สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มีความอึดอัดใจเรื่องปัญหาที่บ้านที่ยืดเยื้อมานานมาก อยากจะขอมาแชร์และรับฟังมุมมองหรือคำแนะนำจากทุกคนหน่อยค่ะ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง
ปัจจุบันดิฉันอายุ 30 กว่าปี แยกตัวออกมาทำงานและใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว นาน ๆ ครั้งจะติดต่อกับทางบ้านที เพราะส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจกับพฤติกรรมของคนเป็นพ่อที่มีปัญหาติดสุราเรื้อรังและมักจะเมาโวยวายอยู่เสมอ ปัญหาหลักที่คนในบ้านต้องเจอมาตลอดคือ การมีปากเสียง และการใช้ความรุนแรงทางวาจาเวลาที่ท่านเมา ซึ่งมันกระทบสะสมจนทำให้สมาชิกในบ้านเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิตและต้องพึ่งพายารักษาโรคซึมเศร้ากันแล้วค่ะ
ปกติในบ้านจะมีสมาชิกหลักคอยทำงานหาเลี้ยงชีพและจัดการงานในบ้าน ส่วนท่านก็จะช่วยเรื่องการเดินทางนอกบ้านเพราะทางบ้านเดินทางเองไม่สะดวก ทว่าในระยะหลัง ปัญหาการดื่มของท่านเริ่มรุนแรงขึ้น มีการด่าทอ บังคับเอาเงิน และไล่คนในบ้านให้ออกไปบ่อยครั้ง ซึ่งตัวดิฉันเองยุติการติดต่อกับท่านโดยตรงมาสักพักแล้วเพราะรู้สึกว่าทัศนคติไปด้วยกันไม่ได้เลย
สิ่งที่ทำให้ดิฉันเหนื่อยล้าทางจิตใจมากที่สุดคือ
"ความโลเลไม่เด็ดขาดของคนในบ้าน"
ที่ผ่านมาเวลาทางบ้านมีปัญหาหนัก ๆ จะโทรมาขอความช่วยเหลือร้องไห้ฟูมฟาย ให้ดิฉันและญาติช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้เพื่อที่จะย้ายออกหนีจากตรงนั้น ทว่าพอดิฉันจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและเตรียมการที่อยู่ใหม่ให้พร้อมสรรพ พอท่านมาอ้อนวอนขอโอกาสหรือหยุดดื่มได้แค่ไม่กี่วัน คนในบ้านก็มักจะใจอ่อนและปฏิเสธความช่วยเหลือเพื่อกลับไปสู่วงจรเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนช่วยเริ่มหมดพลัง
ล่าสุด สถานการณ์แย่ลงจนทางบ้านยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะย้ายออก ดิฉันจึงได้จัดเตรียมที่อยู่หลังใหม่ให้เรียบร้อย แต่ในระหว่างรอย้าย ท่านได้เข้ามาเจรจาอีกครั้ง และทางบ้านได้โทรศัพท์มาแจ้งดิฉันด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสขึ้นทันตาว่าจะขออยู่ที่เดิมต่อ จะได้ไม่เป็นภาระของดิฉัน ดิฉันตกใจและสะเทือนใจมาก จึงได้แจ้งกลับไปด้วยความเด็ดขาดว่าหลังจากนี้ดิฉันคงไม่สามารถช่วยเรื่องการย้ายบ้านได้อีกแล้วเพราะการกระทำที่โลเลมันรบกวนเวลาและแรงกายของหลายคนที่เขาปรารถนาดี พอคนในบ้านนำเรื่องนี้ไปคุยกันเอง ปรากฏว่ามีสมาชิกที่ยืนยันเด็ดขาดว่าไม่ยอมอยู่ต่อ ทางบ้านจึงเปลี่ยนใจกลับมาดำเนินเรื่องย้ายต่อตามความต้องการของคนที่อยากไปค่ะ
จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ดิฉันรู้สึกเหนื่อยล้าและหมดพลังใจมาก ใจหนึ่งก็ห่วงอยากให้พวกเขามีชีวิตที่ปลอดภัย แต่อีกใจเริ่มปฏิเสธการรับฟังปัญหาที่เกิดจากความโลเลของตัวบุคคล หากย้ายรอบนี้แล้วทางบ้านยังเปลี่ยนใจหันหลังกลับไปอีก ดิฉันตั้งใจจะงดการติดต่อปฏิสัมพันธ์ เหลือเพียงหน้าที่โอนเงินให้ตามความจำเป็นเท่านั้น
ดิฉันจึงอยากจะขอปรึกษาทุกท่านค่ะว่า ในแง่ของความกตัญญูและสวัสดิภาพทางจิตใจของตัวเอง ดิฉันขีดเส้นความช่วยเหลือไว้ประมาณนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือยังคะ และมีวิธีคิดอย่างไรให้สามารถปล่อยวางจากวงจรความสัมพันธ์นี้ได้อย่างสนิทใจโดยไม่รู้สึกผิดคะ?
ขอบพระคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้าค่ะ (ในกระทู้มีการบิดเส้นเรื่องเพื่อบิดบังตัวตนค่ะ)
เหนื่อยล้ากับปัญหาครอบครัวที่วนลูปเพราะความใจอ่อนของคนในบ้าน ในฐานะลูกควรขีดเส้นความช่วยเหลือไว้แค่ไหนดีคะ
ปัจจุบันดิฉันอายุ 30 กว่าปี แยกตัวออกมาทำงานและใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว นาน ๆ ครั้งจะติดต่อกับทางบ้านที เพราะส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจกับพฤติกรรมของคนเป็นพ่อที่มีปัญหาติดสุราเรื้อรังและมักจะเมาโวยวายอยู่เสมอ ปัญหาหลักที่คนในบ้านต้องเจอมาตลอดคือ การมีปากเสียง และการใช้ความรุนแรงทางวาจาเวลาที่ท่านเมา ซึ่งมันกระทบสะสมจนทำให้สมาชิกในบ้านเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิตและต้องพึ่งพายารักษาโรคซึมเศร้ากันแล้วค่ะ
ปกติในบ้านจะมีสมาชิกหลักคอยทำงานหาเลี้ยงชีพและจัดการงานในบ้าน ส่วนท่านก็จะช่วยเรื่องการเดินทางนอกบ้านเพราะทางบ้านเดินทางเองไม่สะดวก ทว่าในระยะหลัง ปัญหาการดื่มของท่านเริ่มรุนแรงขึ้น มีการด่าทอ บังคับเอาเงิน และไล่คนในบ้านให้ออกไปบ่อยครั้ง ซึ่งตัวดิฉันเองยุติการติดต่อกับท่านโดยตรงมาสักพักแล้วเพราะรู้สึกว่าทัศนคติไปด้วยกันไม่ได้เลย
สิ่งที่ทำให้ดิฉันเหนื่อยล้าทางจิตใจมากที่สุดคือ "ความโลเลไม่เด็ดขาดของคนในบ้าน"
ที่ผ่านมาเวลาทางบ้านมีปัญหาหนัก ๆ จะโทรมาขอความช่วยเหลือร้องไห้ฟูมฟาย ให้ดิฉันและญาติช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้เพื่อที่จะย้ายออกหนีจากตรงนั้น ทว่าพอดิฉันจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและเตรียมการที่อยู่ใหม่ให้พร้อมสรรพ พอท่านมาอ้อนวอนขอโอกาสหรือหยุดดื่มได้แค่ไม่กี่วัน คนในบ้านก็มักจะใจอ่อนและปฏิเสธความช่วยเหลือเพื่อกลับไปสู่วงจรเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนช่วยเริ่มหมดพลัง
ล่าสุด สถานการณ์แย่ลงจนทางบ้านยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะย้ายออก ดิฉันจึงได้จัดเตรียมที่อยู่หลังใหม่ให้เรียบร้อย แต่ในระหว่างรอย้าย ท่านได้เข้ามาเจรจาอีกครั้ง และทางบ้านได้โทรศัพท์มาแจ้งดิฉันด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสขึ้นทันตาว่าจะขออยู่ที่เดิมต่อ จะได้ไม่เป็นภาระของดิฉัน ดิฉันตกใจและสะเทือนใจมาก จึงได้แจ้งกลับไปด้วยความเด็ดขาดว่าหลังจากนี้ดิฉันคงไม่สามารถช่วยเรื่องการย้ายบ้านได้อีกแล้วเพราะการกระทำที่โลเลมันรบกวนเวลาและแรงกายของหลายคนที่เขาปรารถนาดี พอคนในบ้านนำเรื่องนี้ไปคุยกันเอง ปรากฏว่ามีสมาชิกที่ยืนยันเด็ดขาดว่าไม่ยอมอยู่ต่อ ทางบ้านจึงเปลี่ยนใจกลับมาดำเนินเรื่องย้ายต่อตามความต้องการของคนที่อยากไปค่ะ
จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ดิฉันรู้สึกเหนื่อยล้าและหมดพลังใจมาก ใจหนึ่งก็ห่วงอยากให้พวกเขามีชีวิตที่ปลอดภัย แต่อีกใจเริ่มปฏิเสธการรับฟังปัญหาที่เกิดจากความโลเลของตัวบุคคล หากย้ายรอบนี้แล้วทางบ้านยังเปลี่ยนใจหันหลังกลับไปอีก ดิฉันตั้งใจจะงดการติดต่อปฏิสัมพันธ์ เหลือเพียงหน้าที่โอนเงินให้ตามความจำเป็นเท่านั้น
ดิฉันจึงอยากจะขอปรึกษาทุกท่านค่ะว่า ในแง่ของความกตัญญูและสวัสดิภาพทางจิตใจของตัวเอง ดิฉันขีดเส้นความช่วยเหลือไว้ประมาณนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือยังคะ และมีวิธีคิดอย่างไรให้สามารถปล่อยวางจากวงจรความสัมพันธ์นี้ได้อย่างสนิทใจโดยไม่รู้สึกผิดคะ?
ขอบพระคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้าค่ะ (ในกระทู้มีการบิดเส้นเรื่องเพื่อบิดบังตัวตนค่ะ)