
ฟีร์มีโน มาเน ซาลาห์ อดีต 3 ประสานที่ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลรวมกันเฉียด 500 ลูก / By When Saturday Comes
ในโลกฟุตบอล หลายสโมสรพยายามสร้างแนวรุกระดับโลก
ด้วยการรวบรวมดาวดังที่เก่งที่สุดเข้ามาอยู่ด้วยกัน
แต่หลายครั้ง การรวบรวมนักเตะระดับโลกเอาไว้ในทีมเดียวกัน
ไม่ได้หมายความว่าทีมจะประสบความสำเร็จเสมอไป
เพราะฟุตบอลไม่ใช่กีฬาของคนที่เก่งที่สุด
แต่เป็นกีฬาของคนที่เล่นร่วมกันได้ดีที่สุด
และหากมีแนวรุกชุดไหนที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คงหนีไม่พ้น
โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และ โรแบร์โต ฟีร์มีโน
อดีต 3 ประสานที่ไม่ได้แค่ยิงประตู
แต่พาลิเวอร์พูลกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง..
ก่อนการมาถึงของพวกเขา
ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่แฟนบอลรอคอยความสำเร็จอย่างยาวนาน
สโมสรไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1990
และแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005
แม้จะเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป
แต่ช่วงเวลานั้น ลิเวอร์พูลยังห่างไกลจากคำว่ามหาอำนาจลูกหนัง
จนกระทั่งการมาถึงของชายคนหนึ่ง
ชื่อว่า เยอร์เกน คล็อปป์
คล็อปป์ไม่ได้เริ่มต้นจากการซื้อซูเปอร์สตาร์ราคาแพงที่สุดในโลก
เขาเลือกสร้างทีมจากนักเตะที่อาจยังไม่ใช่ระดับโลกในวันนั้น
ปี 2015 ลิเวอร์พูลคว้าตัว โรแบร์โต ฟีร์มีโน
ปี 2016 ลิเวอร์พูลคว้าตัว ซาดิโอ มาเน
ปี 2017 ลิเวอร์พูลคว้าตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ในเวลานั้น แทบไม่มีใครคาดคิดว่า
นักเตะทั้ง 3 คน จะกลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
สิ่งที่ทำให้ 3 ประสานชุดนี้พิเศษ
ไม่ใช่แค่จำนวนประตู
แต่เป็นความลงตัว
ซาลาห์ คือคนจบสกอร์
มาเน คือคนสร้างความแตกต่าง
ส่วนฟีร์มีโน คือคนเชื่อมทุกอย่างเข้าหากัน
หลายคนอาจมองว่า ฟีร์มีโนคือคนที่โดดเด่นน้อยที่สุดในกลุ่ม
แต่ในสายตาของคล็อปป์
เขาคือหัวใจสำคัญของระบบ
เพราะสิ่งที่ฟีร์มีโนทำ
หลายครั้งไม่ปรากฏอยู่บนสกอร์ชีต
แต่กลับส่งผลต่อทั้งทีม
ในช่วงที่ทั้งสามคนเล่นร่วมกัน
พวกเขารวมกันทำประตูได้เกือบ 500 ประตู
-โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 257 ประตู
-ซาดิโอ มาเน 120 ประตู
-โรแบร์โต ฟีร์มีโน 111 ประตู
รวมกัน 488 ประตูให้กับลิเวอร์พูล
ตัวเลขดังกล่าวเพียงพอที่จะอธิบายความอันตรายของแนวรุกชุดนี้ได้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าประตู
คือถ้วยรางวัลที่พวกเขาพากลับมาสู่แอนฟิลด์
ตลอดยุคของ 3 ประสาน ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์มากมาย
-พรีเมียร์ลีก 1 สมัย
-ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย
-เอฟเอ คัพ 1 สมัย
-ลีก คัพ 2 สมัย
-ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย
-ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย
น่าสนใจว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
โลกฟุตบอลมักชื่นชมคนที่ยิงประตูได้มากที่สุด
แต่เรื่องราวของ 3 ประสานลิเวอร์พูล
แสดงให้เห็นว่า บางครั้งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่ได้เกิดจากการมีคนเก่งที่สุดเพียงคนเดียว
แต่เกิดจากคนเก่งหลายคน
ที่ยอมลดบทบาทของตัวเอง
เพื่อให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น
ซาลาห์ยอมวิ่งเพื่อทีม
มาเนยอมเสียสละเพื่อทีม
ฟีร์มีโนยอมทำงานที่คนดูอาจมองไม่เห็น
และเมื่อทุกคนคิดถึงทีมก่อนตัวเอง
ผลลัพธ์คือหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดของยุคสมัย..
หากมองในมุมธุรกิจ
เรื่องราวของ 3 ประสานชุดนี้
อาจเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ
เพราะหลายองค์กรพยายามรวบรวม "คนที่เก่งที่สุด"
แต่ลืมไปว่า สิ่งสำคัญไม่แพ้ความสามารถ
คือการทำให้คนเก่งเหล่านั้นทำงานร่วมกันได้
เพราะสุดท้ายแล้ว องค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุด
อาจไม่ใช่องค์กรที่มีดาวเด่นมากที่สุด
แต่เป็นองค์กรที่มีคนพร้อมช่วยให้คนอื่นเก่งขึ้น..
ทุกวันนี้
มาเนจากไปแล้ว
ฟีร์มีโนจากไปแล้ว
ซาลาห์จากไปแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่
คือความทรงจำของแนวรุกชุดหนึ่ง
ที่พาลิเวอร์พูลกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง
เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้คนอาจจดจำจำนวนประตูที่พวกเขายิงได้
อาจจดจำถ้วยรางวัลที่พวกเขาคว้ามาได้
แต่อาจมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น
เพราะสิ่งที่ 3 ประสานชุดนี้ทิ้งเอาไว้
ไม่ใช่แค่แชมป์พรีเมียร์ลีก
ไม่ใช่แค่แชมป์ยุโรป
แต่คือการพาลิเวอร์พูลกลับมาเชื่ออีกครั้งว่า
สโมสรแห่งนี้สามารถกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อีกครั้ง
และบางที...นั่นอาจเป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่กว่าประตูทั้ง 488 ลูก
ที่พวกเขาช่วยกันยิงเสียอีก..
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
Reference:
-
https://www.liverpoolfc.com/team/first-team/player/mohamed-salah
-
https://www.liverpoolfc.com/history/past-players/roberto-firmino
-
https://www.liverpoolfc.com/history/past-players/sadio-mane
-
https://www.liverpoolfc.com/history/honours
-Photo Credit: www.thisisanfield.com
ฟีร์มีโน มาเน ซาลาห์ อดีต 3 ประสานที่ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลรวมกันเฉียด 500 ลูก / By When Saturday Comes
ฟีร์มีโน มาเน ซาลาห์ อดีต 3 ประสานที่ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลรวมกันเฉียด 500 ลูก / By When Saturday Comes
ในโลกฟุตบอล หลายสโมสรพยายามสร้างแนวรุกระดับโลก
ด้วยการรวบรวมดาวดังที่เก่งที่สุดเข้ามาอยู่ด้วยกัน
แต่หลายครั้ง การรวบรวมนักเตะระดับโลกเอาไว้ในทีมเดียวกัน
ไม่ได้หมายความว่าทีมจะประสบความสำเร็จเสมอไป
เพราะฟุตบอลไม่ใช่กีฬาของคนที่เก่งที่สุด
แต่เป็นกีฬาของคนที่เล่นร่วมกันได้ดีที่สุด
และหากมีแนวรุกชุดไหนที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คงหนีไม่พ้น
โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และ โรแบร์โต ฟีร์มีโน
อดีต 3 ประสานที่ไม่ได้แค่ยิงประตู
แต่พาลิเวอร์พูลกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง..
ก่อนการมาถึงของพวกเขา
ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่แฟนบอลรอคอยความสำเร็จอย่างยาวนาน
สโมสรไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1990
และแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005
แม้จะเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป
แต่ช่วงเวลานั้น ลิเวอร์พูลยังห่างไกลจากคำว่ามหาอำนาจลูกหนัง
จนกระทั่งการมาถึงของชายคนหนึ่ง
ชื่อว่า เยอร์เกน คล็อปป์
คล็อปป์ไม่ได้เริ่มต้นจากการซื้อซูเปอร์สตาร์ราคาแพงที่สุดในโลก
เขาเลือกสร้างทีมจากนักเตะที่อาจยังไม่ใช่ระดับโลกในวันนั้น
ปี 2015 ลิเวอร์พูลคว้าตัว โรแบร์โต ฟีร์มีโน
ปี 2016 ลิเวอร์พูลคว้าตัว ซาดิโอ มาเน
ปี 2017 ลิเวอร์พูลคว้าตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ในเวลานั้น แทบไม่มีใครคาดคิดว่า
นักเตะทั้ง 3 คน จะกลายเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
สิ่งที่ทำให้ 3 ประสานชุดนี้พิเศษ
ไม่ใช่แค่จำนวนประตู
แต่เป็นความลงตัว
ซาลาห์ คือคนจบสกอร์
มาเน คือคนสร้างความแตกต่าง
ส่วนฟีร์มีโน คือคนเชื่อมทุกอย่างเข้าหากัน
หลายคนอาจมองว่า ฟีร์มีโนคือคนที่โดดเด่นน้อยที่สุดในกลุ่ม
แต่ในสายตาของคล็อปป์
เขาคือหัวใจสำคัญของระบบ
เพราะสิ่งที่ฟีร์มีโนทำ
หลายครั้งไม่ปรากฏอยู่บนสกอร์ชีต
แต่กลับส่งผลต่อทั้งทีม
ในช่วงที่ทั้งสามคนเล่นร่วมกัน
พวกเขารวมกันทำประตูได้เกือบ 500 ประตู
-โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 257 ประตู
-ซาดิโอ มาเน 120 ประตู
-โรแบร์โต ฟีร์มีโน 111 ประตู
รวมกัน 488 ประตูให้กับลิเวอร์พูล
ตัวเลขดังกล่าวเพียงพอที่จะอธิบายความอันตรายของแนวรุกชุดนี้ได้เป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าประตู
คือถ้วยรางวัลที่พวกเขาพากลับมาสู่แอนฟิลด์
ตลอดยุคของ 3 ประสาน ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์มากมาย
-พรีเมียร์ลีก 1 สมัย
-ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย
-เอฟเอ คัพ 1 สมัย
-ลีก คัพ 2 สมัย
-ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย
-ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย
น่าสนใจว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
โลกฟุตบอลมักชื่นชมคนที่ยิงประตูได้มากที่สุด
แต่เรื่องราวของ 3 ประสานลิเวอร์พูล
แสดงให้เห็นว่า บางครั้งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่ได้เกิดจากการมีคนเก่งที่สุดเพียงคนเดียว
แต่เกิดจากคนเก่งหลายคน
ที่ยอมลดบทบาทของตัวเอง
เพื่อให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น
ซาลาห์ยอมวิ่งเพื่อทีม
มาเนยอมเสียสละเพื่อทีม
ฟีร์มีโนยอมทำงานที่คนดูอาจมองไม่เห็น
และเมื่อทุกคนคิดถึงทีมก่อนตัวเอง
ผลลัพธ์คือหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดของยุคสมัย..
หากมองในมุมธุรกิจ
เรื่องราวของ 3 ประสานชุดนี้
อาจเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ
เพราะหลายองค์กรพยายามรวบรวม "คนที่เก่งที่สุด"
แต่ลืมไปว่า สิ่งสำคัญไม่แพ้ความสามารถ
คือการทำให้คนเก่งเหล่านั้นทำงานร่วมกันได้
เพราะสุดท้ายแล้ว องค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุด
อาจไม่ใช่องค์กรที่มีดาวเด่นมากที่สุด
แต่เป็นองค์กรที่มีคนพร้อมช่วยให้คนอื่นเก่งขึ้น..
ทุกวันนี้
มาเนจากไปแล้ว
ฟีร์มีโนจากไปแล้ว
ซาลาห์จากไปแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่
คือความทรงจำของแนวรุกชุดหนึ่ง
ที่พาลิเวอร์พูลกลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง
เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้คนอาจจดจำจำนวนประตูที่พวกเขายิงได้
อาจจดจำถ้วยรางวัลที่พวกเขาคว้ามาได้
แต่อาจมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น
เพราะสิ่งที่ 3 ประสานชุดนี้ทิ้งเอาไว้
ไม่ใช่แค่แชมป์พรีเมียร์ลีก
ไม่ใช่แค่แชมป์ยุโรป
แต่คือการพาลิเวอร์พูลกลับมาเชื่ออีกครั้งว่า
สโมสรแห่งนี้สามารถกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อีกครั้ง
และบางที...นั่นอาจเป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่กว่าประตูทั้ง 488 ลูก
ที่พวกเขาช่วยกันยิงเสียอีก..
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
Reference:
-https://www.liverpoolfc.com/team/first-team/player/mohamed-salah
-https://www.liverpoolfc.com/history/past-players/roberto-firmino
-https://www.liverpoolfc.com/history/past-players/sadio-mane
-https://www.liverpoolfc.com/history/honours
-Photo Credit: www.thisisanfield.com