ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 โดยมีรายงานว่า
มูลค่าตลาดหุ้นหายไปประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในชั่วโมงแรกของการซื้อขาย ก่อนที่มูลค่าความเสียหายจะขยายไปแตะราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ในระหว่างวัน
ดัชนีหลักต่างปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI
- S&P 500 ปิดลดลงประมาณ 4.36%
- Nasdaq Composite ร่วงประมาณ 5.52% เข้าสู่ภาวะปรับฐาน (Correction)
- Dow Jones ลดลงประมาณ 3.44%
อะไรเป็นสาเหตุของแรงเทขาย?
- หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจ AI และการลงทุนสร้าง Data Center หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทำให้พรรคเดโมแครตมีอำนาจในสภาคองเกรส นักลงทุนกังวลว่าอาจมีมาตรการควบคุมหรือชะลอการก่อสร้าง Data Center ซึ่งอาจกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
- นอกจากนี้ หุ้นชิปและเทคโนโลยีหลายตัวถูกเทขายอย่างหนัก เช่น Nvidia และหุ้นกลุ่ม Semiconductor ส่งผลให้แรงขายกระจายไปทั่วตลาด
เรื่องนี้น่ากังวลแค่ไหน?
- สิ่งที่น่าจับตาคือ ตลาดหุ้นเพิ่งปรับขึ้นแรงในวันก่อนหน้า แต่กลับพลิกลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังเปราะบาง โดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าผูกกับความคาดหวังการเติบโตของ AI
- สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงตลาดผันผวนแบบนี้อาจเป็นเวลาที่ต้องกลับมาทบทวนพอร์ตและประเมินความเสี่ยง ไม่ควรรีบตัดสินใจซื้อหรือขายเพียงเพราะเห็นตลาดปรับตัวลงแรง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งหนัก! มูลค่าหุ้นหายกว่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ในชั่วโมงแรก เกิดอะไรขึ้นกับ Wall Street?
ดัชนีหลักต่างปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI
- S&P 500 ปิดลดลงประมาณ 4.36%
- Nasdaq Composite ร่วงประมาณ 5.52% เข้าสู่ภาวะปรับฐาน (Correction)
- Dow Jones ลดลงประมาณ 3.44%
อะไรเป็นสาเหตุของแรงเทขาย?
- หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจ AI และการลงทุนสร้าง Data Center หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทำให้พรรคเดโมแครตมีอำนาจในสภาคองเกรส นักลงทุนกังวลว่าอาจมีมาตรการควบคุมหรือชะลอการก่อสร้าง Data Center ซึ่งอาจกระทบต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
- นอกจากนี้ หุ้นชิปและเทคโนโลยีหลายตัวถูกเทขายอย่างหนัก เช่น Nvidia และหุ้นกลุ่ม Semiconductor ส่งผลให้แรงขายกระจายไปทั่วตลาด
เรื่องนี้น่ากังวลแค่ไหน?
- สิ่งที่น่าจับตาคือ ตลาดหุ้นเพิ่งปรับขึ้นแรงในวันก่อนหน้า แต่กลับพลิกลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังเปราะบาง โดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าผูกกับความคาดหวังการเติบโตของ AI
- สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงตลาดผันผวนแบบนี้อาจเป็นเวลาที่ต้องกลับมาทบทวนพอร์ตและประเมินความเสี่ยง ไม่ควรรีบตัดสินใจซื้อหรือขายเพียงเพราะเห็นตลาดปรับตัวลงแรง