== On Body and Soul (2017) เราพบกันในความฝัน.. และเจอกันในชีวิตจริง ==



“เรื่องของคนสองคน ที่นอนหลับ และฝัน เป็นเรื่องเดียวกัน....”



 “On Body and Soul” เปิดฉากด้วยภาพในธรรมชาติที่งดงาม กวางตัวผู้และกวางตัวเมีย ในป่าที่เต็มไปด้วยหิมะ
ซึ่งทำให้ผู้ชมอย่างเราๆ ท่านๆ รู้สึกแปลกใจ อีกทั้งยังประทับใจตามไปด้วย
แต่ฉับพลันภาพที่งดงามราวความฝันนั้น แปรเปลี่ยนเป็นฉากโรงฆ่าสัตว์ในเมืองใหญ่
ภาพของฝูงวัวที่ถูกต้อนก่อนเข้าสู่ห้องเชือด การชักรอกซากวัวให้สูงขึ้นไปก่อนกรีดคอให้เลือดไหลนองเต็มพื้น
เหมือนสวรรค์กับนรก (โลกความเป็นจริง) มีแค่เส้นบางๆ กางกั้น



อังเดร (Géza Morcsányi) ชายวัยกลางคน พิการแขนลีบ เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้
การทำงานของเขาเป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรพิเศษ จนกระทั่งวันนึง เขาได้พบกับ มาเรีย (Borbély)
เธอเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพคนใหม่ ผู้หญิงที่มีบุคลิกไม่เหมือนใคร เธอดูขี้อาย ไม่เคยคุยกับใคร
และไม่มีใครคุยกับเธอเช่นกัน...



อังเดร จะพยายามผูกมิตรกับเธอ แต่ มาเรีย ก็สร้างกรอบป้องกันตัวเองอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เธอยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับใคร นอกจากกลับไปยังห้องพักและพูดคุยเล่นกับตุ๊กตาของเธอเท่านั้น



 ต่อมาโรงฆ่าสัตว์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน เมื่อผงผสมพันธุ์ถูกขโมยจากคลังสินค้า  
นักจิตวิทยาได้รับการว่าจ้างให้ทำการทดสอบบุคลิกภาพกับคนงานเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด
พนักงานทุกคนจะถูกถามคำถามเกี่ยวกับประวัติทางเพศและพัฒนาการทางร่างกายของพวกเขา รวมถึงสิ่งที่พวกเขาฝัน



นักจิตวิทยา พบกับ อังเดรและมาเรีย มีความฝันที่ตรงกัน อังเดร ฝันว่าตัวเองเป็นกวางตัวผู้ อยู่ในป่าช่วงฤดูหนาว
เช่นเดียวกันกับ มาเรียที่ฝันว่าเธอเป็นกวางตัวเมีย
(และนั่นจึงทำให้เราได้ทราบว่าฉากเปิดเรื่องคือความฝันของทั้งคู่นั่นเอง ซึ่งฉากฝันนี้จะแทรกมาเป็นระยะ ตลอดทั้งเรื่อง)



แน่นอนว่านักจิตวิทยา หาว่าพวกเขาเตี๊ยมกันโดยหวังให้เป็นเรื่องตลก
แต่ทั้งคู่ฝันตรงกันจริงๆ ซึ่งนั่นทำให้ความสัมพันธ์ของมาเรียและอังเดร ค่อยๆพัฒนา
โดยมีกวางในความฝันเป็นสื่อแทนตัวของคนทั้งคู่....



On Body and Soul ภาพยนตร์ฮังกาเรียนเรื่องนี้ ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมด้วยนะครับในปี  2018
แต่แพ้ให้กับ A Fantastic Woman จากชิลี ส่วนในเทศกาลหนังที่เบอร์ลิน เยอรมัน กวาดได้ถึง 4 รางวัลใหญ่เลยทีเดียว
เป็นหนังที่ถ่ายภาพได้สวยมาก แบบมากกกกกกกกก โดยเฉพาะซีนในความฝัน คืองามวิจิตรเหลือจะกล่าว..



ความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นสิ่งสวยงามครับ ไม่ว่าจะกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หรือคนรัก
การมีใครสักคนให้เราได้พุดคุย หัวเราะ ร้องไห้ ปรับทุกข์เป็นสิ่งที่ดี เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
ถึงหลายคนจะบอกว่า ไม่เป็นไร ฉันอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ได้ก็เถอะ
แต่ผมเชื่อว่า หากเรามีใครสักคนที่อยู่เคียงข้างน่าจะย่อมดีกว่า เพราะไม่มีใครคนบนโลกนี้ที่อยากจะเหงาแน่นอน



มาเรีย ในหนังเรื่องนี้ก็เช่นกันครับ ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร
แต่พอพบอังเดร โดยมีความฝันเป็นสื่อ เธอก็เริ่มเปิดใจ รับประสบการณ์และความรู้สึกใหม่ๆ ในชีวิต
ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น การฟังเพลงโรแมนติก ดูสื่อลามก (ซีนนี้น่ารักมาก 55) และเฝ้าดูคู่รักที่สวนสาธารณะ ..
จากผู้หญิงที่เงียบขรึม พอมีความรัก เธอก็ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติครั้งแรก....
(Borbély ในบทมาเรีย เล่นได้ใสซื่อมากครับ บทของเธอทำให้เราอมยิ้มได้ในหลายซีนจริงๆ)



ส่วน อังเดร ในฐานะผู้จัดการก็ต้องวางตัวในบทบาทเจ้านายวัยกลางคน
และความที่พิการแขนลีบ (ในหนังไม่ได้บอกถึงสาเหตุที่มานะครับ) ทำให้เขาขาดความมั่นใจ ปิดกั้นตัวเอง
ไม่คิดจะมีความสัมพันธ์อะไรกับใครอีก



โลกมันจะเหวี่ยงคนที่เหมือนกัน ให้มาพบกัน มาเรียกับอังเดร ก็คงเป็นแบบนี้
พบกันในโลกความฝันมาตลอด ในฝันพวกเขาเป็นกวางเดินเคียงคู่อย่างมีความสุข
และในที่สุดพวกเขาก็พบกัน ในโลกความเป็นจริง...


=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่