ห้องครัวที่ทำอาหารให้คนตาย

กระทู้สนทนา
ห้องครัวที่ทำอาหารให้คนตาย
ร้านอาหารไทยเก่าแก่แห่งหนึ่งเปิดกิจการมานานกว่า 50 ปี ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องอาหารรสชาติดั้งเดิม และมีลูกค้าประจำจำนวนมาก
แต่พนักงานทุกคนรู้กฎของร้านดีว่า หลังเที่ยงคืน ห้ามเข้าครัวด้านหลังเด็ดขาด
เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเพราะพื้นที่นั้นเก็บวัตถุดิบและอุปกรณ์ราคาแพง แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงล็อกประตูทุกคืน
อรเป็นแม่ครัวคนใหม่ เธอเพิ่งย้ายมาทำงานหลังร้านเก่าที่เคยทำปิดตัวลง
วันแรกที่เข้าทำงาน เธอสังเกตเห็นว่าทุกคืนเจ้าของร้านจะนำอาหารหนึ่งชุดไปวางไว้หน้าประตูครัวด้านหลัง
อาหารมีทั้งข้าวสวย แกงจืด ปลาทอด และน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว
อรถามเพื่อนร่วมงานว่าเอาไปให้ใคร
เพื่อนร่วมงานตอบเพียงว่า
“ของคนที่ยังไม่ได้กินข้าว”
อรหัวเราะ เพราะคิดว่าเป็นมุกตลก
แต่คืนหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเก็บร้าน เธอได้ยินเสียงมีดสับเนื้อดังมาจากครัวด้านหลัง
ฉับ... ฉับ... ฉับ...
เธอคิดว่าเจ้าของร้านคงลืมปิดครัว จึงหยิบกุญแจไปเปิด
ภายในมีชายแก่คนหนึ่งยืนหันหลังอยู่หน้าเขียง
เขาสวมเสื้อเชฟสีขาวเก่า ๆ และกำลังหั่นเนื้ออย่างชำนาญ
อรถามว่า
“คุณลุงมาทำอะไรคะ?”
ชายแก่ไม่หันมา
“มาช่วยเตรียมอาหาร”
อรสังเกตเห็นว่ามือของชายแก่ซีดจนเกือบโปร่งแสง และมีรอยแผลลึกพาดผ่านข้อมือ
เธอเริ่มกลัว จึงรีบออกจากห้องครัว
เช้าวันต่อมา เธอถามเจ้าของร้านว่ามีใครเข้ามาทำอาหารตอนกลางคืนหรือไม่
เจ้าของร้านถึงกับทำแก้วกาแฟหล่น
“เมื่อคืนเธอเข้าไปในครัวหลังหรือ?”
อรพยักหน้า
เจ้าของร้านจึงเล่าความจริงว่า เมื่อ 30 ปีก่อน ร้านนี้มีหัวหน้าเชฟชื่อชาญ เป็นคนทำอาหารเก่งมาก แต่มีนิสัยใจร้อนและชอบลงโทษลูกน้อง
คืนหนึ่งเกิดเหตุแก๊สรั่วในครัว ชาญพยายามช่วยลูกน้องออกมา แต่ตัวเองติดอยู่ด้านในและเสียชีวิตจากไฟไหม้
หลังจากนั้น ทุกคืนจะมีเสียงทำอาหารดังมาจากครัวหลังร้าน
เจ้าของร้านจึงตั้งอาหารไว้ให้ทุกคืนเพื่ออุทิศส่วนกุศล
อรเริ่มกลัวและอยากลาออก แต่เจ้าของร้านขอให้เธอช่วยอยู่ต่ออีกเพียงไม่กี่วัน เพราะกำลังขาดคน
คืนถัดมา อรต้องอยู่ปิดร้านคนเดียว
เวลาประมาณตีหนึ่ง เธอได้ยินเสียงเรียกจากครัวหลัง
“อร... มาช่วยหน่อย”
เธอจำเสียงนั้นได้ทันที
เป็นเสียงของชายแก่ที่เห็นเมื่อคืนก่อน
เธอพยายามไม่สนใจ แต่เสียงกลับดังขึ้นเรื่อย ๆ
“อาหารยังไม่เสร็จเลย... มาช่วยฉันหน่อย”
สุดท้ายเธอตัดสินใจเปิดประตู
ภายในครัวมีหม้อแกงตั้งอยู่บนเตา และมีชายแก่ยืนหั่นผัก
เขาหันมายิ้มให้
“คืนนี้มีแขกเยอะ ต้องทำอาหารเพิ่ม”
อรมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่ามีเงาคนนั่งอยู่เต็มโต๊ะกินข้าว
ทุกคนสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ บางคนมีรอยไหม้ บางคนมีเลือดไหลจากศีรษะ
ชายแก่ยื่นมีดให้เธอ
“ช่วยหั่นผักหน่อย”
อรส่ายหน้าและพยายามถอยหนี
ชายแก่พูดเสียงเข้มขึ้น
“ถ้าอาหารไม่เสร็จ แขกจะหิว”
ทันใดนั้น เงาทุกคนบนโต๊ะเริ่มหันมามองเธอ
หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวที่อรจำได้
เธอคือแม่ของอรที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
แม่ยกมือเรียกเธอ
“ลูก... มานั่งกินข้าวกับแม่ก่อน”
อรร้องไห้และพยายามวิ่งออกจากห้อง แต่ประตูปิดลงเอง
ชายแก่เดินเข้ามาใกล้
“ที่นี่ไม่มีใครออกไปก่อนอาหารเสร็จ”
อรคว้าหม้อแกงราดลงบนพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
ทุกอย่างในครัวเงียบลงทันที
เมื่อเธอลืมตาอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่หน้าร้าน
เช้าวันต่อมา เจ้าของร้านพาเธอไปตรวจสอบครัวหลัง
ทั้งคู่พบกล่องเหล็กเก่าซ่อนอยู่ใต้ตู้เก็บของ ภายในมีสมุดบันทึกของชาญ
สมุดเล่มนั้นเปิดเผยว่า ชาญไม่ได้เสียชีวิตเพราะแก๊สรั่ว แต่ถูกลูกน้องคนหนึ่งขังไว้ในครัวเพราะความแค้น
และลูกน้องคนนั้นก็คือเจ้าของร้านคนปัจจุบัน
เจ้าของร้านทรุดลงกับพื้นและยอมรับว่าเขาเป็นคนทำจริง
เขาบอกว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เขาต้องทำอาหารให้ชาญทุกคืน เพราะกลัววิญญาณจะตามมาทวงความยุติธรรม
อรจึงเข้าใจว่าอาหารที่วางไว้หน้าประตูไม่ใช่การทำบุญ
แต่มันคือการชดใช้ความผิด
หลังจากความจริงถูกเปิดเผย เจ้าของร้านยอมรับผิดและถูกดำเนินคดีตามหลักฐานที่ยังเหลืออยู่
ร้านอาหารปิดกิจการลงในเวลาต่อมา
แต่ก่อนที่ร้านจะปิดถาวร อรกลับไปเก็บของเป็นครั้งสุดท้าย
เธอเห็นอาหารหนึ่งชุดวางอยู่บนโต๊ะ
มีข้าวสวยหนึ่งจาน แกงจืดหนึ่งถ้วย และปลาทอดหนึ่งตัว
ข้างจานมีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า
“คืนนี้ไม่ต้องทำอาหารแล้ว ฉันอิ่มแล้ว”
อรยิ้มด้วยความโล่งใจ ก่อนจะเดินออกจากร้าน
แต่เมื่อเธอหันกลับไปมองผ่านกระจก
มีชายแก่คนหนึ่งยืนอยู่ในครัว
เขายกมือขึ้นโบกลา
และด้านหลังของเขา...
มีเงาของแม่อรกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่