‘หมู่บ้านนาโงโระ’ เหลือคนอยู่ไม่ถึง 30 คน สร้าง ‘ตุ๊กตา’ กว่า 350 ตัว แทนชาวบ้าน เพื่อคลายเหงา

‘หมู่บ้านนาโงโระ’ เหลือคนอยู่ไม่ถึง 30 คน สร้าง ‘ตุ๊กตา’ กว่า 350 ตัว แทนชาวบ้าน เพื่อคลายเหงา



“หมู่บ้านนาโงโระ” ตั้งอยู่กลางหุบเขาอิยะ ในจ.โทกูชิมะ บนเกาะชิโกกุ ประเทศญี่ปุ่น ในอดีตหมู่บ้านแห่งนี้เคยมีประชากรมากกว่า 300 คน แต่ปัจจุบันจำนวนผู้อยู่อาศัยเหลือไม่ถึง 30 คน เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไปสู่เมืองใหญ่ ขณะเดียวกัน คนเฒ่าคนแก่ก็ทยอยเสียชีวิต มีแต่ “ตุ๊กตา” ขนาดเท่าตัวคนจริงกว่า 350 ตัวกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้านอันห่างไกล

ตุ๊กตาเหล่านี้ จำลองกิจวัตรประจำวันของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในนาโงโระจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดูแลสวน สูบบุหรี่พักผ่อน รอรถประจำทาง หรือนั่งอยู่ในห้องเรียนที่ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว โดยตุ๊กตาทั้งหมดเป็นผลงานของ “สึกิมิ อายาโนะ” ชาวเมืองที่เติบโตในนาโงโระ และเคยย้ายไปสร้างครอบครัวที่เมืองโอซาก้า ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิดในปี 2002 เพื่อคอยดูแลบิดาผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้เธอตะหนักได้ว่าผู้คนในหมู่บ้านลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง

หมู่บ้านนาโงโระ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 900 เมตร ทำให้การเดินทางเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดต้องใช้เวลาขับรถราวหนึ่งชั่วโมง ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดต้องเดินทางด้วยรถยนต์นาน 40-90 นาที จึงไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น นอกจากนี้ ชุมชนแห่งนี้ไม่มีเด็กแรกเกิดเลยตลอดช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา

อายาโนะทำตุ๊กตาด้วยมือทั้งหมด โดยเริ่มจากสร้างส่วนศีรษะด้วยไม้สองชิ้นไขว้กัน พันด้วยผ้า ยัดไส้ด้วยเสื้อผ้าเก่าและนวดด้วยนวมสำลี ใช้กระดุมและไหมพรมสำหรับแต่งเติมดวงตาและเส้นผม พร้อมเขียนคิ้วหรือหนวดด้วยปากกา ส่วนแขนและขาทำจากกระดาษหนังสือพิมพ์ม้วนพันด้วยลวด ก่อนนำมาสวมชุดเสื้อผ้าจริงและนำไปจัดท่าทาง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อายาโนะประดิษฐ์ตุ๊กตาไปแล้วมากกว่า 350 ตัว แต่เนื่องจากตุ๊กตาทำจากผ้าและตากแดดตากฝน จึงเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทำให้มีตุ๊กตาตั้งวางอยู่จริงราว 150 ตัว ซึ่งนับว่ามากกว่าจำนวนประชากรมนุษย์จริงในหมู่บ้านถึงกว่า 10 เท่า นอกจากนี้ ชุมชนยังมีการบันทึกข้อมูลของตุ๊กตาอย่างเป็นระบบ โดยบันทึกชื่อ อายุ เพศ บุคลิก และประวัติของตุ๊กตาแต่ละตัวอย่างละเอียด

อีกทั้ง อายาโนะยังได้เปิดเวิร์กช็อปสอนทำตุ๊กตาให้นักท่องเที่ยวในราคาราว 633 บาท ในช่วงเดือนเมษายน-พฤศจิกายนของทุกปีอีกด้วย

หมู่บ้านแห่งนี้ เริ่มเป็นที่รู้จักระดับนานาชาติหลังจากภาพยนตร์สารคดีสั้นเรื่อง “Valley of the Dolls” ผลงานของ ฟริตซ์ ชูมันน์ ผู้กำกับชาวเยอรมัน ออกฉายในปี 2014 รวมถึงการถ่ายทำรายการทีวีระดับโลกในเวลาต่อมา


อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1259496

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่