ณ สุดปลายหมู่บ้านริมขอบทุ่งหญ้าสเตปป์ มีพี่น้องสองคนอาศัยอยู่ คนหนึ่งร่ำรวย อีกคนหนึ่งยากจน วันหนึ่งน้องชายที่ยากจนได้มาที่บ้านของพี่ชายที่ร่ำรวยและนั่งลงที่โต๊ะอาหารของเขา แต่พี่ชายที่ร่ำรวยได้ไล่เขาไปและพูดว่า
“เจ้ากล้าดียังไงมานั่งที่โต๊ะของฉัน? ไปให้พ้น! ที่ที่เหมาะสมของเจ้าคือในทุ่งนาเพื่อไล่กา”
ดังนั้นน้องชายผู้น่าสงสารจึงออกไปที่ทุ่งนาเพื่อไล่กา เมื่อเห็นเขา กาทุกตัวก็บินหนีไป แต่ในหมู่กาเหล่านั้นมีอีกาตัวหนึ่งบินกลับมาและพูดกับเขาว่า “โอ้ ท่านเอ๋ย! ในหมู่บ้านนี้เจ้าจะไม่มีวันมีชีวิตอยู่ได้ เพราะที่นี่ไม่มีทั้งโชคลาภและความสุขสำหรับเจ้า แต่จงไปยังหมู่บ้านอื่นแล้วเจ้าจะประสบความสำเร็จ!”
จากนั้นชายผู้นั้นก็กลับไปบ้าน เรียกภรรยาและลูกๆ มารวมกัน เก็บเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เหลืออยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วออกเดินทางไปยังหมู่บ้านถัดไป โดยแบกกระติกน้ำไว้บนบ่า พวกเขาเดินทอดน่องไปตามถนนเรื่อยๆ แต่ดวงชะตาแห่งความโชคร้ายยังคงตามติดชายผู้นั้นไปข้างหลัง และกล่าวว่า “ทำไมเจ้าไม่พาพวกเราไปด้วยหรือ? พวกเราจะไม่ทิ้งเจ้าไป เพราะเจ้าเป็นของพวกเรา!”
เหล่าดวงชะตาแห่งความโชคร้ายจึงเดินทางต่อไปกับเขาจนกระทั่งมาถึงแม่น้ำ และชายผู้นั้นซึ่งกระหายน้ำก็ลงไปที่ริมน้ำเพื่อดื่มน้ำ เขาแกะถุงกระสอบกันน้ำของตนออก ชักชวนเหล่าวันแห่งความโชคร้ายให้เข้าไปอยู่ในนั้น แล้วจึงรีบมัดถุงให้แน่นอีกครั้ง จากนั้นก็ฝังมันไว้ที่ใกล้ๆ ริมฝั่งแม่น้ำ เสร็จแล้วเขากับครอบครัวก็เดินทางต่อไป พวกเขาเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง และที่ปลายสุดของหมู่บ้านนั้นมีกระท่อมร้างอยู่หลังหนึ่ง ผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่นเสียชีวิตเพราะความหิวโหย
ครอบครัวชายผู้นั้นจึงลงหลักปักฐานที่นั่น วันหนึ่งขณะที่พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างร้องมาจากบนภูเขาว่า “จับไว้! จับไว้! จับไว้!” ชายคนนั้นรีบเข้าไปในคอกม้า หยิบบังเหียนและสายจูงที่เหลืออยู่ แล้วปีนขึ้นไปบนภูเขา เขาเหลียวมองไปรอบๆ ขณะที่ปีนขึ้นไป
และในที่สุดเขาก็เห็นแพะแก่ตัวหนึ่งนั่งอยู่ มันมีเขาสองข้างที่ใหญ่โตมาก มันคือปีศาจนั่นเอง แต่แน่นอนว่าเขาไม่รู้เรื่องนั้น ดังนั้นเขาจึงใช้สายจูงทำเป็นบ่วงคล้องคอแพะแก่ตัวนั้น แล้วเริ่มลากมันลงมาจากภูเขาอย่างช้าๆ เขาค่อยๆ ลากมันไปจนกระทั้งขึ้นถึงบันไดโรงนา แล้วแพะก็หายไป แต่มีเงินจำนวนมหาศาลร่วงหล่นลงมาจากเพดาน
เขาเก็บรวบรวมเงินทั้งหมดเข้าด้วยกัน และมันก็เต็มหีบใบใหญ่สองหีบ จากนั้นชายยากจนก็ใช้เงินอย่างคุ้มค่า และในเวลาไม่นานเขาก็ร่ำรวย ต่อมาเขาจึงส่งคนของเขาไปหาพี่ชายที่ร่ำรวย และเชิญให้พี่ชายมาอยู่ด้วยกัน
พี่ชายครุ่นคิดเรื่องนี้ “บางทีเขาอาจจะไม่มีอะไรกิน” เขาคิด “และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาส่งคนไปตามฉัน”
ดังนั้นพี่ชายจึงสั่งให้พวกคนรับใช้ของเขาทำแพนเค้กไขมันสูงคุณภาพต่ำจำนวนมากให้เขาเพื่อนำไปมอบให้กับน้องชาย แล้วจึงออกเดินทางไป ระหว่างทางเขาได้ยินข่าวลือว่าน้องชายของเขาร่ำรวยขึ้นมาก และยิ่งเขาเดินทางไปไกลเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้ยินเรื่องความร่ำรวยของน้องชายมากขึ้นเท่านั้น พี่ชายเกิดนึกละอายใจที่นำแพนเค้กถูกๆ ทั้งหมดมาด้วย ดังนั้นเขาจึงโยนมันทิ้งลงในคูน้ำ ในที่สุดเขาก็มาถึงยังบ้านของน้องชาย และน้องชายของเขาก็ได้แสดงให้เขาดูหีบหนึ่งที่เต็มไปด้วยเงินก่อน แล้วจึงแสดงอีกหีบหนึ่งให้เขาดูเต็มตา
แล้วความอิจฉาก็เข้าครอบงำพี่ชายผู้ร่ำรวย จนทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือก แต่แล้วน้องชายของเขาก็กล่าวว่า “ฉันฝังเงินไว้มากมายในถุงกระสอบกันน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำ เจ้าจะขุดขึ้นมาเพื่อเก็บเอาไว้เองก็ได้นะ เพราะฉันมีเงินของตัวเองมากมายที่นี่แล้ว! ดูสิ!” พี่ชายผู้ร่ำรวยได้ยินแล้วก็ไม่รอช้า รีบไปที่แม่น้ำและเริ่มขุดหาถุงกระสอบกันน้ำทันที พอเจอแล้วเขาก็รีบแกะมันออกด้วยมือที่สั่นเทาและโลภ แต่ทันทีที่เขาเปิดมันออก เหล่าวันแห่งความโชคร้ายก็โผล่ออกมาเกาะติดเขา “เจ้าเป็นของเรา!” พวกมันกล่าว หลังจากนั้นพี่ชายจึงเดินทางกลับบ้าน
และเมื่อถึงบ้าน เขาก็พบว่าทรัพย์สินทั้งหมดของเขาได้หายไป และมีเพียงกองเถ้าถ่านอยู่ตรงที่บ้านของเขาเคยอยู่ เขาจึงไปอาศัยอยู่ในที่ที่น้องชายของเขาเคยอยู่ และเหล่าวันแห่งความโชคร้ายก็ติดอยู่กับเขานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
.
⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านยูเครน: เรื่องราวของวันแห่งความโชคร้าย 💖✨⌛