เปิดข้ออ้างรัฐกับการใช้กำลังเกินกว่าเหตุปี 2553: ปมชายชุดดำ สู่รอยกระสุนจริงพรากชีวิตคนเสื้อแดงและ‘น้องเกด’ ในเขตอภัยทาน

Disclaimer: กระทู้นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการทบทวนลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ข้อเท็จจริง และข้อมูลจากคำวินิจฉัยของศาลอย่างเป็นกลาง โดยปราศจากเจตนาในการยั่วยุ ปลุกปั่น หรือสร้างความแตกแยกทางการเมืองแต่อย่างใด ขอความกรุณาผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนข้อมูลกันด้วยความสุภาพและสร้างสรรค์
 
สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิกห้องราชดำเนินครับ
เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2553 ถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมประมาณ 94–99 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,500–2,000 คน
วันนี้ขออนุญาตเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ ต้นสายปลายเหตุ และข้อเท็จจริงสำคัญๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการรำลึกและศึกษาบทเรียนร่วมกันครับ

ต้นสายปลายเหตุ: ชนวนความขัดแย้ง
การเปลี่ยนขั้วรัฐบาล: ชนวนเหตุเริ่มต้นจากการจัดตั้งรัฐบาลพลิกขั้วทางการเมือง โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2551 หลังการยุบพรรคพลังประชาชน

ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม: กลุ่มคนเสื้อแดง (นปช.) มองว่ารัฐบาลไม่ได้มาจากการชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง จึงรวมตัวชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่มีนาคม 2553 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่

การยึดพื้นที่เศรษฐกิจ: ผู้ชุมนุมปักหลักบริเวณแยกราชประสงค์ ย่านธุรกิจใจกลางเมือง รัฐบาลจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เข้าควบคุมสถานการณ์

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ (เมษายน - พฤษภาคม 2553)

10 เมษายน 2553 (ปะทะเดือดครั้งแรก): ศอฉ. ดำเนินปฏิบัติการ "ขอคืนพื้นที่" บริเวณสะพานผ่านฟ้าและถนนราชดำเนิน เกิดการปะทะรุนแรงและมีกองกำลังลึกลับ "ชายชุดดำ" ปรากฏตัว ใช้อาวุธสงครามโจมตีใส่ทหาร มีผู้เสียชีวิตในคืนนั้นทันที 24 ศพ (ทหาร 5 นาย รวมถึง พล.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม และประชาชน 19 ศพ) เหตุการณ์นี้ทำให้ ศอฉ. ปรับเปลี่ยนนโยบายการใช้กำลังอย่างเข้มข้นขึ้น

13 - 18 พฤษภาคม 2553 (มาตรการกระชับพื้นที่): รัฐบาลยกระดับปิดล้อมพื้นที่แยกราชประสงค์ ตัดน้ำ ตัดไฟ ตั้งด่านสกัด และตั้งหน่วยพลซุ่มยิง (Sniper) เกิดการปะทะย่อยรอบแนวปิดล้อม (บ่อนไก่, พระราม 4, ดินแดง) เสียชีวิตรายวัน

19 พฤษภาคม 2553 (วันปิดล้อมใหญ่): ช่วงเช้าทหารใช้รถหุ้มเกราะบุกฝ่าแนวบังเกอร์ แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมและเข้ามอบตัวช่วงบ่ายเพื่อลดความสูญเสีย แต่ในช่วงเย็นกลับเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นที่ "วัดปทุมวนาราม" ซึ่งประกาศเป็นเขตอภัยทาน มีผู้เสียชีวิตในวัดทันที 6 ศพ

ทำไมถึงใช้ "กระสุนจริง" ไม่ใช้กระสุนยาง?
จากคำชี้แจงของ ศอฉ. และข้อมูลในชั้นศาล เหตุผลที่มีการอนุมัติใช้กระสุนจริง ได้แก่:

1.  การอ้างสิทธิ์ป้องกันตนเอง: ศอฉ. อ้างว่าหลังทหารตกเป็นเป้าอาวุธสงครามจาก "ชายชุดดำ" ในวันที่ 10 เม.ย. จึงเปลี่ยนกฎการปะทะ (Rules of Engagement) อนุญาตให้ทหารใช้กระสุนจริงเพื่อป้องกันชีวิตตนเองและเพื่อนทหาร
2.  ปริมาณการใช้กระสุนที่สูงลิ่ว: รายงานตรวจสอบในภายหลังพบว่า เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริงไปถึง 117,923 นัด ขณะที่มีการใช้กระสุนยางไปเพียงประมาณ 4,400 กว่านัดเท่านั้น

ข้อมูลเอไอ และเรียบเรียงข้อมูลโดยเอไอร่วมกับทีมงานเจ้าของกระทู้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่