JJNY : 5in1 ปิยบุตรโต้ปธ.สภา│ภัทรพงศ์เผยตั้งเรื่องด่วนไม่ได้│นฤมาศแฉทิ้งกากใกล้อ่าง│แนะกระจายตลาด│กราดยิงสะเทือนโปแลนด์

กระทู้ข่าว
‘ปิยบุตร’ โต้ ‘ประธานสภา’ ปัดตก พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปฯ ชี้กระทบสิทธิปชช. เสนอ2ทางสู้
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10465027
.
.
“ปิยบุตร” โต้ “ประธานสภา” ปัดตก พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปฯ ชี้กระทบสิทธิปชช. เสนอ 2 ทางสู้ ทั้งฟ้องศาลปกครอง-ดัน สส.เสนอร่างกฎหมาย แบะท่าฝาก ‘พรรคประชาชน’ วัดความกล้ายื่นเข้าสภา ชี้ แก้ ม.112 รธน.ยังเปิดช่องให้ลดโทษได้
.
8 พ.ย. 69 – นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ความเห็นกรณีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศคณะปฏิรูป 6 ตุลาคม 2519 ถูกประธานสภาปัดตกไป โดยระบุข้อความว่า
.
1. ร่างพระราชบัญญัติฯ นี้มีเนื้อหาสาระยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปของสงัด ชลออยู่ ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่กำหนดเพิ่มโทษในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 เป็นจำคุก 3-15 ปี หากยกเลิกไปได้ อัตราโทษจำคุกในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 ก็จะกลับมาเป็นอัตราโทษช่วงก่อน 6 ตุลาคม 2519 นั่นคือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า 2. เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิดอาญา และกำหนดอัตราโทษ ก็ย่อมเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย เพราะความผิดอาญาในฐานต่างๆ เป็นการจำกัดกับสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอยู่แล้ว
.
ในกรณีนี้คือการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งการโทษจำคุกก็คือการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลผู้กระทำความผิด ดังนั้น การวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่ถูกต้อง
.
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า 3. คำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นที่สุดหรือไม่ ประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ มีสิทธิในการโต้แย้งคำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่นั้น
.
ประเด็นปัญหานี้ ตนขอทบทวนเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน ในสมัยที่ตนร่วมรณรงค์เข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ร่างฉบับคณะนิติราษฎร์) กับ ครก.112 เมื่อปี 2554 ในครั้งนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ก็วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ ไม่เข้าหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ทำให้ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย
.
“พวกเราเห็นกันว่า หากปล่อยให้คำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่สุด เด็ดขาด ไม่สามารถโต้แย้งได้ ต่อไปการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติของประชาชน ก็จะถูกจำกัดสิทธิได้ตามอำเภอใจของประธานสภาผู้แทนราษฎร
.
ขอเพียงแค่ประธานสภาผู้แทนราษฎรอ้างว่า ไม่เข้าหมวด 3 หรือหมวด 5 ร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของแผ่นดินเพียรพยายามเข้าชื่อนั้น ก็ตกไปโดยทันที กลายเป็นคนเพียงหนึ่งคนสามารถสกัดขัดขวางเจตจำนงของประชาชนจำนวนมากได้” นายปิยบุตร ระบุ
.
นายปิยบุตร ระบุด้วยว่า การใช้อำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นการใช้อำนาจตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ และเป็นเรื่องวงงานในทางนิติบัญญัติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ ก็ย่อมเป็นที่สุด ไม่อาจโต้แย้งไปยังองค์กรตุลาการได้อีก นั่นคือการพิจารณาสถานะของคำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้เกณฑ์ทางรูปแบบ
.
แต่ในกรณีนี้ หากใช้เกณฑ์ทางเนื้อหาจะเห็นได้ว่าคำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร มีลักษณะคล้ายคลึงกับคำสั่งทางปกครองอย่างยิ่ง กล่าวคือวินิจฉัยโดยองค์กรเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และการวินิจฉัยนั้นกระทบกับสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ทำนองเดียวกันกับองค์กรเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองวินิจฉัยออกใบอนุญาตต่างๆ
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า เมื่อพิจารณาประกอบกับระบบกฎหมายทั้งหมดแล้ว สิทธิในการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติโดยประชาชนเป็นสิทธิประการสำคัญ ส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง นำหลักการประชาธิปไตยทางตรง เข้ามาเสริมประชาธิปไตยทางผู้แทน
.
ดังนั้น จึงควรเปิดช่องทางให้ประชาชนที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ ได้มีโอกาสโต้แย้งคำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ครั้งหนึ่ง โดยพิจารณาให้คำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสถานะเทียบเท่า คำสั่งทางปกครอง โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาในทางเนื้อหาเป็นสำคัญ
.
หากเห็นกันเช่นนี้แล้ว ประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติย่อมมีสิทธิ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังศาลปกครองได้
.
อย่างไรก็ตาม ในปี 2554 เราไม่ได้ฟ้องไปยังศาลปกครอง นี่เป็นความเห็นทางกฎหมายที่ตกเถียงกันได้ และยังไม่เคยมีบรรทัดฐานทางกฎหมายมาก่อน คณะบุคคลผู้ผู้เข้าร่วมเสนอชื่อร่างพระราชบัญญัติ จึงน่าจะพิจารณาหาช่องทางในการโต้แย้งไปยังองค์กรตุลาการต่อไป
.
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า 4. ยังมีหนทางอื่นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อีกหรือไม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 20 คนขึ้นไป สามารถเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้
.
เมื่อพิจารณาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา ณ เวลานี้ ก็เห็นมีแต่พรรคประชาชนเท่านั้นกระมังที่พอจะสนใจประเด็นปัญหาดังกล่าว ส่วนพรรคอื่นคงไม่ต้องไปคาดหวัง
.
ปัญหาจึงมีอยู่ว่า สส.พรรคประชาชน คิดอ่านกันอย่างไร อาจกล่าวกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยมาแล้วว่าห้ามแก้มาตรา 112 คำวินิจฉัยนี้มีปัญหาในทางกฎหมายหลายประการ ไม่ควรยึดถือเป็นบรรทัดฐาน
.
“เอาล่ะ ต่อให้ยึดถือก็ได้ แล้วลองไปอ่านคำวินิจฉัยนี้โดยละเอียดดู จะเห็นได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าห้ามเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด ศาลเพียงแต่บอกว่า ห้ามนำไปรณรงค์ข้างนอก ห้ามยกเลิกมาตรา 112 ห้ามย้ายหมวดออกจากหมวดความมั่นคง ห้ามกำหนดให้ราชเลขาธิการ หรือสำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเท่านั้น
.
ดังนั้น การเสนอแก้ไขมาตรา 112 จึงยังกระทำได้อยู่บ้าง เช่น ลดอัตราโทษ หรือแยกฐานความผิด ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้ายออกจากกัน และการดำเนินการตามกรณีนี้ ก็เป็นการสนับสนุนส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ เพื่อโต้กลับการใช้อำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร” นายปิยบุตร ระบุ
.
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า หากดำเนินการตาม ข้อ 3 ต้องลุ้นว่า ศาลปกครอง จะวินิจฉัยอย่างไร และหากดำเนินการตามข้อ 4 ทำได้เลย แต่ต้องอาศัยความกล้าหาญของผู้แทนราษฎร และการประเมินสถานการณ์ของพรรคการเมือง ข้อ 3 คือ ประเด็นทางกฎหมาย เป็นการต่อสู้ทางกฎหมาย ข้อ 4 คือ ประเด็นทางการเมือง ต่อสู้ทางการเมือง
.
https://www.facebook.com/PiyabutrOfficial/posts/pfbid0yVQWihwxAjHCnr2MTrPKC85mXdDKxJGv7bKaZ9tJhuFsBAg7XNV6ictcozBLnFKnl
.

.
ภัทรพงศ์ เผยกมธ.ปภ.ตั้งเรื่องด่วน แม่น้ำสาย ไม่ได้ เหตุติดคำสั่งปธ.โสภณ กำหนดวาระ ต้องเป็นมติที่ประชุม https://www.matichon.co.th/politics/news_5967034
.
ภัทรพงศ์ เผย กมธ.ปภ.ตั้งเรื่องด่วน แม่น้ำสาย ไม่ได้ เหตุติดคำสั่ง ปธ.โสภณ กำหนดวาระ ต้องเป็นมติที่ประชุม
.
จากกรณีแม่น้ำสายมีความขุ่นและพบสารหนูเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสภาพพื้นที่บริเวณบ้านหัวฝาย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบว่า สภาพทางกายภาพของแม่น้ำสายมีสีน้ำตาลแดง ค่อนข้างขุ่น และมีปริมาณน้ำน้อย จึงเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำสายเพื่อทดสอบด้วยชุด Test Kits สารหนูเบื้องต้น ผลการทดสอบพบสารหนูเกินมาตรฐาน คือ 0.25 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร)
.
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ระบุถึงเรื่องนี้ทางเฟซบุ๊กว่า
.
กมธ.ปภ.ตั้งวาระด่วนเรื่องน้ำพิษแม่สายไม่ได้​ เนื่องจากประธานสภาบอกว่าต้องมีมติ กมธ.ก่อน​ ต่อจากนี้​ หากมีเรื่องเร่งด่วน​ กมธ.ต้องรอขั้นต่ำ 2 สัปดาห์… สัปดาห์แรกขอ มติ​ สัปดาห์สองถึงประชุมได้
.
ตรวจสอบก็บล็อก ทำงานก็บล็อก ประธานสภาที่เข้ามาเพื่อลดทอนอำนาจนิติบัญญัติ?
.
https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/pfbid02GigKP7mnkZPBpJmjaGiCbwj59wpdXfjKpLEdgk7UY14Vb8Po3eSEimgr3NsWPo39l
.
https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/pfbid02GigKP7mnkZPBpJmjaGiCbwj59wpdXfjKpLEdgk7UY14Vb8Po3eSEimgr3NsWPo39l
.

.
“นฤมาศ” แฉทิ้งกากอุตสาหกรรมใกล้อ่างเก็บน้ำ จี้ตรวจลึกชั้นน้ำใต้ดินหวั่นกระทบน้ำประปา
https://www.thairath.co.th/news/politic/2971209
.
สส.ชลบุรี ปชน. “นฤมาศ” แฉลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมลามถึงบ้านบึง-ชลบุรี ใกล้กับอ่างเก็บน้ำหนองน้ำเขียว จี้ตรวจลึกชั้นน้ำใต้ดิน หวั่นกระทบแหล่งน้ำดิบประปา ซัดอย่าให้ประชาชนเป็นฝ่ายแบกรับต้นทุนของการพัฒนา
.
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 นางสาวนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรมว่า ขณะนี้วิกฤตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเท่านั้น แต่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างจังหวัดชลบุรีและระยองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดขึ้นที่หมู่ 2 บ้านหนองน้ำเขียว ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งพบว่ามีการนำวัสดุและของเสียจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาลักลอบถมในที่ดินเอกชนขนาดเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นบ่อดินเก่า จนส่งกลิ่นเหม็นฉุนคล้ายสารเคมีกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนรำคาญและก่อให้เกิดความวิตกกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ว่าสารเคมีและวัสดุเหล่านี้จะชะล้างปนเปื้อนลงสู่ชั้นดินและแหล่งน้ำสาธารณะหรือไม่
.
นางสาวนฤมาศกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมานายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกิ่วได้ทำหนังสือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างวัสดุส่งตรวจ และต่อมาในวันที่ 22 ตุลาคม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ได้เข้าตรวจสอบซ้ำและเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของโลหะหนัก ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าวัสดุดังกล่าวมีต้นทางขนส่งมาจากโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีราชา แม้จะได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับรถบรรทุกที่ขนส่งของเสียดังกล่าวไปแล้วในเบื้องต้น แต่ตนขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเรื่องนี้จะจบลงเพียงแค่การเสียค่าปรับไม่ได้เด็ดขาด เพราะกากสารเคมีที่ถูกนำมาถมทิ้งไว้กลางชุมชนยังคงอยู่ และประชาชนยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากภาครัฐเลยว่าจะมีการฟื้นฟู ขุดย้าย และกำจัดวัสดุอันตรายเหล่านี้ออกไปจากพื้นที่อย่างไร
...
นางสาวนฤมาศเน้นย้ำว่า ไม่ว่าวัสดุดังกล่าวจะถูกจัดชั้นเป็นกากอุตสาหกรรมอันตรายหรือไม่เป็นอันตราย ก็ไม่มีผู้ใดมีสิทธินำมาทิ้งหรือถมในที่ดินตามอำเภอใจ ของเสียจากโรงงานทุกประเภทต้องได้รับการบำบัดและกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่นำมาทิ้งในพื้นที่เอกชนกลางชุมชน แล้วผลักภาระความเสี่ยงด้านสุขภาพให้ประชาชนต้องรับกรรม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ จุดที่มีการถมวัสดุตั้งอยู่ติดกับสระน้ำ และอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำหนองน้ำเขียว ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภคของชุมชน หากสารเคมีหรือโลหะหนักถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำผิวดิน หรือซึมลึกลงสู่ชั้นน้ำใต้ดิน จะส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนในวงกว้างอย่างไม่อาจประเมินค่าได้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่