งานเลี้ยงที่ไม่มีเจ้าภาพ

งานเลี้ยงที่ไม่มีเจ้าภาพ
ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีบ้านทรงไทยหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางสวน บ้านหลังนี้เป็นของเศรษฐีเก่าที่เสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้ว
หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต บ้านก็ถูกปล่อยทิ้งร้าง แต่ทุกปีในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านกลับได้ยินเสียงดนตรีไทยและเสียงหัวเราะดังออกมาจากในบ้าน
บางคนบอกว่าเห็นแสงไฟสว่างทั่วเรือน ทั้งที่ไม่มีใครอาศัยอยู่
ภาคิน ช่างภาพหนุ่ม เดินทางมาถ่ายภาพบ้านเก่าเพื่อทำสารคดีเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทย เขาได้ยินเรื่องเล่าจากชาวบ้านและรู้สึกสนใจ จึงตัดสินใจขออนุญาตเข้าไปถ่ายภาพ
คนเฒ่าคนแก่เตือนเขาว่า
“ถ้าเข้าไปแล้วเห็นคนจัดงานเลี้ยง อย่ารับอาหาร อย่ารับเครื่องดื่ม และอย่านั่งร่วมโต๊ะเด็ดขาด”
ภาคินยิ้มรับ แต่ไม่ได้คิดจริงจัง
คืนหนึ่ง เขาตัดสินใจเข้าไปถ่ายภาพบ้านหลังนั้นในช่วงเวลาที่ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงดนตรี
ทันทีที่ก้าวขึ้นบันไดเรือน เขาก็ได้กลิ่นหอมของดอกมะลิและอาหารไทยลอยมา
ภายในบ้านสว่างไสว มีโต๊ะอาหารจัดเรียงอย่างสวยงาม ผู้คนแต่งกายด้วยชุดไทยนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ภาคินคิดว่าคงมีใครมาใช้บ้านจัดงาน จึงหยิบกล้องขึ้นถ่าย
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
“มาร่วมงานด้วยกันสิคะ วันนี้เจ้าภาพรอแขกอยู่พอดี”
ภาคินถามว่าเจ้าภาพเป็นใคร
หญิงสาวยิ้มแล้วชี้ไปที่ห้องด้านใน
“คุณท่านกำลังรออยู่ค่ะ”
เขาเดินตามไปจนถึงห้องโถงใหญ่ พบชายสูงวัยแต่งชุดขาวนั่งอยู่หัวโต๊ะ
ชายคนนั้นยกมือเชื้อเชิญ
“มาแล้วหรือ เชิญนั่งก่อน”
ภาคินรู้สึกเกรงใจ จึงนั่งลงโดยไม่ได้คิดอะไร
บนโต๊ะมีอาหารมากมาย ทั้งแกงเผ็ด ปลาทอด และขนมไทย เขากำลังจะตักอาหาร แต่สังเกตเห็นว่าคนทั้งโต๊ะไม่มีใครขยับปากเคี้ยวเลย
ทุกคนเพียงแค่ยิ้มและจ้องมองเขา
ชายเจ้าของบ้านถามขึ้นว่า
“มาคนเดียวหรือ?”
ภาคินตอบว่าใช่
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ
“ดีแล้ว งานนี้ต้องมีแขกเพิ่มอีกหนึ่งคนพอดี”
ภาคินเริ่มรู้สึกผิดปกติ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แต่หน้าจอกลับแสดงตัวเลขเดิมซ้ำ ๆ
23:59
เขาลุกขึ้นขอตัวกลับ แต่หญิงสาวที่เชิญเขาเข้ามากลับมายืนขวางทาง
“ยังกลับไม่ได้ค่ะ งานยังไม่จบ”
ภาคินพยายามเดินผ่าน แต่ทุกคนบนโต๊ะกลับหยุดพูดพร้อมกัน
จากนั้นชายเจ้าของบ้านก็เอ่ยขึ้นว่า
“แขกทุกคนต้องถ่ายรูปก่อนกลับ”
ภาคินจึงหยิบกล้องขึ้นมาโดยไม่รู้จะทำอย่างไร
เขากดถ่ายภาพหมู่หนึ่งครั้ง
แฟลชสว่างวาบ
ทันทีที่ภาพปรากฏบนหน้าจอ เขาก็แทบทำกล้องหล่น
คนทุกคนในภาพมีใบหน้าซีดขาว ดวงตากลวงโบ๋ และมีรอยเลือดอยู่ตามเสื้อผ้า
ส่วนชายเจ้าของบ้านนั่งอยู่หัวโต๊ะ โดยมีเชือกเส้นหนึ่งพันรอบคอ
ภาคินรีบวิ่งหนีออกจากบ้าน แต่ประตูทุกบานกลับเปิดไปเจอห้องเดิม
เขาวิ่งจนหมดแรง ก่อนจะได้ยินเสียงหญิงสาวพูดจากด้านหลัง
“คุณไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ ว่าวันนี้เป็นวันอะไร?”
ภาคินหันกลับไป
หญิงสาวยื่นหนังสือพิมพ์เก่าให้เขา
หน้าหนึ่งเป็นข่าวงานเลี้ยงใหญ่ของเจ้าของบ้านเมื่อหลายสิบปีก่อน
แต่ในคืนงานเลี้ยงนั้น เกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ขึ้น เจ้าของบ้านและแขกทั้งหมดถูกวางยาพิษเสียชีวิต
ภาคินอ่านข่าวด้วยมือสั่น ก่อนจะเห็นภาพถ่ายประกอบข่าว
ในภาพมีหญิงสาวคนเดิมยืนอยู่ข้างเจ้าของบ้าน
และเมื่อมองให้ดี เขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในภาพถ่ายนั้นด้วย
ภาคินตกใจจนพูดไม่ออก
ชายเจ้าของบ้านเดินเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
“ตอนนี้แขกครบแล้ว”
ทันใดนั้น เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนดังขึ้น
ภาคินรู้สึกเหมือนมีใครดึงตัวเขาลงไปในความมืด
เช้าวันต่อมา ชาวบ้านพบกล้องถ่ายรูปของเขาวางอยู่หน้าบ้านทรงไทย
เมื่อเปิดดูภาพสุดท้าย ทุกคนเห็นภาพงานเลี้ยงที่มีแขกนั่งเต็มโต๊ะ
และมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเจ้าของบ้าน
ชายหนุ่มคนนั้นคือภาคิน
หลังจากนั้น ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย
แต่ทุกปีในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านจะได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือจากในบ้าน
พร้อมเสียงประกาศของเจ้าของบ้านว่า
“คืนนี้มีแขกมาเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว เชิญร่วมรับประทานอาหารได้เลย”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่