ความเดิมตอนที่แล้ว ตอนที่ 1
http://pantip.com/topic/32521164
ตอนที่ 2
http://pantip.com/topic/32521239 (ขอรวบยอด (ต่อ) ตอนที่ 1 เป็นตอนที่ 2 เลยละกันคะ)
สรุปว่าเราพักที่ Ma Bang Inn รวม 2 คืนคะ และเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 เราต้องเดินทางไปเมืองลีเจียงตามที่จองตั๋วไว้ รถออกแต่เข้าเลยประมาณ 8.00 น. ดังนั้นเราต้องตื่นแต่เช้าและรีบ Check out ออกจากที่พัก Ma Bang Inn (ตอน Check out อย่าลืมรับเงินค่ามัดจำกุญแจห้องคืนด้วยน่า เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ก็ไปเรียกนะ อย่าเสียสิทธิ์) จากเมืองต้าหลี่ไปเมืองลีเจียงใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมงคะ (นี่ขนาดนั่งรถด่วนแล้วนะ เมื่อยก้นกบมาก) ระหว่างทางไม่มีแวะให้ืนอาหารกลางวันเน้อ มีแต่แวะเข้าห้องน้ำอย่างเดียว แล้วแต่เขาจะจอดด้วย ดังนั้น...โปรดเตรียมสเบียงไปให้พร้อม ค่ารถบัสแบบด่วนไปลีเจียงคนละ 65 หยวน (336 บาท)

เราเดินทางไปถึงเมืองลีเจียงประมาณ 13.30 น. คะ ลงจากรถบัสก็ไปต่อรถเมล์เพื่อเข้าเขตเมืองเก่าอีกที เมื่อถึงสถานีขนส่งลี่เจียงเมืองใหม่ให้เดินออกมาข้างนอกที่ ป้ายรถเมล์ขึ้นรถเมล์สาย 11 ไปลี่เจียงกู่เฉิง (หรือที่เรียกว่า "เมืองโบราณต้าเหยียน " ในราคา 1 หยวน (ราคา ณ วันที่ 9 พ.ค. 57) บอกคนขับรถเมล์ว่าเมื่อถึงลี่เจียงกู่เฉิงแล้วให้บอกด้วย ปากทางเข้าลี่เจียงกู่เฉิงจะเป็นตลาดค่า จากป้ายรถเมล์เดินเข้ามาถ้าเห็นรูปแบบนี้แสดงว่าใช่ละ แต่ขึ้นอยู่กะว่าที่พักเราอยู่ไหนต้องหาก่อนหากเดินดุ่มๆ เข้าไปแบบคนเพิ่งมาครั้งแรกรับรองหลงชัวร์ (หลงทางนะ)

เราจองที่พักผ่าน booking.com เช่นเคย คราวนี้ลองพักที่ยอดฮิตที่เมืองลีเจียงบ้าง นั่นคือ...การ์เด้น อินท์ (Gargen Inn)

จากแผนที่พอลองถามคนแถวนั้นปรากฏว่ามันอยู่ถนนอีกด้านหนึ่งเลยต้องขึ้นรถเมล์สาย 2 ต่อไป เฮ้อ!! อากาศกลางวันที่นี่แดดเปรี้ยง ร้อนได้ใจแต่ไม่ร้อนมากเท่าประเทศไทย จะบ่ายสองโมงละเหนื่อยมาก หิวด้วย แถมชุดลองจอนที่ใส่มาก็แทบหายใจไม่ออก เป้ก็หนัก หลงทางอีก เวรกรรม (ตรูจะตายอยู่แล้ว) สรุปลงจากรถเมล์เพราะถามใครก็ไม่มีใครรู้จักที่พักแห่งนี้ ยนาดชื่อถนน

ยังไม่รู้จักเลย ฮ่วย! เรียกแท๊กซี่ไปดีกว่าโชคดีที่แท๊กซี่ใจดี มีน้ำใจ หรือว่าเรากึ่งบังคับวะ เราบอกจุดหมายปลายทางที่ต้องการไป แล้วก็ยืนแผนที่ให้เจ๊เลย พร้อมบอกว่าให้โทรคุยกะโรงแรมเอา ทำท่าท่างโทรศัพท์ด้วยละ T ^ T เมื่อประสานงานรู้เรื่องเจ๊แกก็มาส่งเราต้องนี้แล้วบอกประโยคที่เข้าใจเองว่าให้เราเดินลงไปทางนี้ ตามทางไป

หันกลับมาถ่ายรูปถนนที่ลงแท๊กซี่ก่อนเดี๋ยวหลงอีกจะแย่ เพราะเขาบอกว่าเมืองลีเจียงนี้คดเคี้ยว หลายซอยยังกะใยแมงมุม

เดินลงมาเจอแยกหน้าตาแบบนี้ก็เดินตรงเข้าไปเลยคะ อย่าถามนะว่ารู้ได้ไง GPS ก็ไม่มี มือถือก็ใช้ไม่ได้ วิชาเอาตัวรอดล้วนๆ ถามอย่างเดียว 555

เดินเข้ามาลึกเหมือนกันนะ

อีกสักรูป

บรรยากาศในที่พัก

มีแผนที่เมืองลีเจียงขายด้วย ราคาแผ่นละ 3 หยวนคะ (30 บาท) แต่บางที่พักก็ให้แผนที่ฟรีนะคะ *** แต่ที่พักต่อจากนี้คุณลุงแกให้ฟรีคะ เสียค่าโง่เลยตรู *** สังเกตแผนที่แล้วคากว่าถ้าจะศึกษาทำความรู้จักเมืองเก่าลี่เจียงนี้ท่าจะหลายวันอยู่ ซอยยิบย่อย หลายแยกเยอะไปหมด

หลังจาก check in เสร็จเราก็เกิดอาการน่ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม วิงเวียน อาเจียน จนต้องนอนพักเอาแรงประมาณ 1 ชั่วโมง จึงค่อยยังชั่ว ประมาณ 17.00 น. คุณแฟนชวนออกตะเวนหาของกินและสำรวจเมือง เดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินเข้ามาละกันจำง่ายดี พอถึงถนนใหญ่ก็เดินเลาะไปทางซ้าย จนมาเจอร้านอาหารตามสั่ง จัดไปข้าวหน้าตาแบบนี้ 2 จาน 140 บาท (เห็นจานแค่นี้ขอบอกว่ามันเยอะมาก โดนเฉพาะข้าว)

อาการวิงเวียนยังคงมีอยู่ ขากลับเดินผ่านเจอร้านขายยาของแวะก่อนละกัน นึกขึ้นมาได้ว่าอาจเป็นโรคเมาความสูง หายากินก่อนเดี๋ยวเป็นไรไปจะอดเที่ยว (นี่เพิ่งวันที่ 3 เองนะ อยู่อีกตั้ง 12 วัน ฉันจะตายไม่ได้ 55) หลังจากส่งภาษาบอกอาการกับร้านขายยาแล้วก็ได้ยาแก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง มา 2 กล่องคะ กล่องละ 100 กว่าบาท

มาดูหน้าตายาสมุนไพรจีนกัน

ทานก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 5 เม็ด

ส่วนกล่องนี้ทานหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 1 เม็ดจ้า

ได้สมุนไพรหรือโสมทิเบต ที่ชื่อ หง-จิน-เทียน มาทานด้วย ราคากล่องละ 400 กว่าบาท เพราะเกิดอาการไม่สบายขึ้นเลยคิดว่าน่าจะเป็นโรคแพ้ความสูง

ทานเช้าและเย็นก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ค่า เอาหลอดเจาะดูด ไม่มีหลอดก็หาไรแหลมๆ จิ้มแล้วยกดื่มเลย รสชาติหวานๆ มีกลิ่นสมุนไพรคะ ทานไม่ยากไม่ขมด้วย

หลังจากซื้อยาก็กลับเข้าที่พักคะ เพราะจองที่พักไว้แค่คืนเดียวต้องกลับไปใช้ wifi ฟรีเพื่อหาที่นอนแห่งใหม่ เพราะที่การ์เด้น อินท์เต็ม ว่าแต่มาดูห้องที่เราพักกันก่อนดีกว่า ห้องไม่ใหญ่มากมีทีวี กาต้มน้ำพร้อม ตู้เสื้อผ้า แผ่นทำความร้อนครบ พอได้อยู่ แต่ห้องน้ำนี่ก็พอทนนะ น่าจะขัดทำความสะอาดมั้ง เอาเป็นว่าหลับหูหลับตานอนไปได้อยู่ไม่ถึงกับแย่มาก

พรุ่งนี้คงได้สำรวจเมืองซะทีนะ Seach ไปเจอที่พักแห่งหนึ่งอยู่ประตูเมืองทิศใต้แถว Crowne Plazaในราคา 490 บาท (จองผ่าน Agoda.com) ออกไปส่งภาษาอังกฤษกับเจ้าหน้าที่ของการ์เด้น อินท์เพื่อสอบถามทาง แกก็ใจดีโทรไปหาที่พักนั่นให้และบอกวันที่เราจะเข้าพัก ปรากฏว่า....งานเข้าครับ....ที่พักแห่งใหม่ของเรานั่น....พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ซวยละตรู!! จองไปแล้วด้วย ทำไงฟระเนี่ย (อย่าคิดนะคะว่าเราจะกลัวฝ่ายเดี๋ยว เพราะเจ้าหน้าที่ของการ์เด้น อินท์บอกกลับมาว่าเจ้าของที่พักที่โน้นก็กลัวสื่อสารกับคนไทยไม่รู้เรื่องเช่นกัน 555) คุณเจ้าหน้าที่บอกว่าสัมภาระเยอะแบบนี้เดินไปคงไม่ไหว แล้สไม่รู้ทางอาจหลง เรียกแท๊กซี่ไปเลยดีกว่าสะดวกกว่า แล้วก็ให้แท๊กซี่โทรไปหาเจ้าของที่พักนั่นให้ออกมารับที่ถนนใหญ่ แกเขียนภาษาจีนให้ด้วย น่ารักที่สุด (ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อย) ประโยคประมาณว่า " ช่วยโทรหาโรงแรม/ที่พักให้ออกมารับด้วย" แกว่างั้นนะ (กราบสัก 3ที)

วันรุ่งขึ้นเราก็นั่งแท๊กซี่ไปตามแผนที่เตรียมไว้ (แปะแผนที่จุดหมายที่เราจะไปให้ดู) ที่พักของเราใช้ทางเข้าเดียวกันกับโรงแรม Indigo (คนจีนจะเรียกโรงแรม Indigo อีกชื่อหนึ่งนะ เหอๆ ภาษาจีนนี่สุดยอดละ)

ลุงแท๊กซี่บอกเราว่าเดินเข้าไปแล้วเขาจะมารอรับเรา เดินตามทางมาเลยค่า (แล้วตรูจะรู้ไหมว่าคนไหน เฮ้อ!!) เดินมาสัก 10 ก้าวก็มีคุณลุงท่านหนึ่งขี่จักรยานออกมา แล้วมองอีบ้าหอบฟางทั้งสองแล้วยิ้มให้ เราก็รีบยื่นมือถือให้ดูแล้วพูดชื่อที่พัก แกก็พยักหย้า (เย้! รอดตายแล้วเฟ้ย) คุณลุงก็มาช่วยหิ้วกระเป๋า ขนกระเป็าใส่จักรยาน และจูงจักรยานเดินไปพร้อมเรา พร้อมพูดว่า "จูงไป" เออ....นี่หูไม่ฝาดใช่ม๊ะได้ยินภาษาไทยด้วย เราก็ว่าตามลุง "จูงไปๆ" ลุงก็ยิ้มแล้วก็ขำ บรรยากาศในซอยตรงนี้เทียบไม่ได้กับฝั่งที่เราพักเมื่อคืนเลย ตรงนี้แลดูไฮโซมาก ยังกับอยู่ญี่ปุ่น หน้าลุงก็เหมือนคนญี่ปุ่นมากกว่าจีนนะ

เดินมาไกลพอควรพอถึงรูปนี้เราต้องเลี้ยวเข้าซอยด้านซ้ายมือที่มีโคมไฟห้อยอยู่ละคะ

นี่คือที่พักเรา "หลิว หลิว อินท์"

ขอถ่ายหน้าที่พักก่อน

ห้องที่เราจองอยู่ชั้นบนคะ

ชอบที่ล๊อคประตูอะ แปลกตาดี

ที่ไม่พอเดี๋ยวมาต่อใหม่นะ
[CR] ตอนที่ 3 : 17 วัน 6 เมือง ที่ยูนาน ประเทศจีน : จากต้าหลี่มุ่งหน้าสู่เมืองลีเจียง
ตอนที่ 2 http://pantip.com/topic/32521239 (ขอรวบยอด (ต่อ) ตอนที่ 1 เป็นตอนที่ 2 เลยละกันคะ)
สรุปว่าเราพักที่ Ma Bang Inn รวม 2 คืนคะ และเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 เราต้องเดินทางไปเมืองลีเจียงตามที่จองตั๋วไว้ รถออกแต่เข้าเลยประมาณ 8.00 น. ดังนั้นเราต้องตื่นแต่เช้าและรีบ Check out ออกจากที่พัก Ma Bang Inn (ตอน Check out อย่าลืมรับเงินค่ามัดจำกุญแจห้องคืนด้วยน่า เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ก็ไปเรียกนะ อย่าเสียสิทธิ์) จากเมืองต้าหลี่ไปเมืองลีเจียงใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมงคะ (นี่ขนาดนั่งรถด่วนแล้วนะ เมื่อยก้นกบมาก) ระหว่างทางไม่มีแวะให้ืนอาหารกลางวันเน้อ มีแต่แวะเข้าห้องน้ำอย่างเดียว แล้วแต่เขาจะจอดด้วย ดังนั้น...โปรดเตรียมสเบียงไปให้พร้อม ค่ารถบัสแบบด่วนไปลีเจียงคนละ 65 หยวน (336 บาท)
เราเดินทางไปถึงเมืองลีเจียงประมาณ 13.30 น. คะ ลงจากรถบัสก็ไปต่อรถเมล์เพื่อเข้าเขตเมืองเก่าอีกที เมื่อถึงสถานีขนส่งลี่เจียงเมืองใหม่ให้เดินออกมาข้างนอกที่ ป้ายรถเมล์ขึ้นรถเมล์สาย 11 ไปลี่เจียงกู่เฉิง (หรือที่เรียกว่า "เมืองโบราณต้าเหยียน " ในราคา 1 หยวน (ราคา ณ วันที่ 9 พ.ค. 57) บอกคนขับรถเมล์ว่าเมื่อถึงลี่เจียงกู่เฉิงแล้วให้บอกด้วย ปากทางเข้าลี่เจียงกู่เฉิงจะเป็นตลาดค่า จากป้ายรถเมล์เดินเข้ามาถ้าเห็นรูปแบบนี้แสดงว่าใช่ละ แต่ขึ้นอยู่กะว่าที่พักเราอยู่ไหนต้องหาก่อนหากเดินดุ่มๆ เข้าไปแบบคนเพิ่งมาครั้งแรกรับรองหลงชัวร์ (หลงทางนะ)
เราจองที่พักผ่าน booking.com เช่นเคย คราวนี้ลองพักที่ยอดฮิตที่เมืองลีเจียงบ้าง นั่นคือ...การ์เด้น อินท์ (Gargen Inn)
จากแผนที่พอลองถามคนแถวนั้นปรากฏว่ามันอยู่ถนนอีกด้านหนึ่งเลยต้องขึ้นรถเมล์สาย 2 ต่อไป เฮ้อ!! อากาศกลางวันที่นี่แดดเปรี้ยง ร้อนได้ใจแต่ไม่ร้อนมากเท่าประเทศไทย จะบ่ายสองโมงละเหนื่อยมาก หิวด้วย แถมชุดลองจอนที่ใส่มาก็แทบหายใจไม่ออก เป้ก็หนัก หลงทางอีก เวรกรรม (ตรูจะตายอยู่แล้ว) สรุปลงจากรถเมล์เพราะถามใครก็ไม่มีใครรู้จักที่พักแห่งนี้ ยนาดชื่อถนน
หันกลับมาถ่ายรูปถนนที่ลงแท๊กซี่ก่อนเดี๋ยวหลงอีกจะแย่ เพราะเขาบอกว่าเมืองลีเจียงนี้คดเคี้ยว หลายซอยยังกะใยแมงมุม
เดินลงมาเจอแยกหน้าตาแบบนี้ก็เดินตรงเข้าไปเลยคะ อย่าถามนะว่ารู้ได้ไง GPS ก็ไม่มี มือถือก็ใช้ไม่ได้ วิชาเอาตัวรอดล้วนๆ ถามอย่างเดียว 555
เดินเข้ามาลึกเหมือนกันนะ
อีกสักรูป
บรรยากาศในที่พัก
มีแผนที่เมืองลีเจียงขายด้วย ราคาแผ่นละ 3 หยวนคะ (30 บาท) แต่บางที่พักก็ให้แผนที่ฟรีนะคะ *** แต่ที่พักต่อจากนี้คุณลุงแกให้ฟรีคะ เสียค่าโง่เลยตรู *** สังเกตแผนที่แล้วคากว่าถ้าจะศึกษาทำความรู้จักเมืองเก่าลี่เจียงนี้ท่าจะหลายวันอยู่ ซอยยิบย่อย หลายแยกเยอะไปหมด
หลังจาก check in เสร็จเราก็เกิดอาการน่ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม วิงเวียน อาเจียน จนต้องนอนพักเอาแรงประมาณ 1 ชั่วโมง จึงค่อยยังชั่ว ประมาณ 17.00 น. คุณแฟนชวนออกตะเวนหาของกินและสำรวจเมือง เดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินเข้ามาละกันจำง่ายดี พอถึงถนนใหญ่ก็เดินเลาะไปทางซ้าย จนมาเจอร้านอาหารตามสั่ง จัดไปข้าวหน้าตาแบบนี้ 2 จาน 140 บาท (เห็นจานแค่นี้ขอบอกว่ามันเยอะมาก โดนเฉพาะข้าว)
อาการวิงเวียนยังคงมีอยู่ ขากลับเดินผ่านเจอร้านขายยาของแวะก่อนละกัน นึกขึ้นมาได้ว่าอาจเป็นโรคเมาความสูง หายากินก่อนเดี๋ยวเป็นไรไปจะอดเที่ยว (นี่เพิ่งวันที่ 3 เองนะ อยู่อีกตั้ง 12 วัน ฉันจะตายไม่ได้ 55) หลังจากส่งภาษาบอกอาการกับร้านขายยาแล้วก็ได้ยาแก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง มา 2 กล่องคะ กล่องละ 100 กว่าบาท
มาดูหน้าตายาสมุนไพรจีนกัน
ทานก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 5 เม็ด
ส่วนกล่องนี้ทานหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 1 เม็ดจ้า
ได้สมุนไพรหรือโสมทิเบต ที่ชื่อ หง-จิน-เทียน มาทานด้วย ราคากล่องละ 400 กว่าบาท เพราะเกิดอาการไม่สบายขึ้นเลยคิดว่าน่าจะเป็นโรคแพ้ความสูง
ทานเช้าและเย็นก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ค่า เอาหลอดเจาะดูด ไม่มีหลอดก็หาไรแหลมๆ จิ้มแล้วยกดื่มเลย รสชาติหวานๆ มีกลิ่นสมุนไพรคะ ทานไม่ยากไม่ขมด้วย
หลังจากซื้อยาก็กลับเข้าที่พักคะ เพราะจองที่พักไว้แค่คืนเดียวต้องกลับไปใช้ wifi ฟรีเพื่อหาที่นอนแห่งใหม่ เพราะที่การ์เด้น อินท์เต็ม ว่าแต่มาดูห้องที่เราพักกันก่อนดีกว่า ห้องไม่ใหญ่มากมีทีวี กาต้มน้ำพร้อม ตู้เสื้อผ้า แผ่นทำความร้อนครบ พอได้อยู่ แต่ห้องน้ำนี่ก็พอทนนะ น่าจะขัดทำความสะอาดมั้ง เอาเป็นว่าหลับหูหลับตานอนไปได้อยู่ไม่ถึงกับแย่มาก
พรุ่งนี้คงได้สำรวจเมืองซะทีนะ Seach ไปเจอที่พักแห่งหนึ่งอยู่ประตูเมืองทิศใต้แถว Crowne Plazaในราคา 490 บาท (จองผ่าน Agoda.com) ออกไปส่งภาษาอังกฤษกับเจ้าหน้าที่ของการ์เด้น อินท์เพื่อสอบถามทาง แกก็ใจดีโทรไปหาที่พักนั่นให้และบอกวันที่เราจะเข้าพัก ปรากฏว่า....งานเข้าครับ....ที่พักแห่งใหม่ของเรานั่น....พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ซวยละตรู!! จองไปแล้วด้วย ทำไงฟระเนี่ย (อย่าคิดนะคะว่าเราจะกลัวฝ่ายเดี๋ยว เพราะเจ้าหน้าที่ของการ์เด้น อินท์บอกกลับมาว่าเจ้าของที่พักที่โน้นก็กลัวสื่อสารกับคนไทยไม่รู้เรื่องเช่นกัน 555) คุณเจ้าหน้าที่บอกว่าสัมภาระเยอะแบบนี้เดินไปคงไม่ไหว แล้สไม่รู้ทางอาจหลง เรียกแท๊กซี่ไปเลยดีกว่าสะดวกกว่า แล้วก็ให้แท๊กซี่โทรไปหาเจ้าของที่พักนั่นให้ออกมารับที่ถนนใหญ่ แกเขียนภาษาจีนให้ด้วย น่ารักที่สุด (ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อย) ประโยคประมาณว่า " ช่วยโทรหาโรงแรม/ที่พักให้ออกมารับด้วย" แกว่างั้นนะ (กราบสัก 3ที)
วันรุ่งขึ้นเราก็นั่งแท๊กซี่ไปตามแผนที่เตรียมไว้ (แปะแผนที่จุดหมายที่เราจะไปให้ดู) ที่พักของเราใช้ทางเข้าเดียวกันกับโรงแรม Indigo (คนจีนจะเรียกโรงแรม Indigo อีกชื่อหนึ่งนะ เหอๆ ภาษาจีนนี่สุดยอดละ)
ลุงแท๊กซี่บอกเราว่าเดินเข้าไปแล้วเขาจะมารอรับเรา เดินตามทางมาเลยค่า (แล้วตรูจะรู้ไหมว่าคนไหน เฮ้อ!!) เดินมาสัก 10 ก้าวก็มีคุณลุงท่านหนึ่งขี่จักรยานออกมา แล้วมองอีบ้าหอบฟางทั้งสองแล้วยิ้มให้ เราก็รีบยื่นมือถือให้ดูแล้วพูดชื่อที่พัก แกก็พยักหย้า (เย้! รอดตายแล้วเฟ้ย) คุณลุงก็มาช่วยหิ้วกระเป๋า ขนกระเป็าใส่จักรยาน และจูงจักรยานเดินไปพร้อมเรา พร้อมพูดว่า "จูงไป" เออ....นี่หูไม่ฝาดใช่ม๊ะได้ยินภาษาไทยด้วย เราก็ว่าตามลุง "จูงไปๆ" ลุงก็ยิ้มแล้วก็ขำ บรรยากาศในซอยตรงนี้เทียบไม่ได้กับฝั่งที่เราพักเมื่อคืนเลย ตรงนี้แลดูไฮโซมาก ยังกับอยู่ญี่ปุ่น หน้าลุงก็เหมือนคนญี่ปุ่นมากกว่าจีนนะ
เดินมาไกลพอควรพอถึงรูปนี้เราต้องเลี้ยวเข้าซอยด้านซ้ายมือที่มีโคมไฟห้อยอยู่ละคะ
นี่คือที่พักเรา "หลิว หลิว อินท์"
ขอถ่ายหน้าที่พักก่อน
ห้องที่เราจองอยู่ชั้นบนคะ
ชอบที่ล๊อคประตูอะ แปลกตาดี
ที่ไม่พอเดี๋ยวมาต่อใหม่นะ