วันที่ลูกดื้อ ลองส่งไปเล่นทรายดูก่อน (แค่ให้ไปเล่น ไม่ได้ให้ไปฝังนะ)

บ้านไหนกำลังเจอลูกวัยดื้อ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ทำอะไรก็ไม่พอใจ พลังเหลือจนอยากเช่าเครื่องปั่นไฟมาต่อกับลูก ทางออกที่ถูกที่สุดอาจอยู่ในกระบะทราย ไม่ต้องมีแอป ไม่ต้องมีคอร์ส ไม่ต้องมีแบตเตอรี่
ทำไมลูกดื้อ ทรายถึงช่วยได้
เด็กเล็กมีอารมณ์เยอะ พลังงานเหลือ แต่คำพูดยังไม่พอจะอธิบาย อารมณ์เลยออกมาในรูปแบบที่พ่อแม่เรียกว่า "ดื้อ"
ทรายเป็นที่ระบายที่ปลอดภัย ขุดได้ ตักได้ ทุบได้ เทได้ ทำพังได้ และไม่มีใครมาบอกว่า "อย่านะ" สักคำ
ทรายดีต่อพัฒนาการอย่างไร
- Sensory play ทั้งแห้ง เปียก ละเอียด หยาบ ร่วน จับตัว สมองได้รับข้อมูลสัมผัสหลากหลายในกระบะเดียว
- กล้ามเนื้อมือ การตัก กำ เท ร่อน คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ต้องใช้ตอนจับดินสอ ส่วนการขุด ยก แบกถัง ก็ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไปด้วย
- Free play การเล่นอิสระที่เด็กเป็นคนกำหนดเอง ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์สหรัฐฯ (AAP) ระบุว่าสำคัญต่อพัฒนาการสมอง ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะทางสังคมและอารมณ์
- จินตนาการ ทรายเป็นได้ทั้งขนมเค้ก ปราสาท ภูเขาไฟ และอาหารเย็นของพ่อแม่ (ที่ห้ามกินจริง)
- ทักษะสังคม แบ่งพลั่ว รอคิวถัง ต่อรองว่าใครได้ขุดตรงไหน ฝึกกันตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาล
ทำไมพ่อแม่หลายคนถึงไม่กล้าให้เล่น บางคนกังวลมากจนถึงขั้นห้ามเล่นก็มี
กลัวเลอะ กลัวเข้าตา กลัวเข้าปาก กลัวเชื้อโรค บางบ้านห้ามเด็ดขาด ลองดูทีละข้อ
เลอะ ล้างออกได้ สบู่ถูกกว่าค่ากระตุ้นพัฒนาการเยอะ
เข้าตา ห้ามขยี้ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านนาน ๆ ถ้ายังแสบ ตาแดง หรือลืมตาไม่ขึ้น ให้พาไปพบแพทย์
เข้าปาก เด็กวัยที่ยังชอบเอาของเข้าปาก (ราว 1-2 ปี) ช่วงแรกต้องมีผู้ใหญ่เฝ้าใกล้ชิด ส่วนเด็กโตกว่านั้นส่วนใหญ่ชิมคำเดียวก็เลิก เพราะไม่อร่อย
เชื้อโรคและพยาธิ ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ "ทรายที่ปนเปื้อนมูลสัตว์" เช่น กระบะทรายสาธารณะที่แมวหรือหมาแวะมาทำธุระ ซึ่งอาจมีไข่พยาธิตัวกลม หรือตัวอ่อนพยาธิปากขอที่ชอนไชผิวหนังได้ ... ถ้าดูสกปรกเกินไปก็อย่าให้ลูกเล่น ส่วนทรายตอนไปเที่ยวทะเลก็ให้เล่นไปเถิด สนุกดี กลัวเกินไป อาจต้องอุ้มลูกสูง เท้าไม่ติดพื้น จะเป็นเราเองที่ปวดหลัง 555
หากกังวล จงพึงท่องไว้ว่า : ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทราย แต่อยู่ที่ทรายสกปรก ดังนั้น
- เลือกกระบะทรายที่สะอาด มีฝาปิดเมื่อไม่ใช้งาน
- ที่บ้านใช้ทรายสะอาดที่ซื้อมา และปิดฝาป้องกันสัตว์
- ไม่กินของในกระบะ ล้างมือหลังเล่นทุกครั้ง
กลัวทรายเข้าบ้าน แต่ไม่กลัวลูกนั่งหน้าจอ 5 ชั่วโมง เป็นลำดับความกลัวที่ถูกจัดวางไว้น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
แต่เอาเข้าจริง ทรายไม่ใช่ยาแก้ดื้อ และไม่ได้แปลว่าให้ลูกไปเล่นทรายแล้วพ่อแม่จะนั่งเล่นมือถือได้ เด็กที่อารมณ์กำลังพุ่งต้องได้รับการรับรู้ความรู้สึกก่อน ("โกรธใช่ไหม เดี๋ยวไประบายกัน") แล้วค่อยพาไปขุดทราย
ทราย ถูก หาง่าย ไม่มีแบตเตอรี่
ความเสี่ยงจริงมีคือ ทรายที่ไม่สะอาด แต่ไม่ใช่ทรายทุกกอง
สิ่งที่ต้องมี ผู้ใหญ่คอยดู กับสบู่หนึ่งก้อน
เสื้อที่เลอะทราย ซักรอบเดียวก็หลุด แต่อารมณ์ที่เด็กอัดไว้ทั้งวัน ซักไม่หลุดง่ายขนาดนั้นนะจ๊ะ
ที่มา :เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
วันที่ลูกดื้อ ลองส่งไปเล่นทรายดูก่อน (แค่ให้ไปเล่น ไม่ได้ให้ไปฝังนะ)
บ้านไหนกำลังเจอลูกวัยดื้อ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ทำอะไรก็ไม่พอใจ พลังเหลือจนอยากเช่าเครื่องปั่นไฟมาต่อกับลูก ทางออกที่ถูกที่สุดอาจอยู่ในกระบะทราย ไม่ต้องมีแอป ไม่ต้องมีคอร์ส ไม่ต้องมีแบตเตอรี่
ทำไมลูกดื้อ ทรายถึงช่วยได้
เด็กเล็กมีอารมณ์เยอะ พลังงานเหลือ แต่คำพูดยังไม่พอจะอธิบาย อารมณ์เลยออกมาในรูปแบบที่พ่อแม่เรียกว่า "ดื้อ"
ทรายเป็นที่ระบายที่ปลอดภัย ขุดได้ ตักได้ ทุบได้ เทได้ ทำพังได้ และไม่มีใครมาบอกว่า "อย่านะ" สักคำ
ทรายดีต่อพัฒนาการอย่างไร
- Sensory play ทั้งแห้ง เปียก ละเอียด หยาบ ร่วน จับตัว สมองได้รับข้อมูลสัมผัสหลากหลายในกระบะเดียว
- กล้ามเนื้อมือ การตัก กำ เท ร่อน คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ต้องใช้ตอนจับดินสอ ส่วนการขุด ยก แบกถัง ก็ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไปด้วย
- Free play การเล่นอิสระที่เด็กเป็นคนกำหนดเอง ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์สหรัฐฯ (AAP) ระบุว่าสำคัญต่อพัฒนาการสมอง ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะทางสังคมและอารมณ์
- จินตนาการ ทรายเป็นได้ทั้งขนมเค้ก ปราสาท ภูเขาไฟ และอาหารเย็นของพ่อแม่ (ที่ห้ามกินจริง)
- ทักษะสังคม แบ่งพลั่ว รอคิวถัง ต่อรองว่าใครได้ขุดตรงไหน ฝึกกันตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาล
ทำไมพ่อแม่หลายคนถึงไม่กล้าให้เล่น บางคนกังวลมากจนถึงขั้นห้ามเล่นก็มี
กลัวเลอะ กลัวเข้าตา กลัวเข้าปาก กลัวเชื้อโรค บางบ้านห้ามเด็ดขาด ลองดูทีละข้อ
เลอะ ล้างออกได้ สบู่ถูกกว่าค่ากระตุ้นพัฒนาการเยอะ
เข้าตา ห้ามขยี้ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านนาน ๆ ถ้ายังแสบ ตาแดง หรือลืมตาไม่ขึ้น ให้พาไปพบแพทย์
เข้าปาก เด็กวัยที่ยังชอบเอาของเข้าปาก (ราว 1-2 ปี) ช่วงแรกต้องมีผู้ใหญ่เฝ้าใกล้ชิด ส่วนเด็กโตกว่านั้นส่วนใหญ่ชิมคำเดียวก็เลิก เพราะไม่อร่อย
เชื้อโรคและพยาธิ ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ "ทรายที่ปนเปื้อนมูลสัตว์" เช่น กระบะทรายสาธารณะที่แมวหรือหมาแวะมาทำธุระ ซึ่งอาจมีไข่พยาธิตัวกลม หรือตัวอ่อนพยาธิปากขอที่ชอนไชผิวหนังได้ ... ถ้าดูสกปรกเกินไปก็อย่าให้ลูกเล่น ส่วนทรายตอนไปเที่ยวทะเลก็ให้เล่นไปเถิด สนุกดี กลัวเกินไป อาจต้องอุ้มลูกสูง เท้าไม่ติดพื้น จะเป็นเราเองที่ปวดหลัง 555
หากกังวล จงพึงท่องไว้ว่า : ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทราย แต่อยู่ที่ทรายสกปรก ดังนั้น
- เลือกกระบะทรายที่สะอาด มีฝาปิดเมื่อไม่ใช้งาน
- ที่บ้านใช้ทรายสะอาดที่ซื้อมา และปิดฝาป้องกันสัตว์
- ไม่กินของในกระบะ ล้างมือหลังเล่นทุกครั้ง
กลัวทรายเข้าบ้าน แต่ไม่กลัวลูกนั่งหน้าจอ 5 ชั่วโมง เป็นลำดับความกลัวที่ถูกจัดวางไว้น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
แต่เอาเข้าจริง ทรายไม่ใช่ยาแก้ดื้อ และไม่ได้แปลว่าให้ลูกไปเล่นทรายแล้วพ่อแม่จะนั่งเล่นมือถือได้ เด็กที่อารมณ์กำลังพุ่งต้องได้รับการรับรู้ความรู้สึกก่อน ("โกรธใช่ไหม เดี๋ยวไประบายกัน") แล้วค่อยพาไปขุดทราย
ทราย ถูก หาง่าย ไม่มีแบตเตอรี่
ความเสี่ยงจริงมีคือ ทรายที่ไม่สะอาด แต่ไม่ใช่ทรายทุกกอง
สิ่งที่ต้องมี ผู้ใหญ่คอยดู กับสบู่หนึ่งก้อน
เสื้อที่เลอะทราย ซักรอบเดียวก็หลุด แต่อารมณ์ที่เด็กอัดไว้ทั้งวัน ซักไม่หลุดง่ายขนาดนั้นนะจ๊ะ
ที่มา :เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ