้งคู่ TTเซ็งแปบ
การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า
วิวสวยๆ เห็นแม่น้ำเทมส์กันไหม?
Welcome to the UK
เราถึงสนามบินHeathrow ประมาน6โมงกว่าๆ เวลาต่างกับไทย7ชั่วโมง ตรวจคนเข้าเมือง รอรับกระเป๋าใบโต เข็นรถคนละคัน หาคนขับรถที่มารับ เสียเวลาก็อันหลังนี่แหล่ะ นึกว่าโดนทิ้งซะแล้ว อากาศกำลังดีนะ ลมเย็นๆ นั่งแทกซี่เบนซ์กันเลยจ้าาา Let’s go to Cambridge ระหว่างทางก็ตื่นเต้นกับการจะได้เจอโฮสต์ เจอแล้วจะพูดไรดี ตื่นเต้นมาก
..... ผ่านไป2ชั่วโมง ....
เราก็มาถึงบ้านใหม่เรา ซึ่งบ้านโฮสต์เราอยู่Cambourne ออกห่างจากเมืองCambridge ประมาณ45นาที(รถบัส) 3คนที่มา เราลงคนแรก คนขับรถลงมาส่ง เคาะประตู สักพักก็เจอโฮสต์ วันนั้นคนเปิดประตูคือลูกชายโฮสต์คนโต เค้ารอเราอยู่บ้าน เข้าไปแบกกระเป๋าใบโต ขึ้นไปชั้น3 บ้านเรารับเด็กมา3คน มี2ห้องนอน มีsingleกับdouble เราอยู่ห้องdouble ซึ่งลูกโฮสต์ก็แนะนำบ้าน ของต่างๆ ห้องต่างๆ ให้เรา พอเสร็จเราก็จัดของ สักพักเมทเราก็มา เธอมาจากชิลี พูดสเปน ส่วนเมทอีกคนมาจากจีน ดีใจนะเจอคนเอเชีย 5555 วันแรกเราจะวุ่นๆกับการเติมเงินซิมการ์ด โฮสต์เป็นคนพาไปซื้อบัตรเติมเงินให้ แนะนำซุปเปอร์มาร์เกต ป้ายรถเมล์ กว่าจะได้กินอาหารมื้อแรกปาไปเกือบ1ทุ่ม ตอนเราไปซุปเปอร์กับโฮสต์ เราเลยซื้อสตอเบอรี่มา1กล่อง กับซูชิ ซึ่งสตอเบอรี่เปรี้ยว ซูชิไม่หร่อยเลย สรุปโอ๊ยหิวมาก รอเวลาโฮสต์ผู้ชายทำอาหาร แต่คุณผู้อ่านคะ วันที่เราไปทีมเชลซีกับทีมไทยแข่งบอลกันที่ไทย ตอนก่อนมาที่นี่ เราจะได้ใบข้อมูลบ้านของเราก่อน เขียนไว้ว่า โฮสต์เราทั้งบ้านชอบฟุตบอลมาก เราก็นั่งทายกับน้องชายเราอยู่เลยว่า จะชอบทีมไรหว่า? สรุปมาวันนี้ คำถามที่ค้างคาใจก็ค้นพบว่า เชลซีนี่เอง 555 ถามว่าเกร็งไหม ที่นั่งดูบอลกับโฮสต์ตอนนั้น บอกเลยว่า โคดๆ แบบถ้าไทยเล่นดีกว่าเชลซี โฮสต์จะเป็นยังไงกับเรา แต่ที่รู้ๆ ไทยแพ้อยู่แระล่ะ เลยโล่งใจไป อาหารมื้อแรกอร่อยมาก ไก่อบบาร์บิคิว มันฝรั่ง สลัด อิ่มอยู่นะ หลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆๆๆ โฮสต์ผู้หญิงก็กลับมาบ้าน เสียงตะโกนเรียก “Girls" ดังมาก เรียกให้เรากับเมทชิลีลงไปหา แนะนำตัวไรทำนองนี้ โฮสต์แต่งตัวดูไฮโซมาก ก็เพราะเธอเป็นผจก.Mark&Spencerไง เธอก็กอด พูดอังกฤษรัวๆๆๆๆใส่เรากับเมท เอาจริงๆป่ะ ฟังไม่ค่อยออก จับได้เป็นคำๆ ยิ่งทำให้เกร็งฉิบๆๆ พูดไม่ออกเท่าไหร่ แต่นางชมเราว่าเราพูดโอเคอยู่นะ (หราาา?555) จากนั้นก็พาไปแนะนำการอยู่ที่บ้านนี้ว่าต้องทำตัวยังไง ซักผ้าได้วันไหน บลาๆ รัวๆใส่ ก็พอเข้าใจอยู่ เห้ออออ เหนื่อยมากจริงๆ จบวันที่1 ZzZzZz
ตื่นเต้นมาก โฮสต์จะหน้าตายังไงน๊า??
บ้านสวยอ่า ชอบๆ
ห้องนอนอย่างหวานอ่ะ จองนอนข้างหน้าต่างก่อนเลย
หลังบ้านเราเอง วิวดีๆ
เชลซี-ไทย นั่งกินสตอเบอรี่ไปอย่างเกร็งๆ ฮ่าๆๆ
ไม่หร่อยเลย สักอย่าง
ที่พักอยู่อาศัย
โรงเรียนของเรามีให้พักอยู่2แบบ คือ host familyกับresident มันต่างกันเกือบๆทุกอย่าง แล้วแต่คนจะชอบ หากอยากอยู่แบบด้วยตัวเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง รักอิสระ อยากอยู่ใกล้ๆเมือง ก็อยู่แบบที่2 แต่ราคาจะต่างกันมาก มันจะแพงกว่าแบบแรก ไม่รุทำไม สงสัยมันส่วนตัวมั้ง5555 เราก็มีเพื่อนอยู่แบบนี้เหมือนกัน เค้าก็ชอบกันนะ เพราะได้ปั่นจักรยานไปโรงเรียนเองได้ ส่วนเราเลือกมาอยู่กับโฮสต์เพราะคิดว่า เราจะได้ซึมซับความเป็นบริติชทุกๆอย่าง ทั้งภาษา อาหาร การใช้ชีวิต ส่วนตัวเรามีปัญหากับการออกเสียงศัพท์บางตัว MirrorกับTeacher นี่โดนล้อตลอด เราก็ให้โฮสต์สอน สรุปว่าสอนกันทั้งบ้าน ตั้งแต่เมทคนจีน เมทสเปน โฮสต์ทั้งสองคน เอาจริงๆ อายมาก แบบเค้าขำกันตลอด แต่ถ้าอายก็อดได้วิชา ก็คิดว่า เออๆขำกันไปเถอะ ชิส์ๆ 555 ข้อดีของการอยู่กับโฮสต์ก็ดีตรงนี้ด้วยล่ะ ส่วนหนึ่งๆ แล้วก็ไม่เหงาและหว้าเหว่ด้วย อันนี้เฉพาะบางบ้านนะ บ้านเราเฮฮามากๆๆๆ แฟนพันธุ์แท้ฟุตบอลอีก สรุปบ้านไม่เหงาเบย
ทางเดินไปบ้าน Cambourne
เพื่อนบ้านเปิดประตูบ้านพอดีเลย!!
หน้าบ้านตอนกลางคืน
ทะเลสาบในหมู่บ้าน สวยมาก
มาทิวเขาหลังหมู่บ้าน กะเพื่อนๆ
สำรวจเส้นทางของเด็กเคมบริดจ์
วันต่อมา เราแพลนกับพี่และเพื่อนว่าจะไปสำรวจโรงเรียนก่อนเปิดเรียน1วัน ตื่นเช้า อาบน้ำ ลงมากินซีเรียลที่ไม่อิ่ม เดินทางไปเมืองกับเมทคนจีน โดยรถบัสสาย18 (มีสาย4ด้วย)
Cambourne-city centre ค่าโดยสารเราซื้อเป็นอาทิตย์ อาทิตย์ละ24.50ปอนด์ (ก็แพงอยู่นะ คูน56) แต่ๆ สามารถใช้กับรถทุกสายในเมือง เพียงโชว์บัตร ผ่านไปเกือบ1ชั่วโมง ถึงแล้วCity centre พอลงจากรถก็เจอเพื่อน เสร็จก็ถามทางเมทจีนเพื่อไปโรงเรียน สรุป หลงทาง4ชั่วโมง คือไปคนละทิศทางกะโรงเรียน เดินวนในเมืองไปมา น้ำตาจิไหล ฝนก็ตกปรอยๆ ข้าวกลางวันก็ไม่ได้กิน ชีวิตในอังกฤษใครว่าจะสวยหรู 5555 หลังจากหลงทางไปมา ถามทางตลอดทาง ก็เดินเจอโรงเรียนสักที แต่การหลงทางใครว่าจะแย่เสมอไป จริงไหม? เจอคนมากมายที่ใจดี วิวสวยๆของCambridge (ตัดภาพ มีซีรี่ย์เกาหลีขึ้นในหัว) พอเสร็จภารกิจ ก็นัดเจอรุ่นพี่ที่มาด้วยกัน พี่เค้าดีหน่อย โฮสต์ขับรถพามาส่ง พามาดูโรงเรียน (ตัดภาพที่โฮสต์เรา ฮ่าๆๆ) พอระบายเรื่องราวหลงทางกับพี่คนนั้นเสร็จ พี่เค้าก็พาไปกินอาหารไทย OMG!!! มันใช่อ่ะ ผัดพริกเผากับเส้นสปาเกตตี้เนื่องจากข้าวหมด แต่ไม่เป็นไร อร่อยมาก ร้านที่มากินชื่อร้าน noodle bar เจ้าของร้านชื่อ พี่เบิร์ด ใจดีมาก ป้าๆที่ร้านก็ใจดี คนไทยอ่ะเนอะเจอกันต่างแดนเหมือนเจอญาติที่หายไป ดีใจกันมากๆ กับข้าวร้านนี้ ราคาไม่แพง กับราดข้าวมีไข่ดาว ราคา5ปอนด์ อย่างอิ่ม ใครมาเคมบริดจ์อย่าลืมแวะนะ (เส้นทางอยากรู้ทิ้งข้อความไว้จะบอกๆ) เราจะไม่ลืมวันนี้จริงๆ “วันแห่งการหลงทางที่นานที่สุดในชีวิต” พอกลับบ้านโฮสต์ถามเป็นไงบ้าง? หึๆๆ เล่าว่า หลงทาง4ชั่วโมง ขำ+ช๊อกทั้งบ้าน ยิ่งเมทคนจีนนี่ โดนเราบ่นใส่เลย ชี้ทางให้ผิดอ่ะ
แต่ก็สนุกดีนะ เราก็กล่าวทิ้งท้ายในมื้อเย็นนั้น จบวัน.
ปล. วันนี้เพิ่งรู้ว่า ลงรถ ภาษาอังกฤษ คือคำว่า “Get off” ฮ่าๆๆๆ
บัตรรถบัสใบแรก ใช้ได้ทั่วเมือง
ถึงแย้ว city centre
MAP Cambridge
หลงทางง่าาาา
Noodle bar ร้านโปรด
อาหารไทยมื้อแรก 5 ปอนด์