ฟาน นิสเตลรอย จากชายที่เซอร์ อเล็กซ์ ยอมรอย้ายมาแมนยู สู่กองหน้าที่ยิง 150 ประตู / By When Saturday Comes
ในโลกธุรกิจ หลายครั้ง การตัดสินใจที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การลงทุนกับคนที่พร้อมที่สุดในวันนี้
แต่เป็นการลงทุนกับคนที่คุณเชื่อว่า
จะยิ่งใหญ่ได้ในวันข้างหน้า
เรื่องราวของ รุด ฟาน นิสเตลรอย
อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของเรื่องนี้..
ย้อนกลับไปในปี 2000
แมนยูกำลังมองหากองหน้าคนใหม่
แม้ทีมจะมีทั้ง
-แอนดี้ โคล
-ดไวต์ ยอร์ก
-โอเล กุนนาร์ โซลชาร์
-เท็ดดี เชอริงแฮม
แต่ เฟอร์กูสัน รู้ดีว่าทีมยังขาดกองหน้าประเภท "นักล่าประตูโดยธรรมชาติ"
และสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่กองหน้าชาวดัตช์คนหนึ่งของ PSV Eindhoven
ชื่อว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย..
เวลานั้นฟาน นิสเตลรอย กำลังเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ร้อนแรงที่สุดในยุโรป
ฤดูกาล 1998/99
ยิง 31 ประตูจาก 34 นัดในลีก
ฤดูกาล 1999/00
ยิงอีก 29 ประตูจาก 23 นัด
จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดของยุโรป
แมนยูจึงตกลงซื้อตัวด้วยค่าตัวประมาณ 19 ล้านปอนด์
ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี
จนกระทั่งวันตรวจร่างกายมาถึง..
ผลตรวจพบว่า ฟาน นิสเตลรอย มีอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าอย่างรุนแรง
ดีลถูกยกเลิกทันที
หลายคนมองว่า เส้นทางสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ของเขาจบลงแล้ว
เพราะไม่มีใครรู้ว่า
หลังจากพักยาวเกือบหนึ่งปี
เขาจะกลับมาเป็นนักเตะคนเดิมได้หรือไม่
แต่เซอร์ อเล็กซ์ ไม่คิดแบบนั้น
แทนที่จะมองเพียงสภาพร่างกายในวันนั้น
เขาเลือกมองศักยภาพของนักเตะคนนี้ในระยะยาว
แมนยูยังคงติดตามอาการของฟาน นิสเตลรอยอย่างใกล้ชิด
และรอเขากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
หนึ่งปีต่อมา ฟาน นิสเตลรอย กลับมาลงสนามให้พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน
และยังคงยิงประตูได้เหมือนเดิม
สุดท้าย แมนยูกลับมาปิดดีลอีกครั้งในปี 2001
หลังจากรอคอยนานเกือบ 12 เดือน
และกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคของเซอร์ อเล็กซ์
ตลอด 5 ฤดูกาลในสีเสื้อแมนยู
ฟาน นิสเตลรอย ลงสนาม 219 นัด
ยิงได้ 150 ประตู
เฉลี่ย 0.68 ประตูต่อนัด
ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในบรรดากองหน้าระดับตำนานของแมนยูหลายคน
หากคิดง่าย ๆ ทุก ๆ 3 นัด
เขาจะยิงได้ประมาณ 2 ประตู
นอกจากประตูแล้ว
เขายังพาทีมคว้า
-พรีเมียร์ลีก 1 สมัย
-เอฟเอ คัพ 1 สมัย
-ลีก คัพ 1 สมัย
พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวในหลายรายการ
และกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่แฟนบอลแมนยูรักมากที่สุดคนหนึ่ง..
เรื่องราวของฟาน นิสเตลรอย น่าสนใจตรงที่
หากแมนยูตัดสินใจจากข้อมูลในวันตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว
พวกเขาอาจพลาดหนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
แต่เพราะเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มองไกลกว่าอาการบาดเจ็บในวันนั้น
เขาไม่ได้มองแค่สิ่งที่คนคนหนึ่งเป็นอยู่ในวันนี้
แต่มองเห็นคุณค่าในระยะยาว และสิ่งที่คนคนนั้นสามารถเป็นได้ในวันข้างหน้า
จนท้ายที่สุด แมนยูก็ได้ รุด ฟาน นิสเตลรอย
กองหน้าที่ยิง 150 ประตู
กลายเป็นตำนานของสโมสร
แต่หากมองย้อนกลับไป
เรื่องราวทั้งหมดอาจไม่ได้เริ่มต้นจากประตูแม้แต่ลูกเดียว
หากเริ่มต้นจากคนคนหนึ่ง
ที่ยังคงเชื่อในตัวเขา ตอนที่คนทั้งโลกเริ่มไม่แน่ใจแล้วต่างหาก...
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
Reference:
-
https://en.wikipedia.org/wiki/Ruud_van_Nistelrooy
-
https://www.premierleague.com/hall-of-fame/ruud-van-nistelrooy
-
https://www.theguardian.com/football/2006/jul/28/sport.comment
-Photo Credit: theanalyst.com
ฟาน นิสเตลรอย จากชายที่เซอร์ อเล็กซ์ ยอมรอย้ายมาแมนยู สู่กองหน้าที่ยิง 150 ประตู / By When Saturday Comes
ฟาน นิสเตลรอย จากชายที่เซอร์ อเล็กซ์ ยอมรอย้ายมาแมนยู สู่กองหน้าที่ยิง 150 ประตู / By When Saturday Comes
ในโลกธุรกิจ หลายครั้ง การตัดสินใจที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การลงทุนกับคนที่พร้อมที่สุดในวันนี้
แต่เป็นการลงทุนกับคนที่คุณเชื่อว่า
จะยิ่งใหญ่ได้ในวันข้างหน้า
เรื่องราวของ รุด ฟาน นิสเตลรอย
อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของเรื่องนี้..
ย้อนกลับไปในปี 2000
แมนยูกำลังมองหากองหน้าคนใหม่
แม้ทีมจะมีทั้ง
-แอนดี้ โคล
-ดไวต์ ยอร์ก
-โอเล กุนนาร์ โซลชาร์
-เท็ดดี เชอริงแฮม
แต่ เฟอร์กูสัน รู้ดีว่าทีมยังขาดกองหน้าประเภท "นักล่าประตูโดยธรรมชาติ"
และสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่กองหน้าชาวดัตช์คนหนึ่งของ PSV Eindhoven
ชื่อว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย..
เวลานั้นฟาน นิสเตลรอย กำลังเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ร้อนแรงที่สุดในยุโรป
ฤดูกาล 1998/99
ยิง 31 ประตูจาก 34 นัดในลีก
ฤดูกาล 1999/00
ยิงอีก 29 ประตูจาก 23 นัด
จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวยิงที่อันตรายที่สุดของยุโรป
แมนยูจึงตกลงซื้อตัวด้วยค่าตัวประมาณ 19 ล้านปอนด์
ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี
จนกระทั่งวันตรวจร่างกายมาถึง..
ผลตรวจพบว่า ฟาน นิสเตลรอย มีอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าอย่างรุนแรง
ดีลถูกยกเลิกทันที
หลายคนมองว่า เส้นทางสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ของเขาจบลงแล้ว
เพราะไม่มีใครรู้ว่า
หลังจากพักยาวเกือบหนึ่งปี
เขาจะกลับมาเป็นนักเตะคนเดิมได้หรือไม่
แต่เซอร์ อเล็กซ์ ไม่คิดแบบนั้น
แทนที่จะมองเพียงสภาพร่างกายในวันนั้น
เขาเลือกมองศักยภาพของนักเตะคนนี้ในระยะยาว
แมนยูยังคงติดตามอาการของฟาน นิสเตลรอยอย่างใกล้ชิด
และรอเขากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
หนึ่งปีต่อมา ฟาน นิสเตลรอย กลับมาลงสนามให้พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน
และยังคงยิงประตูได้เหมือนเดิม
สุดท้าย แมนยูกลับมาปิดดีลอีกครั้งในปี 2001
หลังจากรอคอยนานเกือบ 12 เดือน
และกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคของเซอร์ อเล็กซ์
ตลอด 5 ฤดูกาลในสีเสื้อแมนยู
ฟาน นิสเตลรอย ลงสนาม 219 นัด
ยิงได้ 150 ประตู
เฉลี่ย 0.68 ประตูต่อนัด
ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในบรรดากองหน้าระดับตำนานของแมนยูหลายคน
หากคิดง่าย ๆ ทุก ๆ 3 นัด
เขาจะยิงได้ประมาณ 2 ประตู
นอกจากประตูแล้ว
เขายังพาทีมคว้า
-พรีเมียร์ลีก 1 สมัย
-เอฟเอ คัพ 1 สมัย
-ลีก คัพ 1 สมัย
พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวในหลายรายการ
และกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่แฟนบอลแมนยูรักมากที่สุดคนหนึ่ง..
เรื่องราวของฟาน นิสเตลรอย น่าสนใจตรงที่
หากแมนยูตัดสินใจจากข้อมูลในวันตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว
พวกเขาอาจพลาดหนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
แต่เพราะเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มองไกลกว่าอาการบาดเจ็บในวันนั้น
เขาไม่ได้มองแค่สิ่งที่คนคนหนึ่งเป็นอยู่ในวันนี้
แต่มองเห็นคุณค่าในระยะยาว และสิ่งที่คนคนนั้นสามารถเป็นได้ในวันข้างหน้า
จนท้ายที่สุด แมนยูก็ได้ รุด ฟาน นิสเตลรอย
กองหน้าที่ยิง 150 ประตู
กลายเป็นตำนานของสโมสร
แต่หากมองย้อนกลับไป
เรื่องราวทั้งหมดอาจไม่ได้เริ่มต้นจากประตูแม้แต่ลูกเดียว
หากเริ่มต้นจากคนคนหนึ่ง
ที่ยังคงเชื่อในตัวเขา ตอนที่คนทั้งโลกเริ่มไม่แน่ใจแล้วต่างหาก...
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
Reference:
-https://en.wikipedia.org/wiki/Ruud_van_Nistelrooy
-https://www.premierleague.com/hall-of-fame/ruud-van-nistelrooy
-https://www.theguardian.com/football/2006/jul/28/sport.comment
-Photo Credit: theanalyst.com