บ้านไม้ที่มีเสียงเคาะจากใต้ถุน
หลังจากพ่อเสียชีวิต มานพจึงต้องกลับมาจัดการบ้านไม้เก่าของครอบครัวที่ต่างจังหวัด บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นยกใต้ถุนสูง ตั้งอยู่ริมคลอง ห่างจากบ้านหลังอื่นพอสมควร
เขาไม่ได้กลับมาที่นี่นานเกือบยี่สิบปี เพราะตอนเด็ก ๆ แม่มักห้ามไม่ให้ลงไปเล่นใต้ถุนบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดิน
แม่เคยบอกว่า
“ถ้าได้ยินเสียงเคาะจากใต้ถุนตอนกลางคืน อย่าตอบกลับไปเด็ดขาด”
ตอนเด็กมานพไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็ลืมคำเตือนนั้นไป
คืนแรกที่กลับมานอนบ้าน เขาตื่นขึ้นมาตอนประมาณตีสอง เพราะได้ยินเสียงดังมาจากใต้พื้นไม้
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เหมือนมีใครกำลังใช้มือเคาะเสาบ้านจากด้านล่าง
มานพเดินไปเปิดหน้าต่างแล้วส่องไฟฉายลงไป แต่ใต้ถุนกลับว่างเปล่า
เขาคิดว่าอาจเป็นเสียงไม้ลั่น จึงกลับไปนอน
ไม่นานเสียงเดิมก็ดังขึ้นอีก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คราวนี้มีเสียงผู้หญิงพูดตามมา
“มานพ... ลงมาหาแม่หน่อยลูก”
เขาสะดุ้งทันที เพราะเสียงนั้นเหมือนแม่ของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนทุกอย่าง
มานพเดินไปหยิบโทรศัพท์ แต่ก่อนจะกดโทรหาใคร เขาก็ได้ยินเสียงเคาะดังขึ้นจากใต้เตียง
ก๊อก... ก๊อก...
เขารีบเปิดไฟทั้งบ้านแล้วนั่งรอจนถึงเช้า
วันรุ่งขึ้น มานพไปถามป้าข้างบ้านเกี่ยวกับเสียงที่ได้ยิน
ป้าถึงกับหน้าซีดเมื่อรู้ว่าเขานอนอยู่ในบ้านหลังนั้น
“เอ็งไม่ได้ยินเสียงนี้มาตั้งแต่เด็กเหรอ?”
มานพส่ายหน้า
ป้าจึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน แม่ของเขาเคยมีลูกชายอีกคนหนึ่ง เป็นเด็กฝาแฝดที่เกิดก่อนมานพไม่กี่นาที
แต่เด็กคนนั้นเสียชีวิตหลังคลอดได้ไม่นาน
ครอบครัวจึงฝังร่างเด็กไว้ใต้ถุนบ้านตามความเชื่อในสมัยนั้น
มานพเริ่มรู้สึกไม่ดี แต่สิ่งที่ป้าพูดต่อมาทำให้เขาขนลุก
“แต่แม่เอ็งเคยบอกว่า บางคืนมีเสียงเด็กร้องไห้อยู่ใต้บ้าน ทั้งที่ฝังไปแล้วตั้งหลายปี”
คืนนั้น มานพตัดสินใจเก็บของเพื่อออกจากบ้าน
ขณะที่กำลังลากกระเป๋าลงบันได เสียงเคาะก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คราวนี้เสียงดังมาจากใต้บันไดโดยตรง
“พี่... อย่าเพิ่งไป”
มานพหยุดนิ่ง
“ผมรอพี่มานานแล้ว”
เขาค่อย ๆ ก้มลงมองช่องว่างใต้บันได และเห็นเด็กชายคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ในความมืด
เด็กคนนั้นมีใบหน้าเหมือนเขาตอนเด็กไม่มีผิด
“พี่จำผมไม่ได้เหรอ?”
มานพถอยหลังจนชนประตูบ้าน ก่อนจะวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากป้าข้างบ้าน
เช้าวันต่อมา เขากลับมาพร้อมพระและชาวบ้านเพื่อรื้อพื้นไม้บริเวณใต้บันได
แต่พอเปิดพื้นออก ทุกคนกลับพบเพียงกล่องไม้เก่าใบหนึ่ง
ข้างในมีเสื้อเด็กเล็ก ๆ และรูปถ่ายครอบครัวที่มานพไม่เคยเห็นมาก่อน
ในรูปนั้น แม่กำลังอุ้มเด็กชายสองคนอยู่
ด้านหลังรูปมีลายมือเขียนว่า
“ลูกทั้งสองของแม่”
มานพมองรูปอยู่นาน ก่อนสังเกตเห็นบางอย่าง
เด็กที่แม่อุ้มอยู่ด้านขวา... คือเขาเอง
ส่วนเด็กอีกคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลังแม่
และมือของเด็กคนนั้นวางอยู่บนไหล่ของเขา
ทั้งที่ในภาพไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นเลย
บ้านไม้ที่มีเสียงเคาะจากใต้ถุน
หลังจากพ่อเสียชีวิต มานพจึงต้องกลับมาจัดการบ้านไม้เก่าของครอบครัวที่ต่างจังหวัด บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นยกใต้ถุนสูง ตั้งอยู่ริมคลอง ห่างจากบ้านหลังอื่นพอสมควร
เขาไม่ได้กลับมาที่นี่นานเกือบยี่สิบปี เพราะตอนเด็ก ๆ แม่มักห้ามไม่ให้ลงไปเล่นใต้ถุนบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดิน
แม่เคยบอกว่า
“ถ้าได้ยินเสียงเคาะจากใต้ถุนตอนกลางคืน อย่าตอบกลับไปเด็ดขาด”
ตอนเด็กมานพไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็ลืมคำเตือนนั้นไป
คืนแรกที่กลับมานอนบ้าน เขาตื่นขึ้นมาตอนประมาณตีสอง เพราะได้ยินเสียงดังมาจากใต้พื้นไม้
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เหมือนมีใครกำลังใช้มือเคาะเสาบ้านจากด้านล่าง
มานพเดินไปเปิดหน้าต่างแล้วส่องไฟฉายลงไป แต่ใต้ถุนกลับว่างเปล่า
เขาคิดว่าอาจเป็นเสียงไม้ลั่น จึงกลับไปนอน
ไม่นานเสียงเดิมก็ดังขึ้นอีก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คราวนี้มีเสียงผู้หญิงพูดตามมา
“มานพ... ลงมาหาแม่หน่อยลูก”
เขาสะดุ้งทันที เพราะเสียงนั้นเหมือนแม่ของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนทุกอย่าง
มานพเดินไปหยิบโทรศัพท์ แต่ก่อนจะกดโทรหาใคร เขาก็ได้ยินเสียงเคาะดังขึ้นจากใต้เตียง
ก๊อก... ก๊อก...
เขารีบเปิดไฟทั้งบ้านแล้วนั่งรอจนถึงเช้า
วันรุ่งขึ้น มานพไปถามป้าข้างบ้านเกี่ยวกับเสียงที่ได้ยิน
ป้าถึงกับหน้าซีดเมื่อรู้ว่าเขานอนอยู่ในบ้านหลังนั้น
“เอ็งไม่ได้ยินเสียงนี้มาตั้งแต่เด็กเหรอ?”
มานพส่ายหน้า
ป้าจึงเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน แม่ของเขาเคยมีลูกชายอีกคนหนึ่ง เป็นเด็กฝาแฝดที่เกิดก่อนมานพไม่กี่นาที
แต่เด็กคนนั้นเสียชีวิตหลังคลอดได้ไม่นาน
ครอบครัวจึงฝังร่างเด็กไว้ใต้ถุนบ้านตามความเชื่อในสมัยนั้น
มานพเริ่มรู้สึกไม่ดี แต่สิ่งที่ป้าพูดต่อมาทำให้เขาขนลุก
“แต่แม่เอ็งเคยบอกว่า บางคืนมีเสียงเด็กร้องไห้อยู่ใต้บ้าน ทั้งที่ฝังไปแล้วตั้งหลายปี”
คืนนั้น มานพตัดสินใจเก็บของเพื่อออกจากบ้าน
ขณะที่กำลังลากกระเป๋าลงบันได เสียงเคาะก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
คราวนี้เสียงดังมาจากใต้บันไดโดยตรง
“พี่... อย่าเพิ่งไป”
มานพหยุดนิ่ง
“ผมรอพี่มานานแล้ว”
เขาค่อย ๆ ก้มลงมองช่องว่างใต้บันได และเห็นเด็กชายคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ในความมืด
เด็กคนนั้นมีใบหน้าเหมือนเขาตอนเด็กไม่มีผิด
“พี่จำผมไม่ได้เหรอ?”
มานพถอยหลังจนชนประตูบ้าน ก่อนจะวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากป้าข้างบ้าน
เช้าวันต่อมา เขากลับมาพร้อมพระและชาวบ้านเพื่อรื้อพื้นไม้บริเวณใต้บันได
แต่พอเปิดพื้นออก ทุกคนกลับพบเพียงกล่องไม้เก่าใบหนึ่ง
ข้างในมีเสื้อเด็กเล็ก ๆ และรูปถ่ายครอบครัวที่มานพไม่เคยเห็นมาก่อน
ในรูปนั้น แม่กำลังอุ้มเด็กชายสองคนอยู่
ด้านหลังรูปมีลายมือเขียนว่า
“ลูกทั้งสองของแม่”
มานพมองรูปอยู่นาน ก่อนสังเกตเห็นบางอย่าง
เด็กที่แม่อุ้มอยู่ด้านขวา... คือเขาเอง
ส่วนเด็กอีกคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลังแม่
และมือของเด็กคนนั้นวางอยู่บนไหล่ของเขา
ทั้งที่ในภาพไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นเลย