‘ลาบ’ จ่อขึ้นบัญชีมรดกโลก ที่จับต้องไม่ได้ หลัง สปป.ลาว เสนอต่อยูเนสโก ชูบทบาทอาหารในวิถีชีวิตชาวลาว

‘ลาบ’ จ่อขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ หลังองค์การยูเนสโกเผยแพร่ร่างข้อมติเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งเสนอให้ขึ้นทะเบียนอาหารชนิดนี้ในชื่อ “ลาบ: สัญลักษณ์ทางอาหารของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมลาว”
.
The Laotian Times รายงานว่า คาดว่าจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก สมัยที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองเซียะเหมิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-5 ธ.ค.
.
รายงานระบุว่า ในวัฒนธรรมลาว ลาบเป็นอาหารที่พบได้ทั้งในมื้อทั่วไปและงานสำคัญ เช่น งานแต่งงาน วันเกิด และปีใหม่ลาว นอกจากเป็นอาหารที่คนในครอบครัวรับประทานร่วมกันแล้ว ลาบยังเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล การจัดลาบเลี้ยงจึงเป็นเหมือนการอวยพรให้ครอบครัวและแขกมีความเจริญรุ่งเรือง
.
แม้แต่ละพื้นที่จะมีสูตรลาบแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะนำเนื้อสัตว์หรือปลามาสับให้ละเอียด แล้วปรุงได้ทั้งแบบดิบหรือแบบสุก ก่อนคลุกเคล้ากับน้ำมะนาว น้ำปลา ข้าวคั่ว หอมแดง สะระแหน่ ผักชี และพริก จากนั้นรับประทานคู่กับข้าวเหนียวและผักสด
.
การทำลาบยังเป็นกิจกรรมที่คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านมาร่วมวงกัน โดยเฉพาะในชุมชนชนบทบางแห่งที่ไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์เป็นประจำ การทำลาบจึงถือเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้คนได้มารวมตัวกัน
.
การผลักดันให้ลาบได้รับการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ นำโดยสมาคมนักธุรกิจสตรีลาว ซึ่งยื่นเสนอชื่อต่อยูเนสโกผ่านกระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของลาวเมื่อต้นปี 2025
.
ดาลาโพน พนเสนา กรรมการผู้จัดการร้านอาหารกัวลาวและสมาชิกสมาคมนักธุรกิจสตรีลาว กล่าวว่า การได้เห็นอาหารที่รับประทานกันในชีวิตประจำวันได้รับการยอมรับจากยูเนสโกบนเวทีโลกมีความหมายอย่างมาก
.
เธอกล่าวด้วยว่า การทำงานร่วมกับกระทรวงฯ และสมาคมฯ ตลอดสองปีที่ผ่านมาเป็นเกียรติอย่างยิ่ง พร้อมย้ำว่าลาบเป็นของชาวลาวทุกคน “ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน ลาบก็ไปกับเราด้วย”
.
หากได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค. ลาบจะเป็นมรดกวัฒนธรรมของลาวรายการที่ 4 ในบัญชียูเนสโก ต่อจากดนตรีแคน ซึ่งขึ้นทะเบียนในปี 2017 การทอลายนาคแบบดั้งเดิม ในปี 2023 และฟ้อนลำวงลาว ในปี 2024
.
สำนักข่าว TODAY
ยูเนสโกจ่อขึ้นทะเบียน "ลาบ" มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ชูสัญลักษณ์อาหาร สะท้อนอัตลักษณ์ลาว
‘ลาบ’ จ่อขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ หลังองค์การยูเนสโกเผยแพร่ร่างข้อมติเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งเสนอให้ขึ้นทะเบียนอาหารชนิดนี้ในชื่อ “ลาบ: สัญลักษณ์ทางอาหารของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมลาว”
.
The Laotian Times รายงานว่า คาดว่าจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก สมัยที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองเซียะเหมิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-5 ธ.ค.
.
รายงานระบุว่า ในวัฒนธรรมลาว ลาบเป็นอาหารที่พบได้ทั้งในมื้อทั่วไปและงานสำคัญ เช่น งานแต่งงาน วันเกิด และปีใหม่ลาว นอกจากเป็นอาหารที่คนในครอบครัวรับประทานร่วมกันแล้ว ลาบยังเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคล การจัดลาบเลี้ยงจึงเป็นเหมือนการอวยพรให้ครอบครัวและแขกมีความเจริญรุ่งเรือง
.
แม้แต่ละพื้นที่จะมีสูตรลาบแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะนำเนื้อสัตว์หรือปลามาสับให้ละเอียด แล้วปรุงได้ทั้งแบบดิบหรือแบบสุก ก่อนคลุกเคล้ากับน้ำมะนาว น้ำปลา ข้าวคั่ว หอมแดง สะระแหน่ ผักชี และพริก จากนั้นรับประทานคู่กับข้าวเหนียวและผักสด
.
การทำลาบยังเป็นกิจกรรมที่คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านมาร่วมวงกัน โดยเฉพาะในชุมชนชนบทบางแห่งที่ไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์เป็นประจำ การทำลาบจึงถือเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้คนได้มารวมตัวกัน
.
การผลักดันให้ลาบได้รับการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ นำโดยสมาคมนักธุรกิจสตรีลาว ซึ่งยื่นเสนอชื่อต่อยูเนสโกผ่านกระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของลาวเมื่อต้นปี 2025
.
ดาลาโพน พนเสนา กรรมการผู้จัดการร้านอาหารกัวลาวและสมาชิกสมาคมนักธุรกิจสตรีลาว กล่าวว่า การได้เห็นอาหารที่รับประทานกันในชีวิตประจำวันได้รับการยอมรับจากยูเนสโกบนเวทีโลกมีความหมายอย่างมาก
.
เธอกล่าวด้วยว่า การทำงานร่วมกับกระทรวงฯ และสมาคมฯ ตลอดสองปีที่ผ่านมาเป็นเกียรติอย่างยิ่ง พร้อมย้ำว่าลาบเป็นของชาวลาวทุกคน “ไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน ลาบก็ไปกับเราด้วย”
.
หากได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค. ลาบจะเป็นมรดกวัฒนธรรมของลาวรายการที่ 4 ในบัญชียูเนสโก ต่อจากดนตรีแคน ซึ่งขึ้นทะเบียนในปี 2017 การทอลายนาคแบบดั้งเดิม ในปี 2023 และฟ้อนลำวงลาว ในปี 2024
.
สำนักข่าว TODAY