บ้านมีรถยนต์ แต่ไม่อยากรับส่งเพื่อนทุกครั้ง แบบนี้เราเห็นแก่ตัวไหม?

บ้านมีรถยนต์ แต่ไม่ใช่รถของเรา หากเพื่อนจะมาหาที่บ้าน เราจำเป็นต้องให้แฟนไปรับ-ส่งตลอดไหมคะ? อยากรักษาน้ำใจเพื่อน แต่ก็อยากรักษาขอบเขตของแฟนด้วย

อยากขอคำปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะว่า หากเราเป็นคนที่เคยชินกับการเป็นฝ่ายให้ และดูแลซับพอร์ต เพื่อนมาโดยตลอด แต่วันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าอยากวางขอบเขตให้เหมาะสมและสมดุลมากขึ้น เราควรจัดการความสัมพันธ์แบบนี้อย่างไรดีคะ

ขอเล่ารายละเอียดเป็นข้อ ๆ นะคะ

1. พื้นฐานนิสัยของเรา

เราเป็นคนชอบให้ ชอบแบ่งปัน และชอบดูแลเพื่อนมาตลอด ทั้งสิ่งของ เวลา และน้ำใจ บางครั้งก็เป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกให้เพื่อนมากกว่าที่ควรจะเป็น จนรู้สึกว่าความสัมพันธ์บางอย่างกลายเป็นเราเป็นฝ่ายให้ ส่วนอีกฝ่ายเป็นผู้รับจนเคยชิน

จริง ๆ เรายังอยากมีเพื่อน อยากมีความสัมพันธ์ที่ดี และชอบคบใครไปนาน ๆ ไม่ได้ต้องการตัดขาดหรือเอาเปรียบใคร เพียงแต่อยากให้ความสัมพันธ์มีความเกรงใจและความรับผิดชอบร่วมกันบ้างค่ะ

2. เรื่องรถยนต์ที่เป็นประเด็นหลัก

ที่บ้านเรามีรถยนต์ก็จริง แต่รถเป็นของแฟน ไม่ใช่รถของเราเอง และเราก็ขับรถไม่เป็นด้วยค่ะ

แฟนเป็นคนใจดี มีน้ำใจ คิดถึงคนรอบข้างเสมอ  และไม่ค่อยคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บางครั้งเราเองกลับเป็นคนเกรงใจแฟนมากกว่า เพราะรู้สึกว่าการนำรถออกไปรับหรือไปส่งใครสักคน ไม่ใช่แค่เรื่องระยะทางอย่างเดียว

ยังมีเรื่องการเตรียมตัว การนำรถออกจากบ้าน การจราจร เวลาส่วนตัว และการเดินทางขากลับอีกด้วย

คนโดยสารอาจรู้สึกว่าเดินทางเพียง 15-30 นาทีเป็นเรื่องเล็กน้อย (ไม่รวมเวลาที่ต้องขับกลับมาบ้านอีก)
แต่สำหรับคนขับอาจมีรายละเอียดและภาระมากกว่าที่คนโดยสารมองเห็นค่ะ

3. ประสบการณ์ที่ผ่านมา

เพื่อนคนนี้เคยขอให้แฟนเราไปรับหรือไปส่งในระยะทางที่ค่อนข้างไกลมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เพื่อนมองว่าไม่ได้ไกลอะไร ส่วนนึงเพราะแฟนเต็มใจ

ต่อมาเมื่อเพื่อน มีแพลนจะมาบ้านเราอีกครั้ง ก็มีการเกริ่นขึ้นมาว่าจะให้เราไปรับที่จุดเดิมที่เคยไปรับส่งกัน

เราจึงพยายามหาวิธีเดินทางที่สะดวกสำหรับทั้งสองฝ่ายมากกว่า เพราะบริเวณบ้านเราสามารถเรียกรถ Grab ได้สะดวก ไม่ไกลจากจุดจำคัญ ราคาไม่แพง และอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง

แต่ในใจก็มีความกังวลว่าเพื่อนจะคิดอย่างไร จะมองว่าเรามีรถอยู่ที่บ้าน แต่ทำไมถึงไม่ยอมให้แฟนไปรับ หรือมองว่าเราไม่มีน้ำใจหรือเปล่า

ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้ไม่เต็มใจต้อนรับเพื่อนเลยค่ะ

4. เราเองก็เคยอำนวยความสะดวกให้เพื่อนมาแล้ว

ที่ผ่านมาเราไม่ได้ไม่เคยใช้รถเพื่อบริการเพื่อนนะคะ

เราเคยทั้งไปรับ ไปส่ง รวมถึงเคย พาไปซื้ออาหาร ซื้อของกิน ให้ และออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นน้ำใจจากแฟนเราด้วยค่ะ

แต่มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เราแอบรู้สึกติดใจอยู่เหมือนกัน

สามีของเพื่อน มักมีคำบ่นหรือคำตำหนิ เช่น บ่นว่าอาหารไม่อร่อย บ่นว่ามารับช้า หรือมีเรื่องที่ไม่พอใจในสิ่งที่เราพยายามอำนวยความสะดวกให้ แต่เขาก็ชมว่าแฟนดูแลลูกเขาดี ถามเราว่าแฟนเรารักเด็กหรอ เราไปไม่เป็นเลย เราก็ตอบว่า แฟนชอบดูแลคนอื่น สั้นๆ ตอบไปแบบ งงๆ (ตกลงดีหรือไม่ดีแต่ได้แค่คิด)

เราไม่ได้ต้องการให้ใครต้องมาขอบคุณหรือชื่นชมทุกครั้งที่ได้รับน้ำใจนะคะ แต่เมื่อเป็นแบบนี้ก็ทำให้เราเริ่มกลับมาคิดว่า บางทีการให้มากเกินไปอาจไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นเสมอไป

อีกอย่างคือแฟนเราไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกับเพื่อนของเราเป็นการส่วนตัวด้วยค่ะ เราจึงไม่อยากให้การมีน้ำใจของแฟนกลายเป็นสิ่งที่ใครสามารถคาดหวังหรือถือเป็นหน้าที่ได้

5. ประสบการณ์ที่เราเคยไปบ้านเพื่อน

มีอีกเรื่องที่อยากเล่า เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราอยากปรับสมดุลของความสัมพันธ์ค่ะ

เราเคยไปค้างบ้านเพื่อน 1 วัน 1 คืน เพราะเขาชวน เราก็ไปด้วยความเกรงใจ ไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเลย 
เพื่อนซื้ออาหารมาทำกินกัน เราช่วยจ่ายหารเท่า แม้วัตถุดิบจะเหลือเยอะ เขาทำแบ่งกินกับคนทั้งบ้านในครอบเขาได้หลายมื้อเราก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร เพราะ
เราถือว่าช่วยกัน
และได้สัมผัสกับการต้อนรับที่ค่อนข้างทำให้เรางงจนถึงทุกวันนี้

ตอนเช้าประมาณ 6.40 น. เพื่อนปลุกเราด้วยการปิดแอร์ทและเรียกเราตื่น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ
ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเขา เราได้รับน้ำดื่มเพียง 2 แก้ว จนต้องแวะซื้อน้ำดื่มเอง คืออยู่จนหิวน้ำ  จนต้องขอน้ำกิน 😅รู้สึก ว่าคราวหน้ามาบ้านเพื่อน เหมือนต้องพกน้ำพกสะเบียงมากินเองแล้วค่ะ
ตอนเช้าเพื่อนบอกว่าจะไปตลาด เราถามว่าจะไปซื้ออะไร เพราะคิดว่าอาจจะขอไปด้วยและซื้ออาหารกิน แต่เพื่อนบอกว่ารีบ ไม่ให้เราไปด้วย 
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เพื่อนซื้อไก่ปิ้งมากินกับครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูก โดยไม่ได้ถามเราว่าจะกินอะไรหรือซื้ออะไรมาเผื่อไหม
เรานั่งอยู่ตรงนั้นทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้านั่งมองเค้ากินตาละห้อย ทำตัวไม่ถูก เขาไปนั่งกินกัน3 คน  เราก็ไม่อยากนั่งมองเขากิน 
เลยนำอาหารที่เราซื้อติดมือมาตั้งแต่เย็นก่อนหน้านั้นมากินเอง เป็นมันต้ม3ชิ้นเล็กๆ แบ่งให้เขากินก่อน 
ส่วนไก่ปิ้งที่ซื้อมา เขาเลย แบ่งให้เราเพียง 1 ไม้ ข้าวเหนียว1 คำ เพื่อนก็มองด้วยสายตา กลัวเหมือนเราจะกินหมด เราก็เกรงใจไม่อยาก กินต่อค่ะ เพราะเค้าซื้อมากินแค่3คนไม่อยากแย่งเขาค่ะ 

เราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีใครเลี้ยง หรือบริการเราทุกอย่างนะคะ แต่เมื่อเป็นการชวนแขกไปบ้านและให้พักค้างคืน เราก็คิดว่าการดูแลขั้นพื้นฐาน เช่น น้ำดื่มและอาหาร หรืออย่างน้อยการถามไถ่กันบ้าง เป็นมารยาทในการต้อนรับแขก แต่สิ่งที่เราเจอ มัน สบสันและงง มากเลยค่ะ 

เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้สึกแปลกใจและจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ และไม่กล้าถามเพื่อนเลย ไม่รู้จะเริ่มยังไงเลยค่ะ กลัวผิดใจกัน 

6. สิ่งที่เรากำลังคิดและกังวลอยู่

ตอนนี้เพื่อนผู้หญิงคนนี้ยังไม่เคยมาบ้านเรา แต่มีแพลนว่าจะมาเที่ยวและใช้เวลาด้วยกันค่ะ

เราก็อยากต้อนรับ อยากให้เพื่อนมา และอยากรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่อยากให้การที่บ้านมีรถยนต์ กลายเป็นความคาดหวังว่าเราจะต้องจัดบริการรับ-ส่งให้เพื่อนทุกครั้งที่มา

ยิ่งแฟนเป็นคนใจดีและมีน้ำใจ เราก็ยิ่งเกรงใจ ไม่อยากให้ความมีน้ำใจของเขากลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้คนอื่นโดยอัตโนมัติ

เราไม่ได้หวงน้ำใจ ไม่ได้หวงรถ และไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับการช่วยเหลือคนอื่นนะคะ

เพียงแต่เราอยากให้การเดินทางมาหากันเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งต้องเป็นคนจัดการทุกอย่างให้อีกฝ่ายเสมอไป

จึงอยากขอความคิดเห็นจากเพื่อน ๆ พันทิปค่ะ

หากบ้านเรามีรถยนต์ แต่เป็นรถของแฟน และเราเองก็ขับรถไม่เป็น เราสามารถกำหนดขอบเขตได้ไหมคะว่าไม่สะดวกรับ-ส่งเพื่อนทุกครั้ง โดยให้เพื่อนเรียก Grab หรือเดินทางมาเองตามความสะดวก?
การที่เราไม่ให้แฟนไปรับหรือไปส่งเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักเพื่อนหรือไม่เต็มใจต้อนรับใช่ไหมคะ?
เราควรพูดกับเพื่อนอย่างไรให้เข้าใจ โดยไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเราหวงรถ หวงน้ำใจ หรือไม่อยากบริการเขา?
ถ้าเพื่อนถามว่า บ้านมีรถอยู่แล้ว ทำไมไม่ให้แฟนไปรับ เราควรตอบอย่างไรดีคะ?
ในมุมของคนที่มีเพื่อนมาหาที่บ้าน คุณคิดว่าการเดินทางมาหากันควรเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่ายหรือไม่?
และที่สำคัญ เราควรปรับนิสัยการเป็นฝ่ายให้และดูแลคนอื่นมากเกินไปอย่างไร เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดหรือเสียความรู้สึกในระยะยาว แต่ก็ยังสามารถรักษามิตรภาพที่ดีเอาไว้ได้?

เราอยากมีเพื่อน อยากคบกันนาน ๆ และยังอยากเป็นคนมีน้ำใจเหมือนเดิมค่ะ เพียงแต่ครั้งนี้อยากเรียนรู้ที่จะให้ในขอบเขตที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้คนที่อยู่ข้าง ๆ เราต้องรับภาระหรือเสียสละเวลาส่วนตัวมากเกินความจำเป็น

อยากฟังความคิดเห็นจากหลายมุมมองนะคะ ทั้งคนที่เป็นฝ่ายต้อนรับเพื่อน คนที่เป็นฝ่ายไปหาเพื่อน และคนที่เคยเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กัน

ขอบคุณทุกความคิดเห็นล่วงหน้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่