อยากจะเตือนพนักงานประจำทุกท่าน ทุกตำแหน่งงาน
ว่าในอนาคต การเลิกจ้างพนักงานจะกลายเป็นเรื่องปกติ
ในวันหนึ่งอาจจะถึงคิวของคุณก็เป็นได้
สาเหตุ
1. การเข้ามาแทนที่ของ AI และ robot ซึ่ง ณ ปัจจุปันพนักงานกลุ่ม tech, media โดนกันไปเยอะพอสมควรแล้ว และมันกำลังจะลามเข้าไปในพนักงานกลุ่มอื่นๆ
2. การแข่งกันลดต้นทุน เพราะธุรกิจจะถูกบีบจากการแข่งขันสูง และกลุ่มทุนต่างชาติ ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด การลดพนักงานจะกลายเป็นเรื่องแรกๆที่หลายธุรกิจขนาดใหญ่พิจารณา
3. การทยอยเลิกกิจการ ของธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง เพราะสู้ทุนใหญ่ไม่ได้ หรือโดน disrupt จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้บางธุรกิจต้องล้มหายตายจาก
4. ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำกว่าเงินเฟ้อ แถม productivity ก็ต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง จำนวนประชากรก็ลดลง ดังนั้นจะมีการย้ายฐานการผลิต ซึ่งก็ต้องมีการเลิกจ้างตามมา
เรื่องเหล่านี้จริงๆแล้วเกิดมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนคงได้ข่าวคราวมาบ้าง แต่ในอนาคตเรื่องเหล่านี้จะรุนแรงขึ้น
อย่าคิดว่าการเลิกจ้างเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ให้เตรียมแผนการรองรับไว้แต่เนิ่นๆ
เพราะถ้าคุณไม่เตรียมการไว้ เมื่อมันมาถึง ชีวิตคุณจะไปต่อไม่ถูก และอาจจะล้มเลยก็ได้
วิธีการเตรียมการ หลายคนก็มีแผนของตัวเอง ขอแชร์มุมมองของผมละกัน เผื่อบางคนเอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสม
บางข้ออาจเหมาะสำหรับป้องการการถูกเลือกให้เป็นผู้โชคร้ายที่ถูกเลิกจ้าง บางข้ออาจเหมาะสำหรับกรณีที่เมื่อโดนเลิกจ้างแล้วชีวิตยังไปต่อได้
1. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เทคโนโลนีใหม่
2. ต้องมี visibility ในองค์กร ในที่นี้คือ ต้องเป็นที่รู้จักของในแผนก และแผนกข้างเคียงที่ทำงานด้วยกัน, หัวหน้าขึ้นไป 2-3 ระดับ รู้จักว่าเราคือใคร รับผิดชอบงานอะไร ผลงานเป็นอย่างไร
3. ใช้ tool ต่างๆมาช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น ให้เปิดใจลองนำมาใช้ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปรับผิดชอบงานที่ยากขึ้น ใหญ่ขึ้น หรือมากขึ้น
4. หาแหล่งรายได้เสริม หรือ 2nd job อาจจะเป็นรายได้ที่เกิดจากงานอดิเรก หรือจากการใช้ความรู้ความสามารถในสายงานไปรับงานนอกเสริมโดยอาจจะทำในช่วงวันหยุด
5. วางแผนทางการเงินรองรับการถูกเลิกจ้าง โดยต้องมีเงินสำรอง 6 เดือน ในระหว่างหางานใหม่ เมื่อรวมกับเงินชดเชยที่ได้และประกันสังคม คุณจะเดินต่อได้
6. ลด/งด รายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น หวย เหล้า บุหรี่ เครื่องดื่มต่างๆ การท่องเที่ยว
7. ลด/งด การก่อหนี้ พยายามซื้อเท่าที่จำเป็น ใช้ของให้นานขึ้นใช้ให้คุ้มค่ามากขึ้นโดยเฉพาะ รถและโทรศัพท์
8. สร้าง passive income จากการลงทุน สร้างวินัยการออม การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ มั่นคง รอบคอบ และไม่โลภ
9. มองหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ มีความ proactive อย่ามัวแต่รอโอกาสมาถึง
10. อย่ามัวแต่หาข้ออ้าง เช่น งานปัจจุบันก็ยุ่งอยู่แล้ว จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น หรือ เงินชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว จะเอาที่ไหนไปออม ไปลงทุน ยิ่งคุณอยู่ในสถานการณ์เหล่านั้น คุณยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าวันหนึ่งเจอแจ็กพ็อตถูกเลิกจ้าง ชีวิตคุณจะไปต่อไม่ได้เลย
ใครมีประสบการณ์ถูกเลิกจ้าง หรือมีเทคนิคการเตรียมตัวเองอย่างไร ปรับตัวอย่างไร มาแชร์กันได้ครับ
อนาคตมีความผันผวนสูง การเลิกจ้างพนักงานจะกลายเป็นเรื่องปกติ
ว่าในอนาคต การเลิกจ้างพนักงานจะกลายเป็นเรื่องปกติ
ในวันหนึ่งอาจจะถึงคิวของคุณก็เป็นได้
สาเหตุ
1. การเข้ามาแทนที่ของ AI และ robot ซึ่ง ณ ปัจจุปันพนักงานกลุ่ม tech, media โดนกันไปเยอะพอสมควรแล้ว และมันกำลังจะลามเข้าไปในพนักงานกลุ่มอื่นๆ
2. การแข่งกันลดต้นทุน เพราะธุรกิจจะถูกบีบจากการแข่งขันสูง และกลุ่มทุนต่างชาติ ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด การลดพนักงานจะกลายเป็นเรื่องแรกๆที่หลายธุรกิจขนาดใหญ่พิจารณา
3. การทยอยเลิกกิจการ ของธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง เพราะสู้ทุนใหญ่ไม่ได้ หรือโดน disrupt จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้บางธุรกิจต้องล้มหายตายจาก
4. ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำกว่าเงินเฟ้อ แถม productivity ก็ต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง จำนวนประชากรก็ลดลง ดังนั้นจะมีการย้ายฐานการผลิต ซึ่งก็ต้องมีการเลิกจ้างตามมา
เรื่องเหล่านี้จริงๆแล้วเกิดมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนคงได้ข่าวคราวมาบ้าง แต่ในอนาคตเรื่องเหล่านี้จะรุนแรงขึ้น
อย่าคิดว่าการเลิกจ้างเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ให้เตรียมแผนการรองรับไว้แต่เนิ่นๆ
เพราะถ้าคุณไม่เตรียมการไว้ เมื่อมันมาถึง ชีวิตคุณจะไปต่อไม่ถูก และอาจจะล้มเลยก็ได้
วิธีการเตรียมการ หลายคนก็มีแผนของตัวเอง ขอแชร์มุมมองของผมละกัน เผื่อบางคนเอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสม
บางข้ออาจเหมาะสำหรับป้องการการถูกเลือกให้เป็นผู้โชคร้ายที่ถูกเลิกจ้าง บางข้ออาจเหมาะสำหรับกรณีที่เมื่อโดนเลิกจ้างแล้วชีวิตยังไปต่อได้
1. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เทคโนโลนีใหม่
2. ต้องมี visibility ในองค์กร ในที่นี้คือ ต้องเป็นที่รู้จักของในแผนก และแผนกข้างเคียงที่ทำงานด้วยกัน, หัวหน้าขึ้นไป 2-3 ระดับ รู้จักว่าเราคือใคร รับผิดชอบงานอะไร ผลงานเป็นอย่างไร
3. ใช้ tool ต่างๆมาช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น ให้เปิดใจลองนำมาใช้ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปรับผิดชอบงานที่ยากขึ้น ใหญ่ขึ้น หรือมากขึ้น
4. หาแหล่งรายได้เสริม หรือ 2nd job อาจจะเป็นรายได้ที่เกิดจากงานอดิเรก หรือจากการใช้ความรู้ความสามารถในสายงานไปรับงานนอกเสริมโดยอาจจะทำในช่วงวันหยุด
5. วางแผนทางการเงินรองรับการถูกเลิกจ้าง โดยต้องมีเงินสำรอง 6 เดือน ในระหว่างหางานใหม่ เมื่อรวมกับเงินชดเชยที่ได้และประกันสังคม คุณจะเดินต่อได้
6. ลด/งด รายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น หวย เหล้า บุหรี่ เครื่องดื่มต่างๆ การท่องเที่ยว
7. ลด/งด การก่อหนี้ พยายามซื้อเท่าที่จำเป็น ใช้ของให้นานขึ้นใช้ให้คุ้มค่ามากขึ้นโดยเฉพาะ รถและโทรศัพท์
8. สร้าง passive income จากการลงทุน สร้างวินัยการออม การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ มั่นคง รอบคอบ และไม่โลภ
9. มองหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ มีความ proactive อย่ามัวแต่รอโอกาสมาถึง
10. อย่ามัวแต่หาข้ออ้าง เช่น งานปัจจุบันก็ยุ่งอยู่แล้ว จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น หรือ เงินชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว จะเอาที่ไหนไปออม ไปลงทุน ยิ่งคุณอยู่ในสถานการณ์เหล่านั้น คุณยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าวันหนึ่งเจอแจ็กพ็อตถูกเลิกจ้าง ชีวิตคุณจะไปต่อไม่ได้เลย
ใครมีประสบการณ์ถูกเลิกจ้าง หรือมีเทคนิคการเตรียมตัวเองอย่างไร ปรับตัวอย่างไร มาแชร์กันได้ครับ