Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (35) เหตุเกิดอีกแล้ว
ชายหาดทอดยาวไกลสุดตา วรชิตจับมือปาลิดาเดินเล่นไปตามเม็ดทรายสีนวล
“จากความเป็นเพื่อนผมหวังว่าเราจะเดินเคียงไปด้วยกันดั่งเช่นหาดทรายที่แสนไกลนี้”
“อย่าเพิ่งคิดเลยค่ะ ปาอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
“ครับ...ความจริงความเป็นเพื่อนก็นับว่าเป็นการให้โอกาสผมมากทีเดียว” รอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้ามีความสุข
“พรุ่งนี้พี่ไกรจะให้ปาพาก้อยไปตรวจสุขภาพที่คลินิกเพื่อน”
“ผมว่าดีทีเดียว หลังจากผ่านเรื่องร้ายมามาก จะเริ่มจากก้าวที่มั่นคง สุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ พรุ่งนี้ผมจะขับรถไปให้ ผมส่งคุณสองคนแล้วจะแวะ
ไปหาเพื่อนหน่อยครับ”
วันรุ่งขึ้นป้าบุญทำข้าวต้มปลาใส่หม้อมาให้ก่อนที่จะไปขายของที่สโมสร “ป้าขอบคุณมากที่ดูแลก้อยเหมือนน้อง คุณดีกับเราสองแม่ลูกมาก ๆ
เลยค่ะ ความจริงป้าพาลูกไปเองก็ได้นะคะ”
“อย่าดีกว่าเราสองคนว่างครับ เสร็จแล้วคงกลับมาทันทานข้าวเที่ยงที่สโมสร ดีไหมครับคุณปาลิดา”
“ดีค่ะ”
อาหารเช้าคือข้าวต้มปลา พันโทเรืองไกรเข้าไปทำงานต่อ ส่วนทั้งสาม...มีวรชิตเป็นคนขับรถเก๋งตรงไปที่คลินิก “ปาคุยกับหมอสะดวกกว่า คุณ
ไปทำธุระเถอะค่ะ ถ้าช้าอย่างไรโทรมาบอกนะคะ”
“ครับ”
การพาก้อยมาหาสูตินารีแพทย์ เพื่อให้แน่ใจเรื่องสุขภาพ ทุกคนเป็นห่วงว่าก้อยอาจติดโรคร้ายได้ ให้แน่ใจคือไปหาหมอ และพวกเขาไม่ต้อง
การให้ป้าบุญรู้อะไรมากไปกว่าก้อยหนีตามผู้ชายเข้าไปอยู่ที่กรุงเทพ “รู้เท่านี้ก็พอแล้วนะ เรื่องเลวร้ายผ่านไปแล้วอย่าพูดถึงมันอีกเลยดีไหมจ๊ะก้อย”
“ดีค่ะ”
หมอสูติฯ...สาวโสดเพื่อนปาลิดาทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เจาะเลือดและปัสสาวะไปตรวจ “ปาพาน้องมาอีกครั้งพรุ่งนี้ มาฟังผลจาก
หมอนะคะ ตอนนี้สุขภาพทั่วไปปกติ ให้แน่นอนต้องรอดูด้วยผลแล็บด้วย” ปาลิดานั่งรอวรชิตอยู่พักใหญ่จึงโทรศัพท์หา
“ปาเสร็จแล้วค่ะ ถ้าคุณยังติดธุระเราจะไปเดินซื้อของที่ห้างก่อนแล้วคุณโทรหาปานะคะ”
ผ่านไปเกือบชั่วโมง...เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “คุณปาลิดาเพื่อนวรชิตใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” ใจปาลิดาหล่นวูบ เขาเป็นอะไรหรือเปล่าหนอ
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณวรชิตหรือคะ...ทำไม” เสียงถามเริ่มสั่นเครือ ก้อยคว้ามือพี่ปามากุมไว้ และบีบอย่างให้กำลังใจ
“เขาเห็นคนแก่จะข้ามถนน รถแล่นมาเร็วมากยายมองไม่เห็น เขากำลังจะไปขึ้นรถ แต่กลับไปดึงยายแกหลบเข้ามา ยายไม่เป็นอะไร แต่” เท่านั้น
แหละ คำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวปาลิดาช่างน่ากลัว...ทำไมเรื่องราวต้องเกิดกับคนที่เธอห่วงใยด้วยนะ...โอ้สวรรค์!
“แต่อะไรคะ” เสียงถามปนเสียงสะอื้น
“ตอนหมุนตัวกลับ เขาสะดุดขาตัวเองหัวเข่าไปกระแทกกับฟุตบาทแตกครับ เพิ่งเย็บแผลเสร็จ ไม่เป็นอะไรมากอย่าเพิ่งตกใจนะครับ”
“โธ่เอ๊ย! ทั้งคุณกับคุณวรชิตจะทำให้ฉันบ้าตาย เดี๋ยวจะไปหาที่คลินิกนะคะ” ปลายสายยิ้ม นี่ไอ้ชิตมันว่าเป็นเพื่อนแต่ของขวัญที่เลือกให้สำหรับ
วันปีใหม่ของหญิงสาวผู้นี้ งดงามราคาแพง ไม่ต่อสักคำ เสียงสาวเจ้าที่ตกใจกับอุบัติเหตุก็อีกด้วย หนีกันไม่พ้นแน่
“วรชิต เปลี่ยนมาใส่กางเกเลที่เพื่อนเขาเอามาให้เปลี่ยน หมอผู้ชายที่รักษาให้ ยิ้มและบอกเธอว่า “แฟนคุณไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่เย็บหกเข็ม
คงไม่ทันระวังตอนหมุนตัวกลับเพราะมัวห่วงคุณยายนั่นไงเธอยังนั่งรอด้วยความเป็นห่วงเขาเช่นกัน” เขาชี้ไปที่หญิงชรา แต่งตัวเรียบร้อยสะอาด
ยายเดินมาจับมือเธอเมื่อเห็นปาลิดามองวรชิตแล้วน้ำตาคลอ “ยายขอโทษนะ ไม่คิดจะให้เกิดเรื่องเลย หลานยายก็ไม่ค่อยอยากให้ออกมา
นอกบ้านเพราะหูตาไม่ค่อยดี คุณเป็นคนดีมากมีน้ำใจกับคนแปลกหน้าอย่างยาย ยายเสียใจที่ทำให้แฟนหนูบาดเจ็บ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะไกลหัวใจ” คำท้ายหันมามองแล้วค้อนให้คนเจ็บ
“ผมขับไปส่งไหมครับคุณปาลิดา” เพื่อนวรชิตอาสา
“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องหรอกปาขับกลับได้ เท่าไรคะคุณหมอ”
“ผมจ่ายแล้วครับ” จำเลยอ้อมแอ้มตอบ
“งั้นขอตัวกลับนะคะ เดี๋ยวพี่ชายกับแม่น้องก้อยจะเป็นห่วง”
ปาลิดาเปลี่ยนมาขับให้ วรชิตนั่งข้างคนขับ ก้อยนั่งเงียบอยู่ด้านหลัง ความเงียบทำให้ก้อยใจไม่ดี ไม่น่าเลยเพราะเหตุว่าพาก้อยมาหาหมอ คุณ
วรชิตถึงเจ็บตัว...
ปาลิดาเงียบอยู่ได้ไม่นาน...“คุณจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรือไงคะ ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นห่วง” สายตามองสบมาอย่างรู้สึกผิด
“ผมผิด ผมขอโทษ แต่ยายเดินงก ๆ เงิ่น ๆ น่าสงสาร เป็นคุณก็ไม่ใจร้ายให้แกโดนรถชนหรอกใช่ไหมครับ”
“ฮึ! รู้แล้วยังมาย้อนถามอีก แต่ตัวเองก็ต้องห่วงตัวเองด้วยจริงเล้ย ถ้าเป็นเด็กคงจะโดนฟาดด้วยไม้เรียวแน่” ก้อยอมยิ้มจากคำพูดเหมือนขัดใจที่
แท้ก็คือความห่วงใยนั้นเอง
“กลับมากันแล้วนั่นไง” พี่ไกรชี้ให้ป้าบุญดู แกกระสับกระส่ายเพราะเลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้วจึงห่วงว่าจะหิว...รถจอด...เรืองไกรขมวดคิ้ว
ขาไปวรชิตขับ ขากลับเป็นปาลิดาขับ และลงมาจากรถด้วยท่าทีขัดใจ ส่วนวรชิตจากกางเกงยีนเปลี่ยนเป็นกางเกงเล แถมเดินขาเขยกเหมือนเจ็บที่
หัวเข่า ก้อยเข้าไปช่วยพยุงลงมา
“เกิดอุบัติเหตุหรือครับ” พี่ชายถามอย่างกังวลใจ
“คนเก่งของพี่ไกรน่ะหาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้ว” ท่าทางฟ้องพี่ชายเหมือเด็กเกเร ปาลิดาแข็ง ไม่ลงให้ใคร ยามหงุดหงิดดูจะเอาแต่ใจทีเดียว ถึงว่า
นี่คงถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กแน่ จำเลยคาดคะเน
“ก้อยไปหาแม่เถอะ พี่เดินได้ ช้าหน่อยยังเจ็บที่เข่าน่ะ”
รถเก๋งอีกคันวิ่งมาจอด...“มาหาพี่ไกรไม่ถามสักคำนะปาลิดา ปล่อยให้เป็นห่วงกับข่าวใหญ่ขนาดนั้น นี่มาหลบอยู่เงียบ ๆ หรือจ๊ะ” กันติชาเดินลง
มาจากรถก็พูดด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง
“คงได้อยู่ใกล้กันสักที ไม่งั้นต้องไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพราะงานอาจารย์” อาจารย์เผชิญยิ้มและทักทายทุกคน
ปาลิดาดีใจกอดกันติชาแน่น เห็นเพื่อนสนิททุกครั้งความอุ่นใจก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่แปลกที่เมื่อมีวรชิตเข้ามาแทรก ความเดือดร้อน
ที่จะต้องเจอกันติชาทุกอาทิตย์กลับถูกทดแทนด้วยผู้ชายชื่อวรชิต เธอมองหน้าคมคายท่าทางแข็งแรงมีสง่าของเขา แล้วใจคอหวั่นไหว
ก้อย ป้าบุญ และปาลิดากลับไปขนของที่ซื้อมาเพิ่มในบ้านพี่ไกร...หนุ่มใหญ่ที่ยังไม่มีทีท่าจะถูกใจใคร และยังอยู่คนเดียวหลังการหย่าร้างครั้งแรก
ป้าบุญคอยมาดูแลทำความสะอาดจดรายการซื้อของที่ต้องการเพิ่มในบ้าน ของหลายถุงหิ้วเข้าบ้าน ปาลิดาเดินกลับไปดูอีกรอบ ไม่มีของอะไรแล้ว
แต่ที่เสียบเอกสารข้างเบาะมีถุง
“ไข่มุกอันดามัน” ถุงจากร้านเพื่อนวรชิต เธอหยิบออกมาด้วยความสงสัย เป็นตลับใส่อัญมณี เปิดออกดูพลางอุทาน
“โอ้! สวยมากเลย” สร้อยคอทำจากมุกเม็ดงาม ขนาดและสีกลมกลืนแต่ละเม็ดต่อเชื่อมด้วยข้อต่อทองคำขาวบิดเป็นเกลียว เรียงตัวงดงาม “ฮือ! แอบ
ไปซื้อของสวยนี่เอง ให้ใครนะ”
ปาลิดาเอากล่องใส่สร้อยมุกไปให้เพื่อนสาวที่กำลังจัดของในห้องพัก กันติชาเปิดออกดู ตาวาวออกอาการตื่นเต้น และท่าทางล้อเลียน
“ว้าว!” เสียงจุปากให้เงียบ เธอเบาเสียงลง “ใครซื้อนะ สวยมากเลย นี่คัดทั้งสีทั้งขนาด...เกรดเอ ใช่จะหาง่ายถ้าไม่รวย ของใครล่ะ...โอะโอ! ”
“ของคุณวรชิต แต่จะให้ใครช่างเขาซิ วานกันเอาไปให้หน่อยวางไว้จะหายได้”
“ถ้าเขาถามล่ะ...บอกปาลิดาเจอในรถ...อิอิอิ”
“ไม่ต้องเลย อย่างเธอหาคำตอบเก่งจะตาย แต่ต้องตายแน่หากเอาฉันไปเกี่ยวด้วย เข้าใจ๊!! ”
วรชิตนั่งจิบกาแฟคุยกับอาจารย์ สารพัดเรื่องที่ทั้งสองจะคุยได้ ด้วยรักการอ่านทั้งคู่ “ลั้นลากันทั้งคู่นะคะ ถ้าจะคุยถูกคอกัน”
“คุยกับอาจารย์ได้ความรู้เยอะครับ” อาจารย์ยิ้ม เขาเองสิที่ได้ความรู้หลากหลายจากวรชิต อาจารย์หัวเราะในลำคอ พอใจกับวรชิตทุกครั้งที่เจอ
คือความเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยยกตัวข่มใคร น่าคบเป็นมิตรที่ดี
“ถืออะไรมาครับ” เขาหันไปถามกันติชา...ภรรยา
“เห็นเขาขนของมากองไว้ไปมอง ๆ ดูเลยเจอของดีนี่ เข้าใจว่าน่าจะเป็นของคุณวรชิตนะคะ”
“ใช่ครับลงมาแล้วลืมได้อย่างไรนะ”
“ของราคาขนาดนี่ ทั้งสวยอีกต่างหาก ขอโทษนะคะที่เปิดดู ใครหนอจะได้เป็นเจ้าของ” สายตาล้อเลียนจ้องมองวรชิต เขาแสร้งก้มหน้า
จิบกาแฟ...รู้หลบจริงนะนายคนนี่ สนใจเพื่อนฉันแน่ เอาเถอะไม่แหย่ละ หูแดงเชียว...
เขาขอบคุณและรับมาถือไว้ “ฟ้าก็สวยน้ำก็ใสช่างเหมาะกันจริงนะคะ” การเงียบไม่ต่อคำกับคนฉลาดใช้ได้เสมอ วรชิตรู้ดีว่าสองศรีเพื่อนซี้ ฉลาด
ทั้งคู่ อย่าลองดีนับว่าเป็นการที่ควรที่สุด รอก่อน...เขาบอกใจตัวเองให้รอ ถ้าสิ่งนั้นกามเทพสร้างมาคู่กันมีหรือจะจับไว้ไม่อยู่
ตะวันลับขอบฟ้าไป ทิ้งไว้เพียงเงามืด กลิ่นบาร์บีคิว เสียงเพลงคริสต์มาสแว่วเข้าหู วรชิตคิดถึงคริสต์มาสสำหรับเขาคือการจัดงานขึ้นในออฟฟิศ
ปีนี้ก็คงไม่ต่างกัน เพียงแต่ความอุ่นใจและมิตรไมตรีที่เริ่มเบ่งบานช่วยให้ปีนี้ดีกว่าทุกปี สายตามองสบกันบ่อยครั้ง กันติชากระแอมขึ้นพลางเอ่ย
“พี่ไกรคะ แถวนี้มดชุมกว่ายุงนะคะ”
“อือ! มดวิ่งหาอาหาร เราปิ้งย่างอยู่คงได้กลิ่นกระมัง ยุงไม่เยอะครับ ลมทะเลพัดไปหมด” ปาลิดาขมวดคิ้วมองหน้าพี่ชาย
อยากรู้ว่ารับส่ง
ลูกกับกันติชาหรือไง...แปลก
เงื่อนรักกามเทพ Cupid Knot (35) เหตุเกิดอีกแล้ว
Cr.Youtube
เงื่อนรักกามเทพ...Cupid Knot (35) เหตุเกิดอีกแล้ว
ชายหาดทอดยาวไกลสุดตา วรชิตจับมือปาลิดาเดินเล่นไปตามเม็ดทรายสีนวล
“จากความเป็นเพื่อนผมหวังว่าเราจะเดินเคียงไปด้วยกันดั่งเช่นหาดทรายที่แสนไกลนี้”
“อย่าเพิ่งคิดเลยค่ะ ปาอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
“ครับ...ความจริงความเป็นเพื่อนก็นับว่าเป็นการให้โอกาสผมมากทีเดียว” รอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้ามีความสุข
“พรุ่งนี้พี่ไกรจะให้ปาพาก้อยไปตรวจสุขภาพที่คลินิกเพื่อน”
“ผมว่าดีทีเดียว หลังจากผ่านเรื่องร้ายมามาก จะเริ่มจากก้าวที่มั่นคง สุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ พรุ่งนี้ผมจะขับรถไปให้ ผมส่งคุณสองคนแล้วจะแวะ
ไปหาเพื่อนหน่อยครับ”
วันรุ่งขึ้นป้าบุญทำข้าวต้มปลาใส่หม้อมาให้ก่อนที่จะไปขายของที่สโมสร “ป้าขอบคุณมากที่ดูแลก้อยเหมือนน้อง คุณดีกับเราสองแม่ลูกมาก ๆ
เลยค่ะ ความจริงป้าพาลูกไปเองก็ได้นะคะ”
“อย่าดีกว่าเราสองคนว่างครับ เสร็จแล้วคงกลับมาทันทานข้าวเที่ยงที่สโมสร ดีไหมครับคุณปาลิดา”
“ดีค่ะ”
อาหารเช้าคือข้าวต้มปลา พันโทเรืองไกรเข้าไปทำงานต่อ ส่วนทั้งสาม...มีวรชิตเป็นคนขับรถเก๋งตรงไปที่คลินิก “ปาคุยกับหมอสะดวกกว่า คุณ
ไปทำธุระเถอะค่ะ ถ้าช้าอย่างไรโทรมาบอกนะคะ”
“ครับ”
การพาก้อยมาหาสูตินารีแพทย์ เพื่อให้แน่ใจเรื่องสุขภาพ ทุกคนเป็นห่วงว่าก้อยอาจติดโรคร้ายได้ ให้แน่ใจคือไปหาหมอ และพวกเขาไม่ต้อง
การให้ป้าบุญรู้อะไรมากไปกว่าก้อยหนีตามผู้ชายเข้าไปอยู่ที่กรุงเทพ “รู้เท่านี้ก็พอแล้วนะ เรื่องเลวร้ายผ่านไปแล้วอย่าพูดถึงมันอีกเลยดีไหมจ๊ะก้อย”
“ดีค่ะ”
หมอสูติฯ...สาวโสดเพื่อนปาลิดาทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เจาะเลือดและปัสสาวะไปตรวจ “ปาพาน้องมาอีกครั้งพรุ่งนี้ มาฟังผลจาก
หมอนะคะ ตอนนี้สุขภาพทั่วไปปกติ ให้แน่นอนต้องรอดูด้วยผลแล็บด้วย” ปาลิดานั่งรอวรชิตอยู่พักใหญ่จึงโทรศัพท์หา
“ปาเสร็จแล้วค่ะ ถ้าคุณยังติดธุระเราจะไปเดินซื้อของที่ห้างก่อนแล้วคุณโทรหาปานะคะ”
ผ่านไปเกือบชั่วโมง...เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “คุณปาลิดาเพื่อนวรชิตใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” ใจปาลิดาหล่นวูบ เขาเป็นอะไรหรือเปล่าหนอ
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณวรชิตหรือคะ...ทำไม” เสียงถามเริ่มสั่นเครือ ก้อยคว้ามือพี่ปามากุมไว้ และบีบอย่างให้กำลังใจ
“เขาเห็นคนแก่จะข้ามถนน รถแล่นมาเร็วมากยายมองไม่เห็น เขากำลังจะไปขึ้นรถ แต่กลับไปดึงยายแกหลบเข้ามา ยายไม่เป็นอะไร แต่” เท่านั้น
แหละ คำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวปาลิดาช่างน่ากลัว...ทำไมเรื่องราวต้องเกิดกับคนที่เธอห่วงใยด้วยนะ...โอ้สวรรค์!
“แต่อะไรคะ” เสียงถามปนเสียงสะอื้น
“ตอนหมุนตัวกลับ เขาสะดุดขาตัวเองหัวเข่าไปกระแทกกับฟุตบาทแตกครับ เพิ่งเย็บแผลเสร็จ ไม่เป็นอะไรมากอย่าเพิ่งตกใจนะครับ”
“โธ่เอ๊ย! ทั้งคุณกับคุณวรชิตจะทำให้ฉันบ้าตาย เดี๋ยวจะไปหาที่คลินิกนะคะ” ปลายสายยิ้ม นี่ไอ้ชิตมันว่าเป็นเพื่อนแต่ของขวัญที่เลือกให้สำหรับ
วันปีใหม่ของหญิงสาวผู้นี้ งดงามราคาแพง ไม่ต่อสักคำ เสียงสาวเจ้าที่ตกใจกับอุบัติเหตุก็อีกด้วย หนีกันไม่พ้นแน่
“วรชิต เปลี่ยนมาใส่กางเกเลที่เพื่อนเขาเอามาให้เปลี่ยน หมอผู้ชายที่รักษาให้ ยิ้มและบอกเธอว่า “แฟนคุณไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่เย็บหกเข็ม
คงไม่ทันระวังตอนหมุนตัวกลับเพราะมัวห่วงคุณยายนั่นไงเธอยังนั่งรอด้วยความเป็นห่วงเขาเช่นกัน” เขาชี้ไปที่หญิงชรา แต่งตัวเรียบร้อยสะอาด
ยายเดินมาจับมือเธอเมื่อเห็นปาลิดามองวรชิตแล้วน้ำตาคลอ “ยายขอโทษนะ ไม่คิดจะให้เกิดเรื่องเลย หลานยายก็ไม่ค่อยอยากให้ออกมา
นอกบ้านเพราะหูตาไม่ค่อยดี คุณเป็นคนดีมากมีน้ำใจกับคนแปลกหน้าอย่างยาย ยายเสียใจที่ทำให้แฟนหนูบาดเจ็บ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะไกลหัวใจ” คำท้ายหันมามองแล้วค้อนให้คนเจ็บ
“ผมขับไปส่งไหมครับคุณปาลิดา” เพื่อนวรชิตอาสา
“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องหรอกปาขับกลับได้ เท่าไรคะคุณหมอ”
“ผมจ่ายแล้วครับ” จำเลยอ้อมแอ้มตอบ
“งั้นขอตัวกลับนะคะ เดี๋ยวพี่ชายกับแม่น้องก้อยจะเป็นห่วง”
ปาลิดาเปลี่ยนมาขับให้ วรชิตนั่งข้างคนขับ ก้อยนั่งเงียบอยู่ด้านหลัง ความเงียบทำให้ก้อยใจไม่ดี ไม่น่าเลยเพราะเหตุว่าพาก้อยมาหาหมอ คุณ
วรชิตถึงเจ็บตัว...
ปาลิดาเงียบอยู่ได้ไม่นาน...“คุณจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรือไงคะ ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นห่วง” สายตามองสบมาอย่างรู้สึกผิด
“ผมผิด ผมขอโทษ แต่ยายเดินงก ๆ เงิ่น ๆ น่าสงสาร เป็นคุณก็ไม่ใจร้ายให้แกโดนรถชนหรอกใช่ไหมครับ”
“ฮึ! รู้แล้วยังมาย้อนถามอีก แต่ตัวเองก็ต้องห่วงตัวเองด้วยจริงเล้ย ถ้าเป็นเด็กคงจะโดนฟาดด้วยไม้เรียวแน่” ก้อยอมยิ้มจากคำพูดเหมือนขัดใจที่
แท้ก็คือความห่วงใยนั้นเอง
“กลับมากันแล้วนั่นไง” พี่ไกรชี้ให้ป้าบุญดู แกกระสับกระส่ายเพราะเลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้วจึงห่วงว่าจะหิว...รถจอด...เรืองไกรขมวดคิ้ว
ขาไปวรชิตขับ ขากลับเป็นปาลิดาขับ และลงมาจากรถด้วยท่าทีขัดใจ ส่วนวรชิตจากกางเกงยีนเปลี่ยนเป็นกางเกงเล แถมเดินขาเขยกเหมือนเจ็บที่
หัวเข่า ก้อยเข้าไปช่วยพยุงลงมา
“เกิดอุบัติเหตุหรือครับ” พี่ชายถามอย่างกังวลใจ
“คนเก่งของพี่ไกรน่ะหาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้ว” ท่าทางฟ้องพี่ชายเหมือเด็กเกเร ปาลิดาแข็ง ไม่ลงให้ใคร ยามหงุดหงิดดูจะเอาแต่ใจทีเดียว ถึงว่า
นี่คงถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กแน่ จำเลยคาดคะเน
“ก้อยไปหาแม่เถอะ พี่เดินได้ ช้าหน่อยยังเจ็บที่เข่าน่ะ”
รถเก๋งอีกคันวิ่งมาจอด...“มาหาพี่ไกรไม่ถามสักคำนะปาลิดา ปล่อยให้เป็นห่วงกับข่าวใหญ่ขนาดนั้น นี่มาหลบอยู่เงียบ ๆ หรือจ๊ะ” กันติชาเดินลง
มาจากรถก็พูดด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง
“คงได้อยู่ใกล้กันสักที ไม่งั้นต้องไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพราะงานอาจารย์” อาจารย์เผชิญยิ้มและทักทายทุกคน
ปาลิดาดีใจกอดกันติชาแน่น เห็นเพื่อนสนิททุกครั้งความอุ่นใจก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่แปลกที่เมื่อมีวรชิตเข้ามาแทรก ความเดือดร้อน
ที่จะต้องเจอกันติชาทุกอาทิตย์กลับถูกทดแทนด้วยผู้ชายชื่อวรชิต เธอมองหน้าคมคายท่าทางแข็งแรงมีสง่าของเขา แล้วใจคอหวั่นไหว
ก้อย ป้าบุญ และปาลิดากลับไปขนของที่ซื้อมาเพิ่มในบ้านพี่ไกร...หนุ่มใหญ่ที่ยังไม่มีทีท่าจะถูกใจใคร และยังอยู่คนเดียวหลังการหย่าร้างครั้งแรก
ป้าบุญคอยมาดูแลทำความสะอาดจดรายการซื้อของที่ต้องการเพิ่มในบ้าน ของหลายถุงหิ้วเข้าบ้าน ปาลิดาเดินกลับไปดูอีกรอบ ไม่มีของอะไรแล้ว
แต่ที่เสียบเอกสารข้างเบาะมีถุง “ไข่มุกอันดามัน” ถุงจากร้านเพื่อนวรชิต เธอหยิบออกมาด้วยความสงสัย เป็นตลับใส่อัญมณี เปิดออกดูพลางอุทาน
“โอ้! สวยมากเลย” สร้อยคอทำจากมุกเม็ดงาม ขนาดและสีกลมกลืนแต่ละเม็ดต่อเชื่อมด้วยข้อต่อทองคำขาวบิดเป็นเกลียว เรียงตัวงดงาม “ฮือ! แอบ
ไปซื้อของสวยนี่เอง ให้ใครนะ”
ปาลิดาเอากล่องใส่สร้อยมุกไปให้เพื่อนสาวที่กำลังจัดของในห้องพัก กันติชาเปิดออกดู ตาวาวออกอาการตื่นเต้น และท่าทางล้อเลียน
“ว้าว!” เสียงจุปากให้เงียบ เธอเบาเสียงลง “ใครซื้อนะ สวยมากเลย นี่คัดทั้งสีทั้งขนาด...เกรดเอ ใช่จะหาง่ายถ้าไม่รวย ของใครล่ะ...โอะโอ! ”
“ของคุณวรชิต แต่จะให้ใครช่างเขาซิ วานกันเอาไปให้หน่อยวางไว้จะหายได้”
“ถ้าเขาถามล่ะ...บอกปาลิดาเจอในรถ...อิอิอิ”
“ไม่ต้องเลย อย่างเธอหาคำตอบเก่งจะตาย แต่ต้องตายแน่หากเอาฉันไปเกี่ยวด้วย เข้าใจ๊!! ”
วรชิตนั่งจิบกาแฟคุยกับอาจารย์ สารพัดเรื่องที่ทั้งสองจะคุยได้ ด้วยรักการอ่านทั้งคู่ “ลั้นลากันทั้งคู่นะคะ ถ้าจะคุยถูกคอกัน”
“คุยกับอาจารย์ได้ความรู้เยอะครับ” อาจารย์ยิ้ม เขาเองสิที่ได้ความรู้หลากหลายจากวรชิต อาจารย์หัวเราะในลำคอ พอใจกับวรชิตทุกครั้งที่เจอ
คือความเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยยกตัวข่มใคร น่าคบเป็นมิตรที่ดี
“ถืออะไรมาครับ” เขาหันไปถามกันติชา...ภรรยา
“เห็นเขาขนของมากองไว้ไปมอง ๆ ดูเลยเจอของดีนี่ เข้าใจว่าน่าจะเป็นของคุณวรชิตนะคะ”
“ใช่ครับลงมาแล้วลืมได้อย่างไรนะ”
“ของราคาขนาดนี่ ทั้งสวยอีกต่างหาก ขอโทษนะคะที่เปิดดู ใครหนอจะได้เป็นเจ้าของ” สายตาล้อเลียนจ้องมองวรชิต เขาแสร้งก้มหน้า
จิบกาแฟ...รู้หลบจริงนะนายคนนี่ สนใจเพื่อนฉันแน่ เอาเถอะไม่แหย่ละ หูแดงเชียว...
เขาขอบคุณและรับมาถือไว้ “ฟ้าก็สวยน้ำก็ใสช่างเหมาะกันจริงนะคะ” การเงียบไม่ต่อคำกับคนฉลาดใช้ได้เสมอ วรชิตรู้ดีว่าสองศรีเพื่อนซี้ ฉลาด
ทั้งคู่ อย่าลองดีนับว่าเป็นการที่ควรที่สุด รอก่อน...เขาบอกใจตัวเองให้รอ ถ้าสิ่งนั้นกามเทพสร้างมาคู่กันมีหรือจะจับไว้ไม่อยู่
ตะวันลับขอบฟ้าไป ทิ้งไว้เพียงเงามืด กลิ่นบาร์บีคิว เสียงเพลงคริสต์มาสแว่วเข้าหู วรชิตคิดถึงคริสต์มาสสำหรับเขาคือการจัดงานขึ้นในออฟฟิศ
ปีนี้ก็คงไม่ต่างกัน เพียงแต่ความอุ่นใจและมิตรไมตรีที่เริ่มเบ่งบานช่วยให้ปีนี้ดีกว่าทุกปี สายตามองสบกันบ่อยครั้ง กันติชากระแอมขึ้นพลางเอ่ย
“พี่ไกรคะ แถวนี้มดชุมกว่ายุงนะคะ”
“อือ! มดวิ่งหาอาหาร เราปิ้งย่างอยู่คงได้กลิ่นกระมัง ยุงไม่เยอะครับ ลมทะเลพัดไปหมด” ปาลิดาขมวดคิ้วมองหน้าพี่ชาย อยากรู้ว่ารับส่ง
ลูกกับกันติชาหรือไง...แปลก