ถ้าแฟนใช้งานโซเชียลปกติ แต่ ทักไปไม่อ่านไม่ตอบ หายไปเลย 2-3 วัน พอเราติดต่อไปที่ทำงาน แล้วก็แสดงตัวว่าเป็นแฟนกัน แล้วก็มีการส่งสลิปให้ดูว่าเคยโอนเงินให้จริงนะ support จริงนะอะไรอย่างนี้เป็นแฟนกันถ้าเป็นหลักฐานว่าคุยกันจริงๆเป็นแฟนกันคบกันจริงๆ จากแฟนที่ไม่สนใจละเลยเรามา 2-3 วันโทรกลับมาทันที และบอกว่าเราประจานเขาทำไม แล้วขอเลิก จะถามเราว่าต้องการอะไร โทรไปอยากทวงหนี้หรอ จบด้วยการ บอกว่าจะคืนเงิน แล้วก็เลิกกัน แต่เราไม่ได้ตั้งใจโทรไปทวงหนี้นะ เราแค่ เป็นห่วงว่าหายไปไหน ทั้งๆที่ก็ออนเฟส ใช้งานโซเชียลทุกอย่างปกติ แต่ไม่อ่านไม่ตอบ แฟนบอกว่า เขาผิดอะไร เขาแค่อยากใช้ชีวิตอยู่อย่างเงี้ยคนเดียวไม่ได้อยากคุยกับใคร เธอก็บังคับให้เราคุยด้วย คุยกันจนเลิกกัน แฟนไม่เคยยอมรับว่าทำอะไรผิดสักอย่าง อะไรก็เราผิดทุกอย่าง บอกว่ามีแฟน เราก็ไม่เคยช่วยอะไรเขา เราก็ช่วยเขาทุกอย่างตามใจทุกอย่างก็ว่าเราไม่ดี มีอยู่ครั้งหนึ่งแฟนไปกินหมูกะทะ แฟนมีตังค์อยู่ 60 บาท แฟนไปที่ร้านเรียบร้อย ไปกับญาติที่บ้าน ไป กัน 7 คน พอไปถึงร้านแล้วนั่งเรียบร้อยสั่งเรียบร้อยแล้วส่งข้อความบอกเราว่า เธอเลี้ยงหมูกะทะหน่อย เป็นรู้สึกเป็นการมัดมือชกมาก รู้สึกว่าแฟนเป็นคน toxic มาก เราก็บอกแฟนว่า ถ้าเราไม่จ่ายตังค์ให้ล่ะเธอทำยังไง เธอมีตังค์ให้ 60 บาทเธอไปกินหมูกะทะเธอไป 7 คน ผู้ใหญ่คนละ 300 บาทเด็ก 150 บาท แฟนก็ไม่ตอบอะไร เราเคยบอกเขาว่า เธอทำงานน่ะ เป็นลูกจ้างเขาที่ร้านค้าเธอได้ค่าแรงวันละ 350 บาท แล้วเธอก็ใช้ตังค์ เกินตัวเนี่ย ไหนจะเธอมีภาระเลี้ยงลูกอีก 2 คน สามีเก่าก็ไม่เคยส่งเงินช่วยเหลือ แล้วเธอก็ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าผ่อนรถค่าโทรศัพท์มือถือ เธอเป็นหนี้กยศอีก แล้วเธอใช้ตังค์เกินเธอบอกเธอใช้วันละ 500 วันละ 1,000 บาทน่ะ ถ้าเธอทำงานได้วันละ 300 บาท นั่นแหละเธอจะป่วยไทรอยด์อีกเธอต้องไปหาหมอ เธอไปหาหมอทีเธอหมด 5,000 บาทน่ะ หาหมอตั้ง 2,000-3,000 บาทค่ารถค่าเดินทางอีก พิษณุโลกไปเพชรบูรณ์อีก แล้วเธอก็ฟุ่มเฟือย เธอขอตังค์กินชาเขียวทุกวันขนมเค้ก หมูกะทะอีกเดือนละ 2 ครั้ง เธอบอกว่าปกติไม่เคยกินแบบนี้ทุกวันหรอก พอคบกันมาเธอขอทุกวันเลย ชาเขียวขนมเค้ก 100 บาททุกวัน หมูกะทะต้นเดือนกลางเดือน เธอขอหยิบขอย่อย เธอขอทุกอย่าง ขอยืมตังค์เติมน้ำมันรถ ขอตังค์ไปหาบอดี้คลินิก ขอตังค์กินข้าว ขอตังค์ซื้อขนมให้ลูก ขอตังค์ซื้อน้ำขอตังค์ไปตลาด ขอตังค์ไปจองคิวไปหาหมอ ช่วงที่เธอเงินออกเธอก็ไม่ขอเลย เธอทำงาน 10 วันเงินออกทีนึง 3,200 บาท ถ้าวันไหนขาดก็ไม่ได้ก็ไม่ได้เงิน มาถึงขาดงานนะ มาสายก็หักอีก 2 บาท จะ 10 วันแล้วเธอก็ใช้เงินหมดภายใน ไม่ถึง 3-4 วันหรอกแล้วก็มาขอใหม่ เป็นแบบนี้เรื่อยๆ เธอก็มีอาชีพเสริมนะขายเรียงเบอร์ เรียงเบอร์ 2 ตัว ใบละ 20 บาทแล้วก็เรียงเบอร์ 3 ตัวใบละ 35 เดือนนึงซื้อตั้ง 2 งวดเธอก็มีรายได้เสริม เธอบอกว่าจะซื้อขนมมาฝากก็ไม่เคยซื้อจนเลิกกัน แต่เราไม่เคยหวังว่าจะได้อะไรตอบแทนนะ แต่เราก็ไม่เคยได้ อะไรเลยเราให้อย่างเดียว แล้วเธอก็ มีน้องชาย 1 คน มีพ่อแม่อีก 2 คนลูกอีก 2 คน เห็นเธอเล่าว่าน้องชายจบแค่ม 3 ช่วยพ่อกรีดรับจ้างกรีดยาง แม่ก็รับจ้างทั่วไป เธอเคยทำงานที่อบต แต่เธอบอกว่าสังคมไม่ดีเลยลาออก มาทำงานเป็นลูกจ้าง ทำได้ 4 เดือน และค่าแรงวันละ 350 บาท แล้วพ่อแม่ก็เป็นหนี้ธกสน้องชายก็เป็นหนี้ส่งรถอีก เธอบอกว่าแต่ก่อนบ้านมีฐานะ แต่ไปค้ำประกันให้ญาติ เลยต้องขายทองจนหมดทำนาก็ขาดทุนก็เลยขายที่หมดจนปัจจุบันต้องไปรับจ้างคนอื่นทำ รับจ้างทั่วไปกรีดยางหักก็พูดอะไรก็ว่าไป เล่าเรื่องราวชีวิตน่าสงสารมากเลย แต่เราก็มีเพื่อนของพี่สาวที่รู้จักกัน ซึ่งเพื่อนของพี่สาวคนนี้ เขามีสามีสามีเขาเป็นเจ้านายเก่าของเอ เพราะว่าสามีของพี่เขาเนี่ย เป็นนายกอบต. แล้วเอเคทำงานเป็น ลูกจ้างในอบตไง เราก็ปรึกษา พี่คนนี้เรื่อยๆ เพราะสามีพี่แกเคยทำงานกับเอ พี่ก็บอกว่า เดี๋ยวพี่จะ น้อยคนไปสืบว่าเอคุยกี่คนแรกๆอ่ะนะ แล้วก็สืบทุกอย่างจะมั่นใจว่าเออ เงินที่เขาเล่าเป็นเรื่องจริง ทุกอย่าง แต่ก่อนดีมากเลย ไปไหนรายงานตัวทุกอย่าง หลังๆก็เหมือนไม่อยากคุยกับเราทำอะไรก็ไม่บอกไม่เคยกดไลค์ไม่เคยคอมเม้นไม่เคยตั้งสถานะว่าคบกันหลังๆไปไหนก็ไม่เคยบอกไม่เคยส่งมาให้ดูจนเราต้องมาเห็นในโซเชียลว่าเธอโพสต์นั่นโพสต์นี่ เหมือนละเลยความรู้สึกเราไง ลูกเธอก็เรียนโรงเรียน ที่แบบว่าเสียแค่ค่าชุดนักเรียนเลยเนี่ย ไม่ต้องเสียค่าเทอมอะไร ถ้าเธอไม่ลางานนะก็ได้10,500 ถ้าเธอบอกว่าแค่ค่ากินก็วันละ 500 บาทแล้ว แล้วปาไป 15,000 บาทแล้วใช่ไหม ถ้าจะพอใช้ได้ไง ครั้งแรกที่เธอยืมตังค์เธอบอกว่า โดนกยศ ตัดเงินในบัญชีกันหมดเลย ที่เธอทักมาคือวันที่ 5 สิงหาคมเราก็ถามเธอว่าปกติกส. ตัดเงินที่ 5 กรกฎาคมไม่ใช่หรอ เธอบอกไม่รู้เหมือนกัน นั่นแหละครั้งแรกที่เธอยืมเงิน เธอชอบบอกว่า เวลาไปทำงานไปไหนก็มีเงินติดตัวไม่กี่บาท บางทีก็มี 40 บาทมี 20 60 แล้วก็บอกห๊ะ ไปทำงานอะไรมีตังค์แค่นี้ เธอบอกว่าตอนแรกมีร้อยนึงซื้อข้าวให้ลูกกิน 2 คนก็ 60 แล้วก็เหลือกินของตัวเอง 40 บาท บางวันห่อข้าวมากินบางวันอด น่าสงสารไหมล่ะมีแฟนแบบนี้ หน้าตาก็ดูซื่อๆ ไม่ได้ว่าแบบสวย แบบ มากมายอะไร แต่ก็ไม่ได้เอาขี้เหร่นะ หน้าตาทั่วๆไป ดูก็ไม่เจ้าชู้ เราเห็นความซื่อสัตย์ไงเราเลยคุย แต่พอนิสัยไม่ดีเราก็เลยอยากเลิก เราเห็นเป็นแฟนนะทุกครั้งที่มาขอเงิน ในสลิปแล้วเขียนมาให้แฟนให้แฟน ทั้งที่ในความเป็นจริง ขอยืมตังค์หน่อย ออกให้ก่อน เลี้ยงหน่อยสิอยากกินนั่นอยากกินนู่นอยากกินนี่ ขนาดโอนตังค์ไปจองคิวที่โรงพยาบาลพุทธยังเขียนให้แฟนเลย ไม่ได้เขียนว่า แฟนยืม ให้อายเขาหน้าเขาเลย และการส่งสลิปไปที่ทำงานเนี่ย ถ้าสลิปเขียนว่า ให้แฟนคนสวยซื้อชาเขียวแค่ 40 บาทเนี่ย บอกว่ารับประจาน มาขอเลิก มันน่าทวงตังค์นะ ทั้งเราก็ไม่เคยทวงเงิน แม้แต่บาทเดียว แล้วพอเธอบอกว่ามีแฟนแฟนไม่เคยช่วยอะไร แล้วก็บอกเราช่วยเรื่องเงินเนี่ย เธอกลับตอบว่าเราทวงบุญคุณ สุดท้ายแฟนมาขอเลิก เราก็อยากเลิกอยู่แล้ว แล้วแฟนก็รับบทเป็นเหยื่อ บอกว่าเรามาทำร้ายชีวิตเขา เขาแค่พยายามมีชีวิตอยู่ไปวันๆนึงเลี้ยงลูก 2 คนต่อสู้ชีวิตแก้ปัญหามากมายที่ขาดผมเธอไม่เข้าใจหรอก เธอไปทักหาเขาที่ทำงานถ้าเขาโดนไล่ออกขึ้นมาทำไง กลายเป็นว่าเราไม่ดี สรุปก็คือ เขามาขอเลิก และเราก็อยากเลิก เราทำถูกไหม ไม่ว่าที่ผ่านมา เขาทำอะไรเขาก็ไม่เคยยอมรับผิดเราผิดตลอด เป็นคนใช้เงินเก่งฟุ่มเฟือย ใช้เงินเกินตัว เป็นหนี้เป็นสิน ไปทั่ว สุขภาพไม่ดีเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสองลูก 7 ขวบ ผู้ชาย 6 ขวบผู้หญิง เราก็ตามแต่ support ทุกอย่าง แฟนชอบขอเงินเราก็ยังพอทนได้แต่พอบอกว่า เราผิด ที่โทรไปที่ทำงาน ขอเลิก เราคิดอย่างนั้นเราผิดอย่างนี้ เราไม่เคยช่วยอะไรเลย แบบนี้ กับทนไม่ได้เราก็อยากเลิกเหมือนกัน แฟนก็ขอเลิก สรุปคือเลิกกันถูกแล้วใช่ไหม แล้วที่เขาบอกว่าเราไม่ดี เราไปทำลายชีวิตเขา มันจริงหรือเปล่า ตอนเลิกกันกับโพสต์ Facebook ว่า จะไว้เป็นบทเรียนว่า อย่าไว้ใจใคร ความหวังดีไม่อยู่จริง เราก็งง เกี่ยวอะไรกับบทเรียนเกี่ยวอะไรกับความหวังดี และเกี่ยวกับความไว้ใจ บอกว่าเราทำดีหวังผลความดีจอมปลอม ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ มีแต่เราที่ support เขาเขาไม่ใช่ support อะไรเราเลย วันเกิด เช้ามาก็พิมพ์มาว่าในและของขวัญ วันธรรมดาก็บอกว่าไหนล่ะชาเขียววันนี้จะกินไหม ทวงทุกวัน แต่ทีละส่งข้อความไปถามว่าเอมาทำงานไหม กลับบอกว่า เรามาทวงเงินทำให้อับอายประจานเขาขอเลิก สรุปคือ 1 เขาใช้เงินเก่ง ขอเงินไปเรื่อยๆเรื่องไร้สาระ ฟุ่มเฟือย ที่อยากเลิกนะ ข้อที่ 2 เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางจักรวาล ตัวเขาทำอะไรก็ไม่ผิดเราผิดหมด เลยอยากเลิก แต่กรณีเขาพูดเหมือนเราไม่ดีอ่ะ เราไปทำลายชีวิตเขา เราก็เลยงงว่าเอ๊ะ ตกลงเขาจริงใจหรือว่าหลอกผู้หญิงแบบนี้ จะจำได้เลยเดือนที่ 2 ที่คบกันน่ะ เธอมาขอตังค์กินหมูกระทะ เราก็ถามว่าและที่บ้านมีกี่คนล่ะ เราจะได้โอนตังค์ถูกปกติซื้อกินหรือว่ายังไงซื้อหมูหมักหรือซื้อที่ร้าน เราก็ถามเพราะเราโอนตังค์ไม่ถูกไง เอก็พิมพ์มาว่า คนจะให้ก็ให้ ถามอะไรนักหนา ทำเป็นหวังดีจอมปลอมนู่นนี่นั่นด่าเป็นชุดเลย แล้วก็งอนไป เป็นอย่างนี้บ่อยมาก เป็นคนที่งอนได้ทุกเรื่อง อะไรๆเราก็ผิดหมด วันนี้ด่าพรุ่งนี้มาขอโทษบอกว่าขอโทษนะ มันเงินก็เงินเธอเธอจะให้เราไม่ให้เราก็เงินเธอ เราผิดเองแหละที่ไปกดดันเธอคาดคั้นเธอ เนี่ยชอบเป็นอย่างนี้ จนตอนวันเลิกกันก็ยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิม เราก็คิดแล้ว คบกันมา 5 เดือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ในอนาคตก็คงต้องพังและชีวิต เลิกกันอยู่ดี ไม่เลิกกันเรื่องเงิน หรือเรื่องทักไปหาที่ทำงานก็เลิกกันเพราะเรื่องนี้แหละ เรื่องที่เธอทำมาแล้วยอมรับผิดอ่ะ เธอบอกว่ามีความฝันอยากเปิดร้านขายของเลยคิดในใจเลย ถ้าเราลงทุนเปิดร้านโชว์ห่วยให้เธอ เธอขายไม่ดี หรือมีปัญหาอะไรก็คงโทษเรานี่แหละ เวลาเปิดร้านให้ เราก็งงนะ ทำไมเพิ่งมาเปลี่ยนเดือนที่ 5 เดือนแรกดีมากเลยไม่ขอตังค์เลย เดือนที่ 2 เริ่มขอตังค์ขอยืมขอย่อย รวมๆก็ได้ 2,000 กว่าบาท เดือนที่ 3 ที่ 4 ก็เหมือนเดิม พอเดือน ที่ 4 ให้น้อยลงก็คุย ไม่ดีเหมือนเดิม พอเดือนที่ 5 ไม่ให้เลย เธอก็หายไปหลายๆวัน แล้วก็บอกว่า เราผิดอะไร เราแค่ อยากจะซื้อให้เงียบคนเดียวไม่อยากคุยกับใคร เธอก็มาบังคับเราคุยกับเรา เธอหายไปเธอบอกเธอไม่ผิด แต่ที่เราติดต่อเธอไม่ได้ติดต่อที่ทำงานเราผิดผิดเพราะเอาเธอไปประจานก็เลยขอเลิก ในมุมมองเธอแบบนี้ แต่ในมุมเราเราคิดว่า ผิดทั้งคู่แหละ แต่เธออยากเลิกก็เลิกไปเพราะว่าเราจะได้ไม่ต้อง มาเสียเงินเสียเวลาเสียความรู้สึก กับคนที่ คิดว่าตัวเองทำอะไรก็ให้ผิดคนอื่นผิดหมด แต่เราแค่อยากรู้ว่าที่เราเลิกกับกันนะเราทำถูกไหม แล้วเราอ่ะ ได้ไปทำลายชีวิตเขา เหมือนที่เขาพูดหรือเปล่า
ปรึกษาปัญหาความรัก