Princess treatment หลักสูตรผลิตผู้ป่วยจิตเวช

กระทู้สนทนา
"Princess Treatment" หรือการได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีเยี่ยมดั่งเจ้าหญิง ถ้าอยู่ในขอบเขตของความรักที่มีความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน มันโอเค
แต่เมื่อแนวคิดนี้ถูก "ทำให้เป็นเรื่องสุดโต่ง"ผ่านโลกออนไลน์ หรือถูกนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินชีวิตจริง มันส่งผลกระทบยังไงบ้าง?

1. สุขภาพจิต (ผู้ได้รับและผู้เสพสื่อ)
แนวคิดนี้เมื่อถูกบริโภคหรือปฏิบัติอย่างสุดโต่ง สามารถนำไปสู่สภาวะทางจิตเวชและจิตวิทยาได้หลายรูปแบบ:

สำหรับผู้เสพสื่อ :
ภาวะเปรียบเทียบและซึมเศร้า: สื่อโซเชียลมักนำเสนอภาพ Princess Treatment ที่หรูหรา สมบูรณ์แบบ และตื่นตาตื่นใจ การเสพสื่อเหล่านี้ซ้ำๆ
ทำให้ รู้สึกว่าชีวิตหรือความสัมพันธ์ของตัวเอง "ล้มเหลว" หรือ "ไม่ดีพอ" นำไปสู่ความรู้สึกไร้ค่า อารมณ์ดิ่ง และภาวะซึมเศร้า

ความบิดเบี้ยวของความจริง : เกิดความคิดแบบ "ขาวกับดำ" เช่น "ถ้าแฟนไม่ทำแบบนี้แสดงว่าเขาไม่ได้รักเรา" หรือ "ถ้าชีวิตไม่เลิศหรูแปลว่าชีวิตแย่" ซึ่งเป็นรูปแบบความคิดที่พบได้บ่อยในโรคกลุ่มความวิตกกังวล

สำหรับผู้ได้รับ/ผู้ที่เสพติดการถูกดูแล :
ภาวะพึ่งพิงทางอารมณ์ขั้นรุนแรง : การถูกประคบประหงมจนไม่ต้องทำอะไรเองเลย ทำลายความสามารถในการแก้ปัญหาและความเชื่อมั่นในตัวเอง
เมื่อต้องเผชิญโลกความเป็นจริงที่ไม่มีคนคอยสปอยล์ อาจเกิดความวิตกกังวลรุนแรง
หรือรับมือกับความผิดหวังไม่ได้เลย


ลักษณะบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Traits): การได้รับการสปอยล์โดยปราศจากขอบเขต อาจปลูกฝังความเชื่อว่า "ทุกคนต้องหมุนรอบตัวฉัน" หรือ "ฉันสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องพยายาม" ซึ่งใกล้เคียงกับอาการของ Narcissistic Personality Disorder
Peter Pan Syndrome / Cinderella Complex: ภาวะทางจิตวิทยาที่ไม่ยอมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลัวการรับผิดชอบ คาดหวังให้มี "เจ้าชาย" หรือคนอื่นมาจัดการชีวิตให้ตลอดเวลา

2. ความลำบากที่เกิดขึ้นกับ "ชีวิตคู่"
การต้องปฏิบัติต่อคู่รักเหมือนเจ้าหญิงอยู่ตลอดเวลาในชีวิตจริงของสามัญชน สร้างความกดดันทางจิตใจและกายภาพอย่างมหาศาล:

ภาวะหมดไฟทางอารมณ์และกาย : ความสัมพันธ์กลายเป็น การสื่อสารทางเดียว
คู่ครองต้องเป็นฝ่าย "ให้" เพียงอย่างเดียว ทั้งการดูแล เงินทอง ความเอาใจใส่ จนเกิดความเหนื่อยล้าสะสม

ความเครียดทางการเงิน : การพยายามตอบสนองความต้องการระดับ "เจ้าหญิง" ในบริบทของสามัญชน นำไปสู่ปัญหาหนี้สิน ความเครียดเรื่องเงิน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเลิกราและโรคเครียดเรื้อรัง

ความรู้สึกไร้ค่าและโดนด้อยค่า : ไม่ว่าคู่ครองจะพยายามทำดีแค่ไหน ก็อาจไม่เคย "ดีพอ" เมื่อเทียบกับมาตรฐานในสื่อหรือความคาดหวังที่สูงลิ่ว ทำให้ผู้ให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง "ผู้ให้บริการ" ไม่ใช่ "คู่ชีวิต"

3. "ถ้าเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยง/โดนปฏิบัติแบบนั้นมา"
คนที่โตมากับการถูกดูแลแบบเจ้าหญิง หรือคาดหวังสิ่งนี้ตลอดเวลา จะต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ในการใช้ชีวิต:
ไม่สามารถทนทานต่อความผิดหวังได้ : โลกภายนอก (ที่ทำงาน สังคม เพื่อนร่วมงาน) ไม่ใช่พ่อแม่หรือคู่รัก เมื่อเจอคำวิจารณ์ แรงกดดัน หรือความล้มเหลว คนกลุ่มนี้มักจะพังทลายได้ง่าย เกิดภาวะสติแตก หรือซึมเศร้าได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

สร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนไม่ได้: ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนต้องอาศัย (การแลกเปลี่ยนและดูแลซึ่งกันและกัน) เมื่อเธอ/เขาไม่เคยเรียนรู้การเป็น "ผู้ให้" หรือการโอนอ่อนผ่อนตาม ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่จึงมักจบลงด้วยความขัดแย้ง

ติดอยู่กัลแห่งความกลัว: ลึกๆ แล้ว คนที่ถูกดูแลจนทำอะไรไม่เป็นเลยจะเกิดความกลัวการอยู่คนเดียว
ไม่มั่นใจว่าถ้าไม่มีคนคอยดูแล ตัวเองจะรอดในโลกนี้ได้อย่างไร
-การปรับสมดุล
Princess Treatment ที่สุขภาพดี (Healthy Princess Treatment) ในชีวิตจริงของสามัญชน คือ:

การดูแลที่สลับกันเป็นผู้ให้และผู้รับ: วันนี้เธอเป็นเจ้าหญิง วันหน้าเขาเป็นเจ้าชาย ช่วยกันดูแลกันและกัน
การตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง: ไม่นำมาตรฐานในสื่อโซเชียลมาเป็นตัววัดความรักในชีวิตจริง
การเคารพขอบเขตและความสามารถของคู่ครอง: รักกันในแบบที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนทางการเงินหรือจิตใจให้อีกฝ่าย
ความรักที่ดีไม่ใช่การสร้าง "เจ้าหญิง" ที่ทำอะไรเองไม่ได้ แต่คือการสร้าง "คู่ชีวิต" ที่จับมือกันเผชิญโลกความเป็นจริงได้อย่างแข็งแกร่งครับ

บทความเขียนร่วมกับchat gpt แต่ปรับภาษาให้อ่านเป็นคนทั่วไปมากขึ้นครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่