ลองจินตนาการดูครับว่า วันหนึ่งคุณรูดบัตรเดบิตซื้อของราคาเป็นแสน แต่กลับพบว่าเงินในบัญชีไม่ลดลงแม้แต่บาทเดียว แถมรูดซื้อของครั้งต่อไปก็ยังผ่านอีก!
เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นจริงกับ
คริสติน เจียซิน ลี (Christine Jiaxin Lee) นักศึกษาสาวชาวมาเลเซียที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย
- ย้อนกลับไปในปี 2012 ตอนที่เธอเปิดบัญชีกับธนาคาร Westpac เธออายุเพียง 17 ปี แต่เกิดความผิดพลาดในการจัดการบัญชี ทำให้บัญชีของเธอได้รับวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft) แบบไม่จำกัด
- ต่อมาเธอพบว่าสามารถถอนเงินและใช้จ่ายได้ แม้ยอดเงินในบัญชีจะติดลบไปแล้วก็ตาม
ช้อปปิ้งจนยอดติดลบกว่า 100 ล้านบาท!
- ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2014 ถึงเมษายน 2015 เธอใช้วงเงินดังกล่าวไปประมาณ
4.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยในช่วงเวลานั้นกว่าร้อยล้านบาท
- เงินจำนวนมหาศาลถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าแบรนด์เนม กระเป๋าหรู เครื่องประดับ และสินค้าแฟชั่นราคาแพง
- ธนาคารมารู้ตัวเมื่อพบความเคลื่อนไหวผิดปกติ โดยเฉพาะการโอนเงินจำนวนมากไปยังบัญชี PayPal ก่อนที่บัญชีจะถูกระงับในที่สุด
จุดพีค! ผู้พิพากษาตั้งคำถามกับธนาคาร
- ในปี 2016 คริสตินถูกจับกุมที่สนามบินซิดนีย์ ขณะกำลังจะเดินทางกลับมาเลเซีย และถูกตั้งข้อหาฉ้อโกง รวมถึงข้อหาเกี่ยวกับการจัดการเงินที่ได้จากการกระทำความผิด
- ระหว่างการพิจารณาคดี ผู้พิพากษา Lisa Stapleton ตั้งข้อสังเกตว่า เงินดังกล่าวอาจไม่ใช่เงินที่ได้มาจากอาชญากรรม เพราะเป็นธนาคารเองที่เปิดวงเงินให้เธอใช้ พร้อมกล่าวว่า “เธอไม่ได้เอาเงินไปจากธนาคาร แต่ธนาคารเป็นฝ่ายให้เงินเธอเอง”
- อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงข้อสังเกตในชั้นพิจารณาการประกันตัว ไม่ใช่คำตัดสินว่าเธอไม่มีความผิด
สุดท้ายคดีอาญาถูกถอน แต่เรื่องเงินยังไม่จบ
- ในเดือนธันวาคม 2017 อัยการตัดสินใจถอนข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าคดีมีปัญหาเรื่องการพิสูจน์เจตนาหลอกลวง เพราะไม่มีหลักฐานว่าเธอใช้วิธีหลอกลวงธนาคารตามองค์ประกอบของข้อหา
- เธอจึงสามารถเดินทางกลับมาเลเซียได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหนี้ที่เกิดขึ้นจะหายไปด้วย
- ธนาคาร Westpac ยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อเรียกเงินคืน รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่งแยกต่างหาก
เรื่องนี้ชวนคิดมาก
1. ถ้าเป็นเรา อยู่ดี ๆ ธนาคารเปิดช่องให้ใช้เงินได้ไม่จำกัด ทั้งที่ไม่มีเงินในบัญชี และรูดซื้ออะไรก็ผ่าน คุณจะทำอย่างไร?
รีบแจ้งธนาคารทันที เพราะรู้ว่าเงินนั้นไม่ใช่ของเรา
2. ทดลองใช้สักเล็กน้อยก่อน เผื่อเป็นระบบผิดพลาดจริง ๆ
3. ใช้ให้เต็มที่ เพราะคิดว่าธนาคารเป็นคนเปิดวงเงินให้เอง
4. ไม่กล้าแตะเลย กลัววันหนึ่งธนาคารเรียกเงินคืน
ที่มา
ข่าว สด
ถ้าธนาคารตั้งค่าบัตรให้ใช้เงินได้ไม่จำกัด ทั้งที่บัญชีไม่มีเงิน คุณจะหยุดใช้หรือช้อปให้เต็มที่?
เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นจริงกับ คริสติน เจียซิน ลี (Christine Jiaxin Lee) นักศึกษาสาวชาวมาเลเซียที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย
- ย้อนกลับไปในปี 2012 ตอนที่เธอเปิดบัญชีกับธนาคาร Westpac เธออายุเพียง 17 ปี แต่เกิดความผิดพลาดในการจัดการบัญชี ทำให้บัญชีของเธอได้รับวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft) แบบไม่จำกัด
- ต่อมาเธอพบว่าสามารถถอนเงินและใช้จ่ายได้ แม้ยอดเงินในบัญชีจะติดลบไปแล้วก็ตาม
ช้อปปิ้งจนยอดติดลบกว่า 100 ล้านบาท!
- ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2014 ถึงเมษายน 2015 เธอใช้วงเงินดังกล่าวไปประมาณ 4.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยในช่วงเวลานั้นกว่าร้อยล้านบาท
- เงินจำนวนมหาศาลถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าแบรนด์เนม กระเป๋าหรู เครื่องประดับ และสินค้าแฟชั่นราคาแพง
- ธนาคารมารู้ตัวเมื่อพบความเคลื่อนไหวผิดปกติ โดยเฉพาะการโอนเงินจำนวนมากไปยังบัญชี PayPal ก่อนที่บัญชีจะถูกระงับในที่สุด
จุดพีค! ผู้พิพากษาตั้งคำถามกับธนาคาร
- ในปี 2016 คริสตินถูกจับกุมที่สนามบินซิดนีย์ ขณะกำลังจะเดินทางกลับมาเลเซีย และถูกตั้งข้อหาฉ้อโกง รวมถึงข้อหาเกี่ยวกับการจัดการเงินที่ได้จากการกระทำความผิด
- ระหว่างการพิจารณาคดี ผู้พิพากษา Lisa Stapleton ตั้งข้อสังเกตว่า เงินดังกล่าวอาจไม่ใช่เงินที่ได้มาจากอาชญากรรม เพราะเป็นธนาคารเองที่เปิดวงเงินให้เธอใช้ พร้อมกล่าวว่า “เธอไม่ได้เอาเงินไปจากธนาคาร แต่ธนาคารเป็นฝ่ายให้เงินเธอเอง”
- อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงข้อสังเกตในชั้นพิจารณาการประกันตัว ไม่ใช่คำตัดสินว่าเธอไม่มีความผิด
สุดท้ายคดีอาญาถูกถอน แต่เรื่องเงินยังไม่จบ
- ในเดือนธันวาคม 2017 อัยการตัดสินใจถอนข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าคดีมีปัญหาเรื่องการพิสูจน์เจตนาหลอกลวง เพราะไม่มีหลักฐานว่าเธอใช้วิธีหลอกลวงธนาคารตามองค์ประกอบของข้อหา
- เธอจึงสามารถเดินทางกลับมาเลเซียได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหนี้ที่เกิดขึ้นจะหายไปด้วย
- ธนาคาร Westpac ยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อเรียกเงินคืน รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่งแยกต่างหาก
เรื่องนี้ชวนคิดมาก
1. ถ้าเป็นเรา อยู่ดี ๆ ธนาคารเปิดช่องให้ใช้เงินได้ไม่จำกัด ทั้งที่ไม่มีเงินในบัญชี และรูดซื้ออะไรก็ผ่าน คุณจะทำอย่างไร?
รีบแจ้งธนาคารทันที เพราะรู้ว่าเงินนั้นไม่ใช่ของเรา
2. ทดลองใช้สักเล็กน้อยก่อน เผื่อเป็นระบบผิดพลาดจริง ๆ
3. ใช้ให้เต็มที่ เพราะคิดว่าธนาคารเป็นคนเปิดวงเงินให้เอง
4. ไม่กล้าแตะเลย กลัววันหนึ่งธนาคารเรียกเงินคืน
ที่มา ข่าว สด