หนูเป็นเด็กที่อยู่รร.แล้วร่าเริง กับสังคมภายนอกเราคือเอ็กโทรเวิร์ดแต่ในบ้านเราคืออินโทรเวิร์ด พ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรงตอนป.4หลังจากข่วงนั้นเหมือนตัวคนเดียว ความรู้สึกเรา เรื่องราวที่เราพบเจอที่รร.ทั้งเพื่อนทั้งครูไม่เคยสามารถคุยกับพ่อแม่ได้ ไม่มีใครรับฟัง ต่างคนต่างอยู่เหมือนแต่ละคนมีปัญหาของตัวเองมากพอแล้วเราคือส่วนที่ทำให้เขาหนักใจเพิ่ม และช่วงนั้นมีโทรศัพท์เลยยิ่งออกห่าง เรื่องราวช่วงนั้นกับครอบครัวหายไปเลยจนจบป.6 หนูรู้สึกว่าสิ่งเดียวที่ทำให้มีความสุขตอนอยู่บ้านคือโทรศัพท์ หนูไม่ได้เป็นลูกคนเดียวแต่ไม่มีใครสักคนที่เราสามารถพูดคุยสนิทสนมได้เพราะพี่ๆโตกันหมดแล้วและอยู่ไกลกัน พอขึ้นม.1ต้องย้ายไปเรียนอีกที่ซึ่งไกลกันมาก ไปอยู่กับญาติ โดยที่ในวัยกำลังจะขึ้นม.1หนูทำอะไรไม่เป็น ไม่ได้ถูกสอนมาให้ทำงานบ้าน มาอยู่กับยายก็ต้องทำเพราะยายแก่แล้ว ญาติๆและคนข้างๆชอบมาตำหนิ เพิ่มสีเพิ่มไข่เล่านิทานกันปากต่อปากเรื่อยๆเรื่อยๆเหมือนชาวบ้านที่ความคิดบ้านๆทั่วไป ชอบเล่ากันสนุกปากเฉยๆบางเรื่องแต่งขึ้นเองทั้งหมด แต่หนูก็พยายามทำตามที่เขาบอก เขาใช้ให้ทำอะไรเราก็ทำ แต่มีหลายเหตุการณ์ทั้งช่วงโควิดต้องอยู่บ้าน น้าเลิกกับสามีเอาลูกที่เป็นเด็กสมาธิสั้นและถูกเลี้ยงมาบนตึกสูงดินไม่เคยแตะเอาแต่ใจกินยากนอนยากมาให้เราเลี้ยง โดยทุกวันจะถามว่าเราทำอะไรให้ลูกเขาบ้างเช็คทุกอย่าง บางช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์เปิดคอมเรียนแล้วหลานก็ต้องเข้าเรียนเหมือนกัน ตอนนั้นหลานอยู่อนุบาลแต่เรียนรร.ที่ค่าเทอมแพง และพ่อแม่เขาเลยเอาคอมหนึ่งเครื่องให้ลูกเข้าเรียน หนูต้องจับมานั่งเรียนให้ได้ทั้งๆที่ธรรมชาติของเด็กคนนี้หนักกว่าเด็กทั่วไปมาก ญาติๆก็แซะก็ด่าลับหลัง ไม่เห็นใจอะไรเลย ทั้งหมดทั้งมวลต้องผ่านมาคนเดียว ปีทั้งปีไม่เคยโทรคุยกับพ่อแม่จะได้คุยแต่ตอนปิดเทอมที่กลับบ้านแต่คือการคุยแบบถามคำตอบคำด้วยวัยของหนูและด้วยความเป็นพ่อแม่ของสองคนนี้ที่ไม่เคยสนใจจะดูแลลูกถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอะไร เลยไม่มีเรื่องราวที่อยากจะเล่ากับเขา หนูต้องอดทนทุกอย่าง เคยพูดกับแม่ว่าผ่านอะไรมาบ้าง แต่แม่ก็บอกว่าทุกคนต้องเจอปัญหาของตัวเอง แม่ไม่เคยรับฟัง มองหนูในแง่ร้ายตลอด เขาจะเห็นทุกครั้งที่หนูทำตัวไม่ดีหรือไม่ช่วยเหลือพี่ๆแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาเห็นพี่คนนั้นไม่ช่วยเหลือหนูเลย ทั้งๆที่หนูเป็นน้องแต่ต้องเสียสละให้พี่คนนี้ตลอดแต่แม่ไม่เคยรับรู้เพราะพี่เป็นคนพูดมากพูดกับแม่เสมอแต่ไม่รู้นะว่าคุยอะไรไปบ้าง แต่ปกติพี่คนนี้จะพูดถึงหนูในทางที่ไม่ดีตลอดเหมือนเกลียดหนูอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ แต่ช่วงที่หนูอยู่ไกลจากแม่หนูไม่มีปัญหาอะไรมีความสุขดีเพราะตัดแม่ออกไปจากชีวิต แต่ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านหนูรู้สึกควบคุมอารมณ์ได้ยาก โมโหง่าย เขาทำอะไรนิดหน่อยที่มันกระทบจิตใจหนูจากเรื่องที่เปราะบางอยู่แล้ว ไม่รู้นะว่าเขาคิดอะไรไหม แต่หนูไม่เชื่อใจเขาเลย หนูอคติกับเขาคิดว่าเขาต้องคิดร้ายกับหนูแน่เลยจากเรื่องราวที่ผ่านมาที่ทำกับหนูแม่ก็เป็นของแม่แบบนี้มาตลอดเลยมีอารมณ์โกรธขึ้นมาโดยที่มันหยุดยาก รู้สึกเกลียดแม่ อยากทำร้ายตัวเองให้ไม่ต้องไปคิดเรื่องที่ปวดหัว เพราะตอนนี้หนูต้องอ่านหนังสือสอบด้วย อยากใช้เวลาให้คุ้มแต่สมาธิชอบวกไปคิดเรื่องลยๆที่เป็นแผลใจหนูจึงชอบทุบหัวตัวเองแรงๆให้เลอกคิด จากอาการของหนู หนูควรปรึกษาจิตแพทย์ไหม หนูต้องจัดการยังไงกับหรือแม่ก็เป็นมนุษย์คนนึงที่หนูต้องทำความเข้าใจเขายังไง ยิ่งเขามาร่วมมือกับคนพี่ที่ชอบมีปัญหากับหนู หนูยิ่งไม่ไว้ใจแม่และเกลียดแม่ตัวเองมากๆ
อาการแบบนี้ควรปรึกษาจิตแพทย์ไหม??