ช่วงเทศกาลปลายปีที่มีการโพสต์อวดโบนัสหรือเงินรางวัลกัน
คนที่ทำงานในบริษัทที่ Bonus น้อย หรือไม่ได้ Bonus เลย
มักจะมีความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป
โดยความรู้สึกหลัก ๆ มักจะสะท้อนผ่านกระแสในโลก online เช่น Pantip และ platform social medias
อาทิเช่น
รู้สึกอิจฉาและน้อยใจ:
เห็นเพื่อนหรือคนรู้จัก post ได้ bonus หลายเดือน หรือได้เงินก้อนโตไปเที่ยว/จ่ายหนี้ ในขณะที่บัญชีตัวเองสิ้นเดือนยังต้องลุ้น
รู้สึกเหนื่อยและหมดไฟ (Burnout):
ทำงานหนัก ทุ่มเทมาตลอดทั้งปีเหมือนกัน แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับเท่าเดิม เพิ่มเติมคือความรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่ค่อยมีมูลค่าเพิ่มในสายตาองค์กร
ตั้งคำถามกับความยุติธรรม:
เริ่มมองย้อนกลับไปที่ผลประกอบการของบริษัท หรือวิธีประเมินผลงาน (KPI) ว่าตกลงแล้วมันไม่ดีจริง หรือผู้บริหารบริหารจัดการไม่ดีกันแน่
เฉยชาและปลง (Numb/Apathetic):
หลายคนเลือกที่จะ "ปิดโซเชียลหนี" เลื่อนผ่านโพสต์อวดเงินเดือนและโบนัส เพื่อรักษาสภาพจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่านหรือเครียดเกินไป
เกิดแรงฮึกเหิมอยากย้ายงาน:
กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หลายคนเริ่มเปิดเว็บหางาน อัปเดตเรซูเม่ (Resume) เพื่อมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสมกับความเหนื่อย
ตามกฎหมายแรงงานไทย bonus ไม่ใช่ค่าจ้างบังคับ การที่บริษัทไม่มี bonus จึงไม่ผิดกฎหมาย ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายของแต่ละที่
แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมของจิตวิทยาคนทำงาน การที่องค์กรไร้ bonus หรือชี้แจงไม่เคลียร์ มักจะบั่นทอนกำลังใจและทำให้พนักงานฝีมือดีเริ่มอยากเปลี่ยนที่ทำงานในที่สุด
ใครๆ ก็อยากได้เงินเยอะๆ เงินจากการทำอาชีพสุจริต เงินใช้ขับเคลื่อนชีวิตในเกือบทุกเรื่อง ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งลูกเรียน ส่งเงินให้บุพการี ค่ากิน ค่าเดินทาง
ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า เงิน bonus จะเยอะ 5-6 เดือน
เงินเดือน 2 หมื่นบาททำงานหนึ่งปี ถ้าได้ bonus 6 เดือน ได้เงิน 120,000 บาทในปลายเดือนธันวาคม ยังเอาเงินไปใช้ในครอบครัว ให้ชีวิตมีความราบรื่นขึ้น ดีต่อใจ
ที่บริษัทไหน มีสหภาพแรงงาน ก็มีการต่อรองนายจ้างจนพอใจมั้ง ต้องคำนึงว่า ต้องอยู่ได้ทั้งนายจ้างลูกจ้าง
ขอให้ผ่านปี 2569 ไปได้ด้วยดี ปีหน้าเปลี่ยนทศวรรษใหม่ ก็ต้องหา ต้องสู้ชีวิตกันต่อไป
สวัสดี
เทศกาล อวดโบนัสปลายปี2569 คนที่ทำงานแล้วที่ทำงานไม่มีโบนัส รู้สึกยังไงกัน
คนที่ทำงานในบริษัทที่ Bonus น้อย หรือไม่ได้ Bonus เลย
มักจะมีความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป
โดยความรู้สึกหลัก ๆ มักจะสะท้อนผ่านกระแสในโลก online เช่น Pantip และ platform social medias
อาทิเช่น
รู้สึกอิจฉาและน้อยใจ:
เห็นเพื่อนหรือคนรู้จัก post ได้ bonus หลายเดือน หรือได้เงินก้อนโตไปเที่ยว/จ่ายหนี้ ในขณะที่บัญชีตัวเองสิ้นเดือนยังต้องลุ้น
รู้สึกเหนื่อยและหมดไฟ (Burnout):
ทำงานหนัก ทุ่มเทมาตลอดทั้งปีเหมือนกัน แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับเท่าเดิม เพิ่มเติมคือความรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่ค่อยมีมูลค่าเพิ่มในสายตาองค์กร
ตั้งคำถามกับความยุติธรรม:
เริ่มมองย้อนกลับไปที่ผลประกอบการของบริษัท หรือวิธีประเมินผลงาน (KPI) ว่าตกลงแล้วมันไม่ดีจริง หรือผู้บริหารบริหารจัดการไม่ดีกันแน่
เฉยชาและปลง (Numb/Apathetic):
หลายคนเลือกที่จะ "ปิดโซเชียลหนี" เลื่อนผ่านโพสต์อวดเงินเดือนและโบนัส เพื่อรักษาสภาพจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่านหรือเครียดเกินไป
เกิดแรงฮึกเหิมอยากย้ายงาน:
กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หลายคนเริ่มเปิดเว็บหางาน อัปเดตเรซูเม่ (Resume) เพื่อมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสมกับความเหนื่อย
ตามกฎหมายแรงงานไทย bonus ไม่ใช่ค่าจ้างบังคับ การที่บริษัทไม่มี bonus จึงไม่ผิดกฎหมาย ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายของแต่ละที่
แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมของจิตวิทยาคนทำงาน การที่องค์กรไร้ bonus หรือชี้แจงไม่เคลียร์ มักจะบั่นทอนกำลังใจและทำให้พนักงานฝีมือดีเริ่มอยากเปลี่ยนที่ทำงานในที่สุด
ใครๆ ก็อยากได้เงินเยอะๆ เงินจากการทำอาชีพสุจริต เงินใช้ขับเคลื่อนชีวิตในเกือบทุกเรื่อง ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งลูกเรียน ส่งเงินให้บุพการี ค่ากิน ค่าเดินทาง
ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า เงิน bonus จะเยอะ 5-6 เดือน
เงินเดือน 2 หมื่นบาททำงานหนึ่งปี ถ้าได้ bonus 6 เดือน ได้เงิน 120,000 บาทในปลายเดือนธันวาคม ยังเอาเงินไปใช้ในครอบครัว ให้ชีวิตมีความราบรื่นขึ้น ดีต่อใจ
ที่บริษัทไหน มีสหภาพแรงงาน ก็มีการต่อรองนายจ้างจนพอใจมั้ง ต้องคำนึงว่า ต้องอยู่ได้ทั้งนายจ้างลูกจ้าง
ขอให้ผ่านปี 2569 ไปได้ด้วยดี ปีหน้าเปลี่ยนทศวรรษใหม่ ก็ต้องหา ต้องสู้ชีวิตกันต่อไป
สวัสดี