ผียายสั่ง

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ ผมไม่เคยเชื่อเรื่องผีเลยสักนิด จนกระทั่งคืนที่ยายสั่งให้ผมเผาบ้านของตัวเอง

ผมเป็นคนนครสวรรค์ แต่ยายผมเป็นคนเชียงราย ผมไม่ได้กลับไปบ้านยายเกือบ 10 ปี จนวันที่แม่โทรมาว่ายายป่วยหนัก อยากเจอหน้าหลานเป็นครั้งสุดท้าย ผมรีบขับรถขึ้นเหนือคืนนั้นเลย

บ้านยายเป็นเรือนไม้เก่า 2 ชั้น อยู่ท้ายหมู่บ้าน เงียบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดชัดมาก ยายผอมจนจำแทบไม่ได้ แต่พอเห็นหน้าผม ยายกลับจับมือผมแน่นแล้วพูดประโยคที่ผมจำได้จนถึงวันนี้

"หลานเอ้ย ยายจะไม่อยู่แล้ว ฟังยายให้ดี มี 3 อย่างที่ห้ามทำเด็ดขาด"

หนึ่ง ห้ามเปิดหม้อดินที่อยู่ใต้หิ้งพระเด็ดขาด
สอง ห้ามอ่านตำราปั๊บสาใบลานหลังเที่ยงคืน
สาม ถ้ากลางดึกได้ยินเสียงใครเรียกชื่อเรา ห้ามขานรับเด็ดขาด

ผมพยักหน้าแบบส่งๆ คิดว่ายายแก่แล้วก็พูดไปเรื่อย แต่สายตายายตอนนั้นไม่เหมือนคนพูดเล่นเลยครับ เหมือนคนกำลังกลัวอะไรบางอย่างจริงๆ

คืนแรกผมต้องนอนเฝ้ายายที่บ้านคนเดียว แม่กับญาติกลับไปนอนบ้านอีกหลัง ผมก็เล่นมือถือนอนไปเรื่อยๆ จนประมาณตี 1 กว่าๆ ผมเริ่มได้กลิ่นแปลกๆ เหมือนกลิ่นธูปผสมกลิ่นดินเปียก ทั้งที่ในบ้านไม่มีใครจุดธูปเลย

แล้วผมก็ได้ยินเสียง...

เสียงเหมือนคนแก่กระซิบเรียกชื่อผมเบาๆ จากใต้ถุนบ้าน "อิน... อิน... ลงมาหน่อย"

ผมขนลุกทั้งตัว เพราะชื่อเล่นผม มีแค่คนในบ้านนี้ที่เรียกแบบนี้ ผมจำคำยายได้ เลยไม่ขานรับ เอาผ้าห่มคลุมโปงแล้วท่องนะโมไปเรื่อยๆ จนหลับไปเอง

เช้ามาผมเล่าให้แม่ฟัง แม่หน้าซีดเลยครับ แม่บอกว่าตระกูลยายเมื่อก่อนเป็นตระกูลหมอผีเก่าแก่ของหมู่บ้าน มีวิชาสืบทอดกันมา มีผีพรายเป็นบริวารคอยเฝ้าบ้าน เฝ้าทรัพย์ แต่ทุกวิชามันมีราคาต้องจ่าย

ยายเล่าว่า ทวดของผมเคยไปบนไว้กับผีพรายว่าจะเลี้ยงดูมันด้วยของไหว้ทุกปี แลกกับให้ตระกูลอยู่เย็นเป็นสุข แต่พอรุ่นลูกหลานย้ายไปอยู่กรุงเทพกันหมด ไม่มีใครทำพิธีต่อ ของไหว้ก็ขาด ผีพรายมันก็เริ่มหิว

ตั้งแต่นั้นมา คนในตระกูลก็เริ่มป่วยแปลกๆ บ้างก็ฝันร้ายทุกคืน บ้างก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตอนดึก แล้วก็มีปานดำรูปคล้ายยันต์ขึ้นที่หลังตอนเกิด ผมเองก็มีครับ ผมเพิ่งรู้วันนั้นว่าปานที่หลังผมไม่ใช่ปานธรรมดา

วันนั้นตอนเย็น ยายเรียกผมเข้าไปในห้องพระ ยายชี้ไปที่หม้อดินใบหนึ่ง ฝาปิดสนิท มีสายสิญจน์พันรอบ 7 รอบ ด้านข้างมีตำราปั๊บสาใบลานมัดเชือกแดงวางอยู่

ยายบอกว่า "ในหม้อนี้ไม่ใช่ผีร้ายนะลูก มันคือสัญญา ถ้าหลานอยากให้ตระกูลเราหลุดพ้น หลานต้องเป็นคนเผามันด้วยมือหลานเอง"

ผมถามยายว่าเผาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ยายไม่ตอบ ยายแค่บอกว่า "เผาแล้วอย่าหันหลังกลับไปมอง ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม"

คืนที่ 2 เป็นคืนที่ยายเสียครับ

ผมจำได้ว่าก่อนยายจะหลับไป ยายมองเพดานแล้วพูดว่า "มาแล้วเหรอ... รอแป๊บนะ" แล้วก็หลับไปนิ่งๆ

หลังงานศพ ญาติทุกคนบอกให้ผมรีบเผาตามที่ยายสั่ง อย่าทิ้งไว้ ผมก็เลยตัดสินใจทำตามนั้นตอนเช้ามืด ผมยกหม้อดินกับตำราปั๊บสาออกไปหลังบ้าน เอาน้ำมนต์ส้มป่อยที่ยายเตรียมไว้สาดรอบๆ แล้วจุดไฟ

ตอนไฟเริ่มติด ผมได้ยินเสียงเหมือนคนหลายร้อยคนกำลังกระซิบพร้อมกัน เสียงมันดังมาจากในหม้อ ทั้งเสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ เสียงเรียกชื่อผมซ้ำๆ

ผมเกือบจะหันหลังกลับไปมองแล้วครับ ดีที่แม่ตะโกนมาจากข้างหลังว่า "อย่าหันไปลูก อย่าหันไป"

ผมก้มหน้าท่องนะโมจนไฟดับไปเอง พอไฟดับ กลิ่นธูปกับกลิ่นดินเปียกที่อยู่ในบ้านมาหลายวัน มันหายไปหมดเลย บ้านเงียบจนแปลก

ผมคิดว่าเรื่องมันจบแล้ว จนกระทั่งเมื่อคืนก่อน ผมกลับมาอยู่บ้านตัวเองที่นครสวรรค์ ผมฝันว่ายายมาหา ยายยิ้มแล้วบอกว่า "ขอบใจนะหลาน ที่ปลดหนี้ให้ตระกูล"

แต่พอผมตื่นมา ผมเจอของอย่างหนึ่งวางอยู่หน้าห้องนอนผม

เป็นสายสิญจน์สีแดงเส้นเก่าๆ ที่พันหม้อดินใบนั้นไว้... ทั้งที่ผมเผามันไปหมดแล้ว

ตอนนี้ผมไม่รู้เลยครับ ว่าหนี้มันหมดจริงๆ หรือว่ามันแค่ย้ายมาอยู่กับผมแทน

เพื่อนๆ เคยเจอเรื่องแบบนี้ไหมครับ ถ้าเป็นเพื่อนๆ จะเก็บสายสิญจน์เส้นนี้ไว้ หรือจะเอาไปเผาทิ้งอีกรอบดี ผมอยากฟังความเห็นทุกคนจริงๆ ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่