ช่วงนี้ใครไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วผ่านวัดดวงดี ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ อาจได้เห็นภาพที่น่าสนใจ เพราะมีเจ้าของรถใหม่ขับรถป้ายแดงเข้าวัดให้หลวงพ่อเจิมและประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลกันอย่างต่อเนื่อง
จนพระครูสุนทรพัฒนการ เจ้าอาวาสวัดดวงดี แทบไม่มีเวลาพัก เพราะมีรถใหม่เข้ามาให้เจิมเกือบทุกวัน แต่ที่น่าสังเกตคือ รถที่นำมาเจิมในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็น
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
เชียงใหม่ขึ้นแท่นพื้นที่จดทะเบียน EV สูงสุดในภูมิภาค
- กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในเชียงใหม่กำลังมาแรง โดยข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) ระบุว่า เชียงใหม่มียอดจดทะเบียนรวม 19,563 คัน คิดเป็น 40.68% ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด
- ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในภูมิภาค หากไม่นับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- ขณะที่รถเก๋งเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดมีสัดส่วนประมาณ 34.35% ส่วนรถกระบะอยู่ที่ 24.97%
น้ำมันแพงเป็นแรงผลักดันสำคัญ
- เจ้าของรถ EV รายหนึ่งเล่าว่า ตัดสินใจขายรถเก๋งคันเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น
- อีกทั้งเชียงใหม่ยังมีสถานีชาร์จที่ครอบคลุมและสะดวกขึ้น ทำให้มั่นใจว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรถคันเดิม
- ส่วนเรื่องราคาขายต่อที่อาจลดลงมาก เจ้าตัวก็มองว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะตั้งใจใช้รถประมาณ 5–6 ปี หากประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างทางได้ก็น่าจะคุ้มค่า
แล้วรถ EV คุ้มจริงไหม?
- ส่วนตัวคิดว่ากระแสนี้สะท้อนให้เห็นว่า ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถของคนอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำ และมีสถานีชาร์จให้ใช้งานสะดวก
- แต่การซื้อรถ EV ก็ยังต้องคิดถึงค่าไฟ ค่าติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน ค่าเสื่อมราคา ราคาขายต่อ และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ในระยะยาวด้วย
-
อยากถามคนใช้รถ EV หรือคนที่กำลังตัดสินใจซื้อครับ
ถ้าวันนี้น้ำมันยังแพงและผันผวนแบบนี้ คุณจะยอมขายรถน้ำมันคันเดิมแล้วเปลี่ยนไปใช้ EV ไหม?
ที่มา
chiangmainews
กระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปีนี้ร้อนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่
จนพระครูสุนทรพัฒนการ เจ้าอาวาสวัดดวงดี แทบไม่มีเวลาพัก เพราะมีรถใหม่เข้ามาให้เจิมเกือบทุกวัน แต่ที่น่าสังเกตคือ รถที่นำมาเจิมในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็น รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
เชียงใหม่ขึ้นแท่นพื้นที่จดทะเบียน EV สูงสุดในภูมิภาค
- กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในเชียงใหม่กำลังมาแรง โดยข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) ระบุว่า เชียงใหม่มียอดจดทะเบียนรวม 19,563 คัน คิดเป็น 40.68% ของยอดจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด
- ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในภูมิภาค หากไม่นับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- ขณะที่รถเก๋งเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดมีสัดส่วนประมาณ 34.35% ส่วนรถกระบะอยู่ที่ 24.97%
น้ำมันแพงเป็นแรงผลักดันสำคัญ
- เจ้าของรถ EV รายหนึ่งเล่าว่า ตัดสินใจขายรถเก๋งคันเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น
- อีกทั้งเชียงใหม่ยังมีสถานีชาร์จที่ครอบคลุมและสะดวกขึ้น ทำให้มั่นใจว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรถคันเดิม
- ส่วนเรื่องราคาขายต่อที่อาจลดลงมาก เจ้าตัวก็มองว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะตั้งใจใช้รถประมาณ 5–6 ปี หากประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างทางได้ก็น่าจะคุ้มค่า
แล้วรถ EV คุ้มจริงไหม?
- ส่วนตัวคิดว่ากระแสนี้สะท้อนให้เห็นว่า ราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถของคนอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำ และมีสถานีชาร์จให้ใช้งานสะดวก
- แต่การซื้อรถ EV ก็ยังต้องคิดถึงค่าไฟ ค่าติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน ค่าเสื่อมราคา ราคาขายต่อ และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ในระยะยาวด้วย
- อยากถามคนใช้รถ EV หรือคนที่กำลังตัดสินใจซื้อครับ
ถ้าวันนี้น้ำมันยังแพงและผันผวนแบบนี้ คุณจะยอมขายรถน้ำมันคันเดิมแล้วเปลี่ยนไปใช้ EV ไหม?
ที่มา chiangmainews