City of Blood (เมืองลวงเลือด)

กระทู้สนทนา
10 สิงหาคม - 18 สิงหาคม 2568
อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ สู่ห้องวอร์รูมชั้น 42 อาคารสำนักงานใหญ่ บ.แอโกร-ไบโอไซเอนซ์ ย่านสาทร
───────────────────
วันที่ 10 สิงหาคม ความจริงเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น
ดร.ธีรเดช ตรวจพบว่ามิเตอร์น้ำมันเตาเผาขยะชีวภาพจ่ายน้ำมันออกไปไม่ถึงสิบลิตร เตาเย็นเฉียบ ไม่มีแม้แต่เศษกระดูกของซากวัวครึ่งตัน!
เมื่อเค้นสอบคนงานด้วยภาพวงจรปิด สมนึกก็ร่ำไห้สารภาพว่าแอบขายหัวอาหารหนึ่งร้อยกระสอบให้รถเร่สระบุรี ส่วนแป๊ะก็คายความจริงว่าเสี่ยวิชัยเขียงเนื้อตลาดปากช่องมายกซากวัวไปหมดแล้ว
ดร.ธีรเดช โทรสายตรงกลางดึกปลุก ชัยวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทันที
"คุณชัยวัฒน์ครับ... วัตถุดิบและเนื้อวัวปนเปื้อนเชื้อ AG-709 มันหลุดออกไปวิ่งอยู่บนถนนหลวงและในตลาดสดแล้วครับ!"
คำสั่งลับถูกสั่งการลงมาในชั่วข้ามคืน
สายแรกบุกไปเค้นเสี่ยวิชัย แต่สายเกินไป... เนื้อวัวถูกนำไปปรุงเลี้ยงแขกงานเกษียณกว่าสองร้อยคน และแขกเหล่านั้นแยกย้ายกลับต่างจังหวัดไปหมดแล้ว ไร้ร่องรอยให้ตามยึดคืน!
ความหวังเดียวจึงตกอยู่ที่สายที่สอง: ส่ง 'จ่ารงค์' อดีตสารวัตรทหารมือล่าเฉพาะกิจ บึ่งรถตู้ออกแกะรอยตามหารถกระบะคอกเร่ขายอาหารสัตว์ร้อยกระสอบนั้น
. . .
บ่ายวันที่ 15 สิงหาคม 
ณ เพิงบะหมี่ริมทาง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
จ่ารงค์บุกประชิดตัว 'ไอ้เด่น' พ่อค้าเร่ เอาปืนสั้นกดชายโครงเค้นถามกลางดึก
"กระสอบอาหารสัตว์ตราแอโกรฯ ร้อยถุง... อยู่ไหน?!"
"ชาวบ้านแถวนี้แย่งกันซื้อไปเกลี้ยงคันรถตั้งแต่วันพุธแล้วพี่!" เด่นละล่ำละลักบอกพิกัดคอกวัวที่ใกล้ที่สุด
แต่เมื่อจ่ารงค์บึ่งรถไปถึงคอกวัวเพิงสังกะสีในตำบลบ้านหวาย... ภาพเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ
กระสอบรหัส AG-709 ถูกฉีกปากถุงเกลื่อนพื้น ผงอาหารสัตว์ถูกเทเกลี้ยงลงในรางไม้ วัวเนื้อชาร์โรเลส์ในคอกกำลังก้มหน้าเคี้ยวอาหารผสมหัวเชื้อนรกนั้นจนหมดเกลี้ยงราง ไม่มีเหลือให้กู้คืนแม้แต่กำมือเดียว!
จ่ารงค์ยกโทรศัพท์ดาวเทียมต่อสายรายงานนายใหญ่:
"ยึดคืนได้ศูนย์ใบครับ... มันกระจายขายทั้งอำเภอ และวัวกินหมดเกลี้ยงรางตั้งแต่สามวันก่อนแล้วครับ"
"พาลูกน้องถอนกำลังกลับมากรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้... แล้วห้ามพูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ไม่งั้นพวกทุกคนจะไม่ได้แก่ตาย!"
ชัยวัฒน์ตวาดลั่นตัดสายไป
. . .
วันที่ 18 สิงหาคม 
ห้องประชุมลับชั้น 42 สำนักงานใหญ่ บ.แอโกร-ไบโอไซเอนซ์ สาทร
ม่านไฟฟ้าสีทึบถูกรูดปิดสนิท แอร์เย็นยะเยือกสิบเก้าองศา แต่เหงื่อของชัยวัฒน์กลับไหลโซมเสื้อเชิ้ตตัวละหลายหมื่น เขากำลังนั่งทับระเบิดเวลาหนี้สินแปดร้อยล้านและคดีอาชญากรชีวภาพ
"เราต้องแจ้งทางการเดี๋ยวนี้ครับ!"
ดร.ธีรเดช ลุกพรวดขึ้น
"แจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และกองทัพ สั่งล็อกดาวน์อำเภอหล่มสัก ประกาศเคอร์ฟิว และสั่งการุณยฆาตสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกตัวในพื้นที่ทันที!"
"เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ธีรเดช?!"
ชูเกียรติ ทนายความประจำตระกูลตบโต๊ะลั่น
"พรุ่งนี้เช้าตลาดเปิด หุ้นเราจะโดน SP พันธมิตรต่างชาติจะฉีกสัญญาสองหมื่นล้านทิ้ง เราจะล้มละลายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง แล้วกับพวกกูต้องไปเน่าตายในคุกคลองเปรม!"
"แล้วจะปล่อยให้คนไทยทั้งประเทศกินเนื้อที่มีเชื้อนรกนี่เข้าไปงั้นเหรอ?!"
"หยุดแหกปากทั้งคู่ได้แล้ว!" ชัยวัฒน์คำรามรอดไรฟัน
ในจังหวะนั้นเอง 'ภวัต' ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายภาพลักษณ์องค์กร หนุ่มวัยสามสิบสองในสูทเข้ารูปไร้เนกไท ผู้อยู่เบื้องหลังสงครามข้อมูลข่าวสาร ก็ค่อยๆ วางไอแพดลงบนโต๊ะ
"ทางรอดที่แท้จริง... ไม่ใช่การแก้ปัญหาครับ แต่คือ 'การซื้อเวลา'"
ภวัตสบตากับชัยวัฒน์ตรงๆ
"ถ้าเราควบคุมความจริงไม่ได้ เราก็แค่ควบคุม 'สิ่งที่คนเชื่อ' ครับคุณชัยวัฒน์... อีกไม่กี่วัน วัวในหล่มสักจะเริ่มแสดงอาการ ชาวบ้านจะใช้มือถือถ่ายคลิปสัตว์คอหัก กัดรั้ว เลือดกลบปาก แล้วโพสต์ลงโซเชียลแน่นอน... แต่ในยุคนี้ อะไรคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการบิดเบือนความจริง?"
ภวัตยิ้มเย็น
"Generative AI ครับ"
"คนไทยในโซเชียลระแวงคอนเทนต์ปลอมจนเข้ากระดูกดำ เห็นอะไรแปลกประหลาด สัญชาตญาณแรกคือการด่าว่า 'คลิป AI ปั่นยอดวิว' เสมอ...
ทันทีที่มีคลิปวัวป่วยหลุดออกมา ทีมไซเบอร์ของผมจะสั่งกองทัพบ็อตและบัญชีอวตารนับหมื่น เข้าไปถล่มคอมเมนต์ใต้คลิปทันที ยัดเยียดให้มันเป็นคลิป AI แล้วประสานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมให้ออกป้ายเตือนภัยตราครุฑ คนจะช่วยเรารุมด่าและกดรีพอร์ตทิ้งไปเอง"
"แล้วมันจะปิดได้นานแค่ไหน?!" ชัยวัฒน์ถาม
"อย่างน้อยที่สุด... เจ็ดถึงสิบวันครับ มากพอที่จะให้คุณชัยวัฒน์และบอร์ดบริหาร เทขายหุ้นบิ๊กล็อต ให้นอมินีสิงคโปร์...
มากพอที่จะยักย้ายสภาพคล่องแปดร้อยล้านเปลี่ยนเป็นคริปโตโอนเข้าบัญชีลับสวิตเซอร์แลนด์...
และมากพอให้พวกเราทุกคนในห้องนี้ ตีตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งพร้อมครอบครัว บินไปกักตัวเสวยสุขอยู่ที่วิลล่าในยุโรปอย่างสง่างาม"
"ม... จะทิ้งบริษัท ทิ้งคนไทยทั้งประเทศไว้ข้างหลังงั้นเหรอ?"
ธีรเดชถามเสียงสั่นเครือ
"ถ้าเชื้อเข้ากรุงเทพฯ คนจะตายเป็นล้านๆ นะเว้ย!"
"ถ้าเราอยู่ เราก็ตายไปพร้อมกับพวกเขา แถมติดคุกด้วยครับอาจารย์"
ภวัตตอบเรียบๆ
"ในโลกทุนนิยม เมื่อเรือกำลังจะอับปาง สิ่งเดียวที่คนฉลาดต้องทำ... คือหยิบเสื้อชูชีพทองคำแล้วกระโดดขึ้นเรือบดชูชีพลำแรกครับ"
ชัยวัฒน์นั่งนิ่ง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นประกายเย็นชา
"ภวัต... สั่งทีมไซเบอร์ตั้งวอร์รูม ลบฐานข้อมูลโปรเจกต์ Apex-Grow ในคลาวด์ทั้งหมด ส่งช่างไปเทกรดทำลายฮาร์ดไดรฟ์ในแล็บ แล้วล็อกตัวอาจารย์ธีรเดชไปกักบริเวณที่เพนต์เฮาส์สาทร ยึดมือถือ ห้ามติดต่อใครเด็ดขาดจนกว่าพวกเราจะบินพ้นน่านฟ้าไทย"
การ์ดเข้าล็อกตัว ดร.ธีรเดช ทันที ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า... ใต้แผ่นรองรองเท้าหนังข้างขวาของนักวิทยาศาสตร์ ได้มีแฟลชไดรฟ์จิ๋วที่บรรจุข้อมูลลับทั้งหมดถูกซุกซ่อนไว้เรียบร้อยแล้ว
. . .
แปดวันต่อมา... 
วันที่ 26 สิงหาคม 2568 
ใต้แดดแผดเผาของหล่มสัก
ลุงแสวง ชายชรายืนค้ำรั้วไม้ไผ่ จ้องมองวัวเนื้อชาร์โรเลส์ตัวโปรดที่กินอาหารกระสอบรหัส AG-709 เข้าไปตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
วัวตัวนั้นยืนนิ่งไม่เคี้ยวเอื้อง หัวของมันเอียงกะเท่เร่ไปข้างหลัง นัยน์ตาสีขุ่นขาวไร้ประกาย น้ำลายเหนียวยืดหยดลงสู่ผืนดินแห้งแตกระแหง
และในความเงียบงันใต้เพิงสังกะสี... ฟันกรามของมันเริ่มบดกระทบกัน
ดังกึก... กึก... กึก…
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่